ไลฟ์สไตล์

ตื่น!'โลมา-พะยูน'โผล่อ่าวกะเปอร์ระนอง

ตื่น!'โลมา-พะยูน'โผล่อ่าวกะเปอร์ระนอง

27 ต.ค. 2555

ชาวประมงพื้นบ้านระนอง แตกตื่นหลังพบฝูงโลมาสีชมพูโผล่ให้เห็นกลางอ่าวกะเปอร์ ใกล้ชายฝั่งระนอง 2 ฝูงกว่า 20 ตัว กลุ่มนักดำน้ำทราบข่าวเร่งลงพื้นที่ ชี้อาจเป็นผลจากกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ อีกทั้งยังพบฝูงพะยูนอีกนับ 10 ตัวด้วย

           27ต.ค.2555 นายสมชาย หัสจักร ประธานชมรมดำน้ำจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากกลุ่มเรือประมงพื้นบ้านว่าพบเห็นฝูงโลมาสีชมพูเป็นจำนวนมาก บริเวณอ่าวกะเปอร์ ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง กว่า 20 ตัว ซึ่งหลังจากทราบข่าวตนได้เดินทางลงพื้นที่พร้อมทีมดำน้ำไปยังบริเวณเกาะกำ,เกาะล้าน และเกาะไข่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน และแนวทะเลบริเวณช่วงรอยต่อ อ.คุระบุรี จ.พังงา พบเห็นโลมาสีชมพู 2 ฝูงใหญ่กว่า 20 ตัว ว่ายอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจริง
   
           ทั้งนี้พบว่าในช่วงระยะหลัง ฝูงโลมาจะเดินทางมายังบริเวณชายฝั่ง จ.ระนอง มากขึ้น ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นเพราะเหตุใด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศทางการไหล หรืออาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้แหล่งอาหารในทะเลมีปัญหา ทำให้ฝูงโลมาจำเป็นต้องหาอาหารในแหล่งใหม่ๆ ซึ่งขณะนี้ทางตนและทางกลุ่มนักดำน้ำ รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่เตรียมที่จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเขตพื้นที่อนุรักษ์คุ้มครองโลมา เพื่อที่จะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในอนาคต
   
           นอกจากนี้ยังพบว่า มีพะยูนปรากฏตัวให้ชาวบ้านชุมชนชายฝั่งในพื้นที่ ต.ปากน้ำ,ต.ม่วงกลวง,เห็นหลายครั้งด้วยก่อนหน้านี้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะมีการพบแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวไร่ และอ่าวท้ายมะพร้าว บริเวณอ่าวกะเปอร์กว่า 40 ไร่ ซึ่งอาจจะทำให้พะยูนจาก จ.ตรัง ส่วนหนึ่งเริ่มเคลื่อนย้ายมายังแหล่งอาหารแห่งใหม่ที่ จ.ระนอง ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปสำรวจและทำแนวเขตป้องกันทั้งแนวเขตหญ้าทะเล และแหล่งอาศัยของพะยูน
   
           นายอันยู ยกย่อง ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง เปิดเผยว่า ตนเองในฐานะภาคีเครือข่ายกลุ่มชุมชนชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้เตรียมนำเรื่องการพบแหล่งหญ้าทะเลเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเป็นพื้นที่อนุรักษ์หญ้าทะเล และเป็นแหล่งให้พะยูนเข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งชาวประมงพื้นบ้านทุกคนต่างให้ความร่วมมือ เนื่องจากทราบดีว่าพะยูนเป็นสัตว์หายาก อีกทั้งหากมีสัตว์ดังกล่าวเข้ามาอาศัยในพื้นที่จะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในอนาคต