
โชว์ล้ำ!มข.ผลิตน้ำมันดิบได้ใน2ชม.
นักวิจัย มข.โชว์ผลงานพัฒนากระบวนการผลิตพลังงานยานยนต์ชีวภาพ จากวัตถุดิบใกล้ตัว น้ำมันปาล์มใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง ได้น้ำมันดิบพร้อมกลั่นน้ำมันครบสูตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 55 รศ.ดร.เฉลิม เรืองวิริยะชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มข.ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า ได้ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยผ่านกระบวนการไฮโดรแคร็กกิ้ง เครื่องต้นแบบขนาดเล็กสำหรับผลิตน้ำมันขนาด 1 ลิตร โดยการอาศัยตัวเร่งปฏิกิริยา ทำให้ได้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน ซึ่งสามารถใช้กับยานยนต์ทั่วไป รวมทั้งน้ำมันก๊าดและไบโอดีเซล
การวิจัยครั้งนี้ถือว่าก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยเฉพาะการจำเพาะเจาะจงในการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา โดยขั้นแรกนี้ได้ใช้ "ซีโอไลต์" ที่ลักษณะผงสีขาวเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาตั้งต้น มากระตุ้นเพื่อเตรียมความพร้อมด้วยการอบที่อุณหภูมิสูง หลังจากนั้นจะผสมสารละลายของโลหะผสม 2 ชนิด คือ นิเกิล Ni(II) กับ โมลิบดินัม Mo(II) ที่สามารถยึดติดจับอยู่บนผิวของซีโอไลต์ได้ จากนั้นให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส แล้วตามด้วยการเผาที่อุณหภูมิสูงๆ ทำให้ได้ตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความจำเพาะในการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรแคร็กกิ้ง ที่จะทำการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อจะได้ตัวเร่งที่มีต้นทุนต่ำลง ซึ่งจะสามารถสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดซีโอไลต์จำเพาะขึ้นมาใช้งานได้ และสามารถนำตัวเร่งปฏิกิริยานี้ไปใช้ในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับยานยนต์ประเภทต่างๆ ได้ต่อไป
รศ.ดร.เฉลิม กล่าวว่า ที่เลือกใช้น้ำมันปาล์มในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ เนื่องจากว่า หากมีการขยายผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่ระดับอุตสาหกรรมแล้ว จะสามารถหาวัตถุดิบได้ง่าย ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงมาก สามารถปลูกปาล์มน้ำมันและผลิตน้ำมันปาล์มได้ในปริมาณที่มากเพียงพอ มากกว่า น้ำมันพืชชนิดอื่นๆ และได้ใช้น้ำมันปาล์มโอเลอินศึกษา เนื่องมาจากน้ำมันชนิดนี้มีความบริสุทธิ์ในระดับหนึ่งในการทำปฏิกิริยา แต่ที่สำคัญหวังว่าผลงานวิจัยนี้จะช่วยต่อยอดภาคธุรกิจ ให้เกิดการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ลดมลภาวะเป็นพิษ เพราะนอกจากจะได้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพมีคุณภาพสูง ความหนืดต่ำ การเผาไหม้ดี มีค่าเลขซีเทนและเลขออกเทนสูงขึ้น สามารถนำไปใช้ได้กับเครื่องยนต์รอบสูงอย่างเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องบินไอพ่นได้ ไร้สารมลพิษ ลดภาวะโลกร้อน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำน้ำมันพืชทุกชนิดมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพได้ แต่อาจได้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน และสามารถพัฒนาให้การผลิตพลังงานทดแทนน้ำมันดิบใต้ดินที่นับวันจะร่อยหรอ และอาจจะหมดไปในเวลาอันใกล้นี้แล้วด้วย
ทั้งนี้ถือว่าเป็นผลงานวิจัยที่มีก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง ผ่านกระบวนการไฮโดรแคร็กกิ้ง ก็จะเปลี่ยนน้ำมันพืชบริสุทธิ์ให้เป็นน้ำมันดิบ เพื่อที่จะนำไปกลั่นเป็นน้ำมันเบนซิน แต่ต้องยอมรับขณะนี้ต้นทุนในการผลิตยังสูง เฉพาะเครื่องต้นแบบขนาด 1 ลิตร มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนน้ำมันพืชหรือปาล์มบริสุทธิ์ที่ผลิตจำหน่ายในท้องตลาดยังมีราคาสูงเฉลี่ยลิตรละ 40 บาท ส่วนซีโอไลต์ผงเร่ง ก็ต้นทุนสูงมาก แต่ก็ได้เห็นแล้วว่า มีวิธีการที่จะผลิตเชื้อเพลิงที่ลดมลพิษ และทดแทนพลังงานฟอสซิลได้ เพียงแต่ต้องต่อยอดพัฒนาตัวเร่งและน้ำมันวัตถุดิบให้มีราคาต่ำลง เพื่อที่จะสามารถก้าวเข้าสู่การผลิตภาคอุตสาหกรรมต่อไป



