
สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่'อัลบาเนีย'
สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่ 'อัลบาเนีย' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง
เมื่อต้นปีเพิ่งไปอาร์เมเนีย(Armenia) กลางปีคิดจะไปแอลจีเรีย(Algeria) ปลายปีชีวิตระหกระเหินไปหาอัลบาเนีย(Albania)
เพิ่งสงสัยตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมชีวิตฉันถึงได้ป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่กับอัล..อัล..อาร์..อาร์ อยู่ได้
พอบอกมิ่งมิตรว่าจะไป อัลบาเนีย น้อยคนจะร้องอ๋อ ส่วนใหญ่จะทำหน้าเอ๋อใส่ซะมากกว่า
คนอื่นอาจจะงงๆ กับอัลบาเนีย แต่ฉันปักหมุดไว้หลายปีแล้ว ใครๆ ก็บอกว่าที่นี่คือประเทศที่เป็นฝรั่งมุสลิม หมายถึงผู้คนหน้าตาเป็นฝรั่งตามสูตรของชาวยุโรป แต่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องวิวทิวทัศน์ ก็นึกอยากเห็นประเทศนี้แล้ว
จากกรุงเทพฯ ไปอัลบาเนีย ทุกวันนี้สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์(0-22310300-7) มีเที่ยวบินให้บริการไปลงที่เมืองหลวงอย่าง กรุงทิรานา (Tirana)ทุกวัน ใครจะแวะเที่ยวอิสตันบูลเป็นของแถมยิ่งสะดวกใหญ่เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยแวะเที่ยวตุรกีได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าแล้ว
ทิรานาเมื่อแรกเห็น เหมือนเมืองที่พาย้อนยุคไปหายุโรปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว บางอารมณ์ชวนให้นึกถึงเมืองบางเมืองในดินแดนอาหรับ และบางมุมก็เหมือนมีกลิ่นของระบบคอมมิวนิสต์ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ
และบางมุมช่างเหมือนบางกอกอย่างไรอย่างนั้น เพราะกว่าจะพาร่างไปหาเรือนพักที่อยู่ใจกลางเมืองเก่าที่จับจองผ่านแอพพลิเคชั่นของอโกดา(www.agoda.com) ก็ต้องฝ่าฟันกับการจราจรที่ติดหนึบ
ความจริงข้อมูลที่รู้มา เขาว่าอัลบาเนียเป็นยุโรปที่ยากจนมาก แต่ทำไมท้องถนนยังแน่นขนัดไปด้วยรถรา แถมส่วนใหญ่เป็นรถเก่า และนี่คงจะเป็นที่มาที่ทำให้ทิรานาถูกเลื่องลือว่าเป็นเมืองหลวงที่มีมลพิษสูง
ทุกวันนี้ ทิรานากำลังรณรงค์ให้ผู้คนขับขี่จักรยานเพื่อลดมลพิษ มองไปทางไหนก็จะเห็นคนนั่งบนสองล้อกันเต็มไปหมด และเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนหันมาปั่นสองล้อ เขาเลยทำ Bike Lane สำหรับจักรยานเอาไว้อย่างเด่นชัด
ทิรานาเป็นเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งของโลกที่ยังไม่มีรถไฟใต้ดิน ทั้งที่อยู่ในยุโรปแท้ๆ ใครจะไปไหนมาไหนต้องขึ้นรถเมล์ ปั่นจักรยาน แท็กซี่ หรือไม่ก็ใช้บริการสองเท้า
แต่ถ้าใครจะสัญจรข้ามประเทศไปหาบ้านใกล้เรือนเคียง ทิรานาถือว่าเป็นเซ็นเตอร์ที่สำคัญ ที่นี่มีทั้งรสบัสและรถไฟที่วิ่งข้ามไปมอนเตเนโกร บอสเนียเฮอเซโกวินา เซอร์เบีย มาเซโดเนีย และโคโซโว หรือรถวิ่งข้ามประเทศระยะไกลก็มีไปถึงตุรกีและกรีซ
ถึงแม้จะอวลไปด้วยฝุ่นและควันสีดำที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า แต่ใช่ว่าทิรานาจะไร้ความสุนทรีย์ซะเมื่อไหร่ ยังมีสวน โรงละคร และพิพิธภัณฑ์เต็มเมือง
หลังจากเดินผ่านสถานที่หลายแห่งในเมือง ฉันพบป้ายประกาศหลายอันที่ทำให้รู้ว่าทิรานาเองก็เป็นเมืองที่ให้น้ำหนักความบันเทิงเริงใจไม่ใช่น้อย อย่างช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นธันวาคมเขาก็มีการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือ Tirana Film Fest ที่นอกจากมีการนำภาพยนตร์อัลบาเนียมาฉายให้ดูแล้ว ยังมีภาพยนตร์ต่างชาติมาร่วมแสดงด้วย
นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะใหญ่ๆ อย่างทิรานา เบียนนาเล และงานแจ๊ส เฟสติวัล ที่ดึงดูดคนจากยุโรปให้เดินทางมาที่นี่แต่ละปีไม่น้อยเหมือนกัน
ทิรานาสุนทรีย์ไม่เบาเหมือนกัน ยิ่งถ้าเดินเหินไปตามถนนหนทาง ก็จะเห็นชาวบ้านมานั่งกันตามร้านกาแฟริมทาง พวกเขาไม่ได้แค่มาจิบน้ำชากาแฟ แต่มาสนทนาเรื่องบ้านเมืองเรื่องโลกและเรื่องปากท้อง
และถึงจะเป็นประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่เดินเหินภายในตัวเมือง ก็ยังเจอทั้งโบสถ์และสุเหร่าตั้งไม่ไกลกัน
ฉันเคยอ่านหนังสือเจอว่า ระหว่างชาวคาทอลิคกับชาวมุสลิมในอัลบาเนียถือว่าความสัมพันธ์ดีมาก อาจจะคนละศาสนาแต่พวกเขาเคารพกัน ไปมาหาสู่กันในช่วงเทศกาลสำคัญ และเพื่อยืนยันความแนบแน่น มีคนแต่งงานกันด้วยซ้ำ
อาจจะมีพระเจ้าคนละองค์ แต่พวกเขาก็อยู่ร่วมกันบนความต่างได้ ได้อย่างสงบสุขแบบที่หลายประเทศในโลกนี้ควรจะดูเป็นต้นแบบ
--------------------
(สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่ 'อัลบาเนีย' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)



