
เปลี่ยนข้อเข่า-ข้อสะโพกเทียม
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ไม่ว่าจะเป็น ข้อเข่า หรือ ข้อสะโพก พบได้บ่อยขึ้น แต่ใช่ว่าผู้ป่วยนึกอยากทำก็ทำได้ ผู้ป่วยต้องได้รับการลงความเห็นจากแพทย์ว่าจำเป็นต้องทำ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักผ่านการรักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดมาพอสมควรและอาการไม่ดีขึ้น แพทย์จึงจะแน
การผ่าตัดได้ปรับปรุงเทคนิควิธีการให้ทันสมัยมากขึ้น จึงมีความปลอดภัยให้ผลการรักษาดี สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงข้อธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด
-โรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมจากอายุ มีอาการผิดรูปเข่าโก่ง มีอาการปวดจากการเดิน
-โรคเข่าและข้อสะโพกเสื่อม จากโรคข้ออักเสบ เช่น Rheumatoid, SLE
-โรคหัวสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยง (Avascular necrosis)
-อุบัติเหตุ กระดูกสะโพกหัก หรือกระดูกเข่าแตกผิดรูป
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม คุณหมออาจเลือกผ่าตัดด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบเดิม (Standard) ที่ทำกันมานาน แต่วิธีนี้จะให้แผลผ่าตัดใหญ่ (ประมาณ 15 เซนติเมตร) และต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลนานมากกว่า 1-2 สัปดาห์ ใช้เวลาในการกายภาพบำบัดฝึกเดินนาน ต้องฝึกกล้ามเนื้อนานกว่าจะสามารถเดินได้ประมาณ 1 สัปดาห์ขึ้นไป
ปัจจุบันเทคนิคในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และข้อสะโพกเทียม มีการพัฒนามากขึ้นตามเวลาที่เปลี่ยนไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด และลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้างลงให้มากที่สุด (Minimally Invasive Technique) โดยได้มีการพัฒนาอุปกรณ์การผ่าตัดให้ได้แผลที่เล็กลง (ประมาณ 5 เซนติเมตร) บาดเจ็บเนื้อเยื่อน้อย แม้แผลผ่าตัดจะเล็กลง แต่ยังคงมีความแม่นยำอยู่ ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-11/2 ชั่วโมง เท่านั้น ลดเวลาการดมยา และลดระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวลง ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนปกติเร็วขึ้นกว่าการรักษาแบบเดิม
ยังได้มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผ่าตัด (Computer Assisted Surgery) ช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงในการผ่าตัดมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสีย คือ ต้องเพิ่มเวลาในการผ่าตัด ในการบันทึกจัดเตรียมข้อมูล และต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติมหลายอย่าง จึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาก อันนี้ก็คงต้องพิจารณาให้เหมาะสมตามกำลังทรัพย์
สำหรับวัสดุที่ใช้ในการทำข้อเข่า และข้อสะโพกเทียม จะใช้โลหะอัลลอย โดยมีการออกแบบและพัฒนาให้เข้ากับสรีระของร่างกายคนเรา เพื่อให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับข้อปกติมากที่สุด มีความทนทานสูง ไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านกับเนื้อเยื่อของร่างกาย จึงวางใจได้ในเรื่องความปลอดภัย
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ปกติแพทย์จะมีการกำหนดวันผ่าตัดไว้ล่วงหน้า
ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจร่างกายเบื้องต้นก่อนในผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ต้องคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงปกติ คือ น้อยกว่า 200 mg% และรักษาสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง หรือใครมีโรคอื่น อย่างความดันโลหิตสูง ก็ต้องควบคุมโรคดังกล่าวให้อาการคงที่ก่อนผ่าตัด
หลังการผ่าตัด ช่วงแรกที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลจะมีแพทย์แผนกกายภาพบำบัดมาช่วยในการฝึกเดิน ฝึกการออกกำลังกล้ามเนื้อ ซึ่งผู้ป่วยสามารถนำกลับไปปฏิบัติต่อด้วยตัวเองที่บ้านได้ ส่วนว่าข้อเข่า ข้อสะโพกเทียมที่เปลี่ยนใหม่จะมีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่นั้น คงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ สภาพร่างกายของผู้ป่วยเอง ระดับของกิจกรรมที่ทำ ปริมาณของน้ำหนักที่ลง เป็นต้น หากการใช้งานไม่สมบุกสมบันจนเกินไปก็น่าจะสามารถใช้ได้นานมากกว่า 20 ปีขึ้นไป
โรงพยาบาลยันฮี โทร.0-2879-0300



