
'ทีโอที'ร้องผู้ตรวจฯสอบ'กสทช.'
'ทีโอที'ร้องผู้ตรวจฯ สอบ'กสทช.' หวั่น 3 บริษัทผู้ผ่านการประมูลแอบยักยอกถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2จี ไปเป็นทรัพย์สินระบบ 3จี ด้าน'เลขาฯ'แจงเตรียมเสนอผู้ตรวจพิจารณาคำร้องทั้งหมด 30 ต.ค.นี้
29 ต.ค.55 ผู้นำแรงงานพนักงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำโดยนายนราพล ปลายเนตร นายพิราม เกษมวงศ์ นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายเฉลิมศักดิ์ จันทรทิม เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่นความถี่ 3 จีของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
นายพิราม กล่าวว่า กรณีการประมูลเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา เห็นว่า ไม่ได้เป็นการเสนอราคาแข่งขันกันในการซื้อหรือขายทรัพย์สิน ตามความหมายของการประมูลในมาตรา 45 วรรคหนึ่งของ พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ 2553 แต่เป็นเพียงการนำคลื่นความถี่มาจัดสรรให้กับผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น อีกทั้งอาจเข้าลักษณะสมยอมในการเสนอราคาและมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายในลักษณะที่ไมมีการแข่งขัน เสนอราคาที่รัฐพึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในเรื่องของการโอนทรัพย์สิน เนื่องจากสัญญาสัมปทานในการให้บริการคลื่นความถี่ 2 จี ที่บริษัททรู คอเปอร์เรชั่น บริษัทดีแทค ทำกับบริษัท กสท โทรคมนาคม และที่บริษัทเอไอเอส ทำกับบริษัททีโอทีนั้น ระบุว่า นอกจากทั้ง 3 บริษัทต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับรัฐปีละ15% หรือราว 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และต้องเป็นผู้พัฒนาโครงข่ายการให้บริการ โดยเมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องโอนทรัพย์สินนั้นให้เป็นของรัฐ แต่ขณะนี้เมื่อกำลังจะพัฒนาคลื่นความถี่เป็น 3 จี ทาง กสทช.กลับยังไม่ดำเนินการเรื่องการโอนทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2 จี ให้กับบริษัททีโอที และกสท.โทรคมนาคมให้แล้วเสร็จก่อน
"ถ้าดูราคาประมูลคลื่น 3 จี ที่ทั้ง 3 บริษัทประมูลได้ในราคา 4,500 บาทต่อ 1ใบอนุญาตนั้น ทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วงว่า 3 บริษัทจะนำเงินตรงไหนไปพัฒนาโครงข่ายระบบ 3 จี จึงอาจเป็นไปได้ว่า ทั้ง 3บริษัทจะใช้วิธีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินในระบบ 2 จี ที่ต้องโอนให้กับรัฐ ไปเป็นทรัพย์สินในระบบ 3 จี ที่เอกชนเป็นเจ้าของ โดยอาศัยข้ออ้างความต้องการของประชาชน ซึ่งความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการโอนย้ายทรัพย์สินดังกล่าวจะทำให้ทรัพย์สินของชาติเสียหายมหาศาลอาจมากกว่ารายได้จากการประมูลคลื่น 3 จีเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ก็เป็นได้จึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองสั่งชะลอการรับรองใบอนุญาตการประมูลคลื่น 3 จีออกไปก่อนและให้กสทช.ดำเนินการเรื่องการโอนย้ายทรัพย์สินในระบบคลื่นความถี่ 2 จี ของบริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานมาเป็นของรัฐให้แล้วเสร็จเสียก่อน" นายพิราม กล่าว
ด้านนายเฉลิมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินทั้ง 3 คนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการร้องของให้ตรวจการประมูลคลื่น 3 จี ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และได้เร่งรัดให้ทางสำนักงานรวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายต่างๆ และนำเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินวันที่ 30 ต.ค.นี้ ซึ่งก็จะได้นำเสนอในส่วนคำร้องของพนักงานทีโอทีที่มาร้องนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย เพื่อที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะได้พิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยและส่งศาลปกครองตามที่มีการร้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามการพิจารณาเรื่องนี้น่าจะเร็วเพราะทางกสทช. ก็ได้มีการชี้แจงเรื่องนี้เข้ามาแล้วทำให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ต้องเสียเวลาในขั้นตอนให้ กสทช.ชี้แจงอีก



