ไลฟ์สไตล์

'มหาวิทยาลัยเด็ก'ปั้นนร.ไทยเป็นนักวิจัย

'มหาวิทยาลัยเด็ก'ปั้นนร.ไทยเป็นนักวิจัย

07 พ.ย. 2555

'มหาวิทยาลัยเด็ก'ปั้นนร.ไทยเป็นนักวิจัย : สกู๊ปการศึกษา โดย... ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

          "ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนประเทศไทยยังคงขาดแคลนนักวิจัย คิดเป็นตัวเลขนักวิจัยไทย 9 คนต่อประชากร 1 หมื่นคน ขณะที่ประเทศที่พัฒนาจะมีนักวิจัยถึง 30 คนต่อประชากร 1 หมื่นคน ดังนั้นเป้าหมายต่อไปคือสร้างนักวิจัยให้ได้ 15 คนอีก 5 ปีข้างหน้า โดยใช้โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย ช่วยให้อีก 15 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากขึ้น และครูที่สอนสนุกต่อไป" ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  (สวทช.) กล่าวภายหลัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย" ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา
 
          ภายในงานเต็มไปด้วยนักเรียน ผู้ปกครอง พนักงาน สวทช. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และที่ขาดไม่ได้คือองค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (DAAD) ประเทศผู้ริเริ่มโครงการมหาวิทยาลัยเด็ก และประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ มหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย "ปลูกแนวคิดวิทยาศาสตร์สู่เยาวชน" สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเยี่ยมชมและสนพระราชหฤทัยทุกนิทรรศการ เช่น บูธมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นำเสนอกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ
 
          ดร.โดโรธี รูแลนด์ เลขาธิการองค์กรแลกเปลี่ยนทางวิชาการแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี กล่าวว่า เยอรมนีมีปัญหาเช่นเดียวกับไทยที่นักศึกษาที่เรียนในสายวิทยาศาสตร์ลดจำนวนลง ดังนั้น โครงการนี้จึงทำขึ้นมาเพื่อดึงดูดนักเรียนที่มีความสนใจและความสามารถทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ให้เข้ามาสู่การเรียนในสายนี้มากยิ่งขึ้น ครูที่เข้าร่วมอบรมในโครงการนี้จะได้พัฒนาการสอนวิทยาศาสตร์ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องเข้าใจง่าย เปิดโอกาสให้นักเรียนของตนเรียนรู้จากการทดลองมากขึ้น
 
          ผอ.สวทช. บอกว่า โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย เกิดขึ้นด้วยแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมา เพื่อจุดประกายความคิดให้เด็กและเยาวชนเกิดแรงบันดาลใจ และมีทัศนคติที่ดีในการทดลองวิทยาศาสตร์ที่สนุก และมีความสุข ด้วยบรรยากาศทดลองเสมือนอยู่ในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัย
 
          ล่าสุด สวทช.-สสวท. ได้ขอความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยไทยช่วยเป็นศูนย์บ่มเพาะนักเรียน และเป็นพี่เลี้ยงให้ ซึ่งขณะนี้มีมหาวิทยาลัยตอบรับมาแล้ว 8 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
 
          ด.ญ.ธนัชชา ระวังวงค์ วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.นครศรีธรรมราช เล่าความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการ ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2555 ว่า ดีใจที่ได้ทดลองใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้มาก่อน โดยพี่ๆ จุฬาฯ และมศว มาช่วยสอนการทดลอง เช่น ทดลองหาความหนืดของน้ำนมในค่าสารละลายที่แตกต่างกัน เป็นต้น ทำให้ทราบว่าความจริงการเรียนวิทยาศาสตร์เสมือนเป็นการเล่นกับเครื่องมือรูปร่างแปลกตา และยังสนุกชวนให้หาคำตอบอยู่เสมอ
 
          ไม่ต่างจาก ด.ช.กันต์ ตันสุวรรณ วัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ร.ร.มงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ บอกว่า ส่วนตัวชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เพราะเป้าหมายของการเรียนคือการแก้ไขปัญหา เพราะงานวิจัยต่างๆ จะต้องเริ่มต้นด้วยปัญหา นักวิจัยจึงมีหน้าที่หาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาในที่สุด และเขาอยากเป็นหนึ่งในผู้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม แต่จะเป็นเรื่องอะไรตอนนี้ยังไม่ได้คิด แต่แน่นอนว่าโตขึ้นจะเป็นนักวิจัย หรือไม่ก็วิศวะ เพราะท้ายที่สุดเขาจะใช้ความสามารถในการช่วยพัฒนาประเทศไทยต่อไป
 
          ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผอ.สสวท. กล่าวว่า รูปแบบการเรียนการสอนจะเป็นการนำต้นแบบโครงการมหาวิทยาลัยเด็กจากมหาวิทยาลัยบีเลเฟลด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเน้นให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมทดลองวิทยาศาสตร์ที่สนุกสนาน และได้พัฒนาทักษะการสังเกต รู้จักตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย นักศึกษาปริญญาตรี โท และเอก เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ ทั้งนี้ นักเรียนระดับประถมตอนปลาย และมัธยมตอนต้น ครู และผู้ปกครองที่สนใจเข้าร่วมโครงการมหาวิทยาลัยเด็กช่วงปิดภาคการศึกษาในทุกๆ ปี สามารถสมัครและสอบถามได้ที่ โทร.0-2529-7100 ต่อ 77207 หรือ http://www.nstda.or.th,http://www3.ipst.ac.th
........................................
(หมายเหตุ 'มหาวิทยาลัยเด็ก'ปั้นนร.ไทยเป็นนักวิจัย : สกู๊ปการศึกษา โดย... ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)