ไลฟ์สไตล์

ไทย10ล้านคนเผชิญโรคภูมิแพ้

ไทย10ล้านคนเผชิญโรคภูมิแพ้

02 พ.ย. 2555

ไทย10ล้านคนเผชิญโรคภูมิแพ้ รู้ทางชนะโรค คว้าโอกาสให้ชีวิต : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ

                     เช้าวันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม 2555 ลานอีเดน 1 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ผู้คนต่างช่วงวัยประมาณ 200 คน นั่งเก้าอี้อย่างพร้อมเพรียง รอคุณหมอเจ้าของรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2555 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ในฐานะนายกสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืดและวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย พ่องานที่จะขึ้นเวทีเสวนาให้ความรู้เรื่อง โรคภูมิแพ้ เนื่องใน “สัปดาห์รณรงค์ป้องกันโรคภูมิแพ้ 2012” ภายใต้แนวคิด “ชนะโรคภูมิแพ้ คว้าโอกาสให้ชีวิต” ควงคู่มากับคุณหมอแสนสวย พญ.วิภารัตน์ มนูญากร หน่วยภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

                     นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ฯ กล่าวว่า โรคภูมิแพ้พบในทุกเพศทุกวัย แต่พบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ ผลวิจัยพบว่า คนไทยกว่า 10 ล้านคนเป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก (20% ในผู้ใหญ่ และ 40% ในเด็ก) มีประมาณกว่า 5 ล้านคนเป็นโรคหืด และมีประมาณกว่า 1 ล้านคนเป็นโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง สาเหตุมาจากพันธุกรรม เช่น พ่อและแม่เป็นภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเป็น 60% พ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเป็น 30% และอีกสาเหตุคือสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อม มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ 10%

                      "สิ่งแวดล้อมทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก จากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง ถ้าเราเองปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาพเช่นนั้นไม่ดูแลและป้องกันตัวเองก็เสี่ยงมากที่จะเป็น ซึ่งการเป็นภูมิแพ้ เช่น ภูมิแพ้ที่เรื้อรังและเป็นมาก มีผลต่อคุณภาพชีวิตมากมายกว่าที่คนทั่วไปจะตระหนัก นั่นคือทำให้คนที่เป็น เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม อ่อนเพลียง่าย นอนไม่มีประสิทธิภาพ ขาดเรียน การเรียนอ่อนลง ขาดงานหรือทำงานได้ด้อยประสิทธิภาพลงได้ และไม่สามารถออกกำลังดั่งที่อยากทำได้ กลายเป็นคนเสียโอกาสในชีวิตไปหลายๆ ประการ" นายกสมาคมโรคภูมิแพ้ฯ กล่าว

                      ฟังดูแล้วหลายคนอาจวิตกกังกล แต่คุณหมอบอกว่า ไม่ต้องกังวล เนื่องจากโรคภูมิแพ้ถ้าเป็นแล้ว ถึงแม้จะรักษาไม่หาย ทว่าดูแลตนเองถูกวิธีก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ โดยมีคำแนะนำง่ายๆ 5 วิธี ได้แก่ 1.ดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ น้ำหอม สเปรย์ดับกลิ่นทุกชนิด ไรฝุ่น เป็นต้น 2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 3.นอนหลับไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมง 4.ไม่ควรขัดผิว และอาบน้ำอุ่น และ 5.ถ้ามีอาการควรปรึกษาแพทย์ทันที

                     โรคภูมิแพ้มี 7 โรคหลักๆ คือ ภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ (โรคภูมิแพ้ทางจมูก และโรคหืด) ภูมิแพ้ทางผิวหนัง ภูมิแพ้ทางตา ภูมิแพ้อาหาร ภูมิแพ้ยา และการแพ้ที่อาจเป็นรุนแรงถึงชีวิตได้ (ภาวะช็อกรุนแรง) โดยผู้ป่วยสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.allergyexpert.org หาความรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ตลอดจนวิธีการป้องกัน และรักษา โดยมีบริการ Live Chat with the expert สนทนาปัญหาและให้คำปรึกษาโรคภูมิแพ้กับผู้เชี่ยวชาญ ทุกวันพุธ เวลา 15.00-16.00 น. เป็นต้น

                     ทว่าวันนี้ ยังไม่ต้องเข้าเว็บไซต์ เพราะทางสมาคมร่วมกับ หน่วยโรคภูมิแพ้ทั้งแผนกเด็กและผู้ใหญ่ 13 โรงพยาบาลรัฐและเอกชน ได้แก่ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวชศรีนครินทร์ รพ.วิชัยยุทธ และบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จํากัด จัดทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ตรวจโรคภูมิแพ้ จัดบูธให้ความรู้เรื่องโรคภูมิแพ้ภายในงานด้วย

                      ดร.พญ.วิภารัตน์ เล่าว่า โดยทั่วไปโรคภูมิแพ้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง อาทิ การทำความสะอาดบ้าน ห้องนอน หมอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ห้องทำงาน รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ พัดลม เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ กำจัดแมลงสาบ มด แมลงวัน ยุง เนื่องจากเศษชิ้นส่วนและสิ่งขับถ่ายของแมลงเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และพยายามอย่าให้เกิดความชื้นขึ้นในบ้าน สำหรับผู้ป่วยที่แพ้สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว นก หนู ไม่ควรนำสัตว์มาเลี้ยงไว้ในบ้าน และไม่ควรนำต้นไม้ที่ใส่กระถางปลูกมาไว้ในบ้าน เพราะดินอาจเป็นที่เพาะเชื้อราได้

                     นอกจากนั้น ควรหลีกเลี่ยงอากาศที่เย็นหรือร้อนเกินไป การอดนอน การดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง เช่น อาหารทะเล ถั่ว ไข่ นม และหลีกเลี่ยงภาวะอารมณ์ที่ตึงเครียด ไม่สบายใจ ซึ่งผู้ป่วยควรสังเกตว่าสารใด หรือภาวะแวดล้อมอะไร ที่ทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น ควรพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น จะช่วยสามารถบรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ลงได้อย่างมาก


..............................................
(ไทย10ล้านคนเผชิญโรคภูมิแพ้ รู้ทางชนะโรค คว้าโอกาสให้ชีวิต : โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ )