
มองนอกดูใน - ครูที่ยิ่งใหญ่และไร้ตัวตน ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ทราบจากกองบรรณาธิการนิตยสาร สาวิกา ว่าในช่วงเช้า ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์ ราชบัณฑิต สาขาศึกษาศาสตร์ทางวิทยวิธี ซึ่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ สาวิกาสิกขาลัย มหาวิชชาลัยธรรมะเพื่อเยียวยาสังคม ได้กรุณาเดินทางมา
ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพบและสนทนากับอาจารย์สุมนหลังจากการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง
และข้าพเจ้าได้แลกเปลี่ยนกับอาจารย์สุมนว่า สาวิกาสิกขาลัยกำลังผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาโทและอีกสองปีข้างหน้าคือปี 2554 เราจะมีดุษฎีบัณฑิตรุ่นแรก ที่ถอดองค์ความรู้โดยมีกระบวนการของการบ่มเพาะ และออกไปเสียสละร่วมกัน
อาจารย์สุมนได้ให้คำแนะนำว่า การมองคนนั้นไม่ใช่แค่เพียงตัวเลขที่หน้าผาก คือคนคนนั้นจบมาด้วยเกรดเฉลี่ยเท่าไร แต่ต้องมองว่าบัณฑิตในอนาคตของเรามีที่มาอย่างไร และได้เสียสละอะไรมาบ้าง เหมือนปราชญ์บางท่าน เช่น ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม ซึ่งอาจจะไม่เคยได้ดุษฎีบัณฑิต แต่ก็เป็นปราชญ์ชาวบ้านซึ่งลงมือทำการเกษตรผสมผสานจนประสบผลสำเร็จเป็นแนวทางให้เกษตรกรรุ่นต่อมา ฉะนั้นการทำดุษฎีบัณฑิตที่เป็นพุทธศาสตร์จริงๆ จึงต้องพูดถึงนวัตกรรมของการสร้างคนให้มีความเสียสละด้วย
ก่อนเดินทางกลับ อาจารย์สุมนได้กล่าวให้กำลังใจว่า มาเสถียรธรรมสถานครั้งใด ท่านก็ได้กลับไปด้วยความชื่นใจ อย่างน้อยที่สุดคือได้สัมผัสธรรมชาติ และปอดก็ได้หายใจอากาศสะอาดๆ สรุปคือทุกครั้งที่มา...ท่าน ‘ชื่น’ ไม่ ‘เฉา’
เมื่ออาจารย์สุมนกลับไปแล้ว ข้าพเจ้าได้มีโอกาสประชุมกับกองบรรณาธิการต่อ ก่อนเข้าสู่การประชุม กองบรรณธิการได้เปิดเผยความรู้สึกว่า รู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมากสำหรับการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ เนื่องจากอาจารย์สุมนนั้นเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ มีคุณูปการมากมายในวงการการศึกษา เป็นที่เคารพรักและนับถือศรัทธาของผู้คนมากมาย ทว่าท่านเมตตาให้โอกาสด้วยการตอบรับการขอสัมภาษณ์ และกรุณาเดินทางมาให้สัมภาษณ์ที่เสถียรธรรมสถาน อีกทั้งตลอดการสัมภาษณ์อาจารย์ยังให้ความเป็นกันเอง และตอบคำถามแต่ละคำถามด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนและมีเมตตายิ่ง...
และนี่เองคือ...ตัวตนเล็ก จึงสามารถทำงานใหญ่นานาได้ลุล่วง
การเดินทางมาเสถียรธรรมสถานของอาจารย์สุมนในเช้าวันนั้น ท่านอาจจะไม่ทราบก็ได้ว่าท่านกำลังมอบความมั่นคงทางจิตใจให้แก่คนอีกรุ่นหนึ่ง สิ่งที่อาจารย์ได้สะสมมาในหลายฤดูกาลทำให้พวกเราซึ่งเป็นคนที่กำลังช่วยกันบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์นั้นได้เห็นครูที่ยิ่งใหญ่และไร้ตัวตน
สังคมที่ดีคือการใช้การปฏิสัมพันธ์ หรือการปฏิสันถาร คือการได้พูดคุย ได้แลกเปลี่ยนในบรรยากาศที่ส่งเสริมให้เราได้เปิดใจกว้าง และมองอย่างมีความชื่นชมยินดี เป็นมุทิตาจิตในฝ่ายปัญญาที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ารับสั่งไว้เลยว่า
“ที่ใดมีความเสียสละ ที่นั่นจะมีแต่ความชื่นใจ”
"ธรรมสวัสดี"



