ไลฟ์สไตล์

สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่'อัลบาเนีย'

สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่'อัลบาเนีย'

04 พ.ย. 2555

สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่ 'อัลบาเนีย' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง

                     เมื่อต้นปีเพิ่งไปอาร์เมเนีย(Armenia)  กลางปีคิดจะไปแอลจีเรีย(Algeria)  ปลายปีชีวิตระหกระเหินไปหาอัลบาเนีย(Albania)

                     เพิ่งสงสัยตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมชีวิตฉันถึงได้ป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่กับอัล..อัล..อาร์..อาร์ อยู่ได้

                     พอบอกมิ่งมิตรว่าจะไป อัลบาเนีย  น้อยคนจะร้องอ๋อ ส่วนใหญ่จะทำหน้าเอ๋อใส่ซะมากกว่า

                     คนอื่นอาจจะงงๆ กับอัลบาเนีย แต่ฉันปักหมุดไว้หลายปีแล้ว ใครๆ ก็บอกว่าที่นี่คือประเทศที่เป็นฝรั่งมุสลิม หมายถึงผู้คนหน้าตาเป็นฝรั่งตามสูตรของชาวยุโรป แต่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องวิวทิวทัศน์ ก็นึกอยากเห็นประเทศนี้แล้ว 

                     จากกรุงเทพฯ ไปอัลบาเนีย  ทุกวันนี้สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์(0-22310300-7) มีเที่ยวบินให้บริการไปลงที่เมืองหลวงอย่าง กรุงทิรานา (Tirana)ทุกวัน ใครจะแวะเที่ยวอิสตันบูลเป็นของแถมยิ่งสะดวกใหญ่เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยแวะเที่ยวตุรกีได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าแล้ว 

                     ทิรานาเมื่อแรกเห็น เหมือนเมืองที่พาย้อนยุคไปหายุโรปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว บางอารมณ์ชวนให้นึกถึงเมืองบางเมืองในดินแดนอาหรับ และบางมุมก็เหมือนมีกลิ่นของระบบคอมมิวนิสต์ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

                     และบางมุมช่างเหมือนบางกอกอย่างไรอย่างนั้น เพราะกว่าจะพาร่างไปหาเรือนพักที่อยู่ใจกลางเมืองเก่าที่จับจองผ่านแอพพลิเคชั่นของอโกดา(www.agoda.com)  ก็ต้องฝ่าฟันกับการจราจรที่ติดหนึบ  

                     ความจริงข้อมูลที่รู้มา เขาว่าอัลบาเนียเป็นยุโรปที่ยากจนมาก แต่ทำไมท้องถนนยังแน่นขนัดไปด้วยรถรา แถมส่วนใหญ่เป็นรถเก่า และนี่คงจะเป็นที่มาที่ทำให้ทิรานาถูกเลื่องลือว่าเป็นเมืองหลวงที่มีมลพิษสูง

                     ทุกวันนี้  ทิรานากำลังรณรงค์ให้ผู้คนขับขี่จักรยานเพื่อลดมลพิษ  มองไปทางไหนก็จะเห็นคนนั่งบนสองล้อกันเต็มไปหมด  และเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนหันมาปั่นสองล้อ เขาเลยทำ Bike Lane สำหรับจักรยานเอาไว้อย่างเด่นชัด  

                     ทิรานาเป็นเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่งของโลกที่ยังไม่มีรถไฟใต้ดิน ทั้งที่อยู่ในยุโรปแท้ๆ ใครจะไปไหนมาไหนต้องขึ้นรถเมล์ ปั่นจักรยาน  แท็กซี่ หรือไม่ก็ใช้บริการสองเท้า

                     แต่ถ้าใครจะสัญจรข้ามประเทศไปหาบ้านใกล้เรือนเคียง ทิรานาถือว่าเป็นเซ็นเตอร์ที่สำคัญ ที่นี่มีทั้งรสบัสและรถไฟที่วิ่งข้ามไปมอนเตเนโกร บอสเนียเฮอเซโกวินา  เซอร์เบีย  มาเซโดเนีย และโคโซโว  หรือรถวิ่งข้ามประเทศระยะไกลก็มีไปถึงตุรกีและกรีซ   

                     ถึงแม้จะอวลไปด้วยฝุ่นและควันสีดำที่ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า แต่ใช่ว่าทิรานาจะไร้ความสุนทรีย์ซะเมื่อไหร่ ยังมีสวน โรงละคร และพิพิธภัณฑ์เต็มเมือง
หลังจากเดินผ่านสถานที่หลายแห่งในเมือง ฉันพบป้ายประกาศหลายอันที่ทำให้รู้ว่าทิรานาเองก็เป็นเมืองที่ให้น้ำหนักความบันเทิงเริงใจไม่ใช่น้อย อย่างช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นธันวาคมเขาก็มีการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือ Tirana Film Fest ที่นอกจากมีการนำภาพยนตร์อัลบาเนียมาฉายให้ดูแล้ว ยังมีภาพยนตร์ต่างชาติมาร่วมแสดงด้วย   

                     นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะใหญ่ๆ อย่างทิรานา เบียนนาเล  และงานแจ๊ส เฟสติวัล ที่ดึงดูดคนจากยุโรปให้เดินทางมาที่นี่แต่ละปีไม่น้อยเหมือนกัน
ทิรานาสุนทรีย์ไม่เบาเหมือนกัน  ยิ่งถ้าเดินเหินไปตามถนนหนทาง ก็จะเห็นชาวบ้านมานั่งกันตามร้านกาแฟริมทาง  พวกเขาไม่ได้แค่มาจิบน้ำชากาแฟ  แต่มาสนทนาเรื่องบ้านเมืองเรื่องโลกและเรื่องปากท้อง  

                     และถึงจะเป็นประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม แต่เดินเหินภายในตัวเมือง ก็ยังเจอทั้งโบสถ์และสุเหร่าตั้งไม่ไกลกัน 

                     ฉันเคยอ่านหนังสือเจอว่า ระหว่างชาวคาทอลิคกับชาวมุสลิมในอัลบาเนียถือว่าความสัมพันธ์ดีมาก  อาจจะคนละศาสนาแต่พวกเขาเคารพกัน ไปมาหาสู่กันในช่วงเทศกาลสำคัญ และเพื่อยืนยันความแนบแน่น มีคนแต่งงานกันด้วยซ้ำ

                     อาจจะมีพระเจ้าคนละองค์  แต่พวกเขาก็อยู่ร่วมกันบนความต่างได้  ได้อย่างสงบสุขแบบที่หลายประเทศในโลกนี้ควรจะดูเป็นต้นแบบ

 

 

--------------------

(สูดกลิ่นอาหรับในยุโรปที่ 'อัลบาเนีย' : คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : โดย...กาญจนา หงษ์ทอง)