ไลฟ์สไตล์

คลื่นคนวรรณกรรม'เรื่องสั้น-บทกวี'

คลื่นคนวรรณกรรม'เรื่องสั้น-บทกวี'

28 ต.ค. 2555

คลื่นคนวรรณกรรม : เรื่องสั้นและบทกวีดีเด่น รางวัลสมาคมภาษาและหนังสือฯ : โดย...ก้อนหินริมทาง

                และแล้วในที่สุด สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (P.E.N. Inter national Thaiiland - Cente er Under the Royal Patronnage of H.M. The King ) ก็ได้ทำการคัดสรรและพิจารณาบทกวีและเรื่องสั้นที่ตีพิมพ์ตามนิตยสารต่างๆ เพื่อมอบรางวัลเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว  โดย รศ.ทวีศักดิ์ ปิ่นทอง นายกสมาคมภาษาและหนังสือฯ ได้ประกาศผลการคัดสรรพิจารณาตัดสินเรื่องสั้น และบทกวีดีเด่นรางวัลสมาคมภาษาและหนังสือฯ ประจำปี 2554 มีดังนี้

                รางวัลคุณนิลวรรณ ปิ่นทอง บรรณาธิการดีเด่น ได้แก่ นายมกุฏ อรดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ

                รางวัลเรื่องสั้น 

                                เรื่องสั้นดีเด่น เรื่อง “เหตุการณ์ปกติไม่ธรรมดา” ของ มิ่งมนัสชน จังหาร  ตีพิมพ์ใน เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 978 (25 กันยายน - 3 มีนาคม 2554) 

                                เรื่องสั้นรางวัลชมเชย 

                                เรื่อง“ในทุ่งกว้าง” ของ อติภพ ภัทรเดชไพศาล ตีพิมพ์ในสกุลไทย ปีที่ 57 ฉบับที่ 2950 (3 พฤษภาคม 2554) 

                                เรื่อง“เรียวหนามบุญ” ของ วัฒนา ทาทอง  ตีพิมพ์ในสยามรัฐ สัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 58 ฉบับปีที่51(กั นยายน 2554) 

 

                รางวัลบทกวี 

                                บทกวีดีเด่น “เสียงกบภูเขาที่ถนนข้าวสาร” ของ อังคาร จันทาทิพย์  ตีพิมพ์ในจุดประกายวรรณกรรม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8389 (11 กั นยายน 2554) 

                                บทกวีรางวัลชมเชย “อัสซาลามมูอาลัยกุม” ของ พจนาถ พจนาพิทักษ์  ตีพิมพ์ในเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 981 (18-24 มีนาคม 2554) 

                “หม่นเพลงชาติพันธุ์” ของ โขงรัก คำไพโรจน์  ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 31 ฉบับที่ 1605 (20-26 พฤษภาคม 2554) 

                ส่วนการมอบรางวัลนั้นทางสมาคมภาษาและหนังสือจะแจ้งวันเวลา พร้อมทั้งรายการเสวนาต่างๆ ให้ทราบอีกครั้งในเร็ววันนี้

                และ"คมชัดลึก"คอลัมน์ "คลื่นคนวรรณกรรม" ในฐานะที่เป็นพื้นที่สาธารณะของคนวรรณกรรม จึงขอแสดงความยินดีกับนักเขียนทุกท่านที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้...(โดยเฉพาะนักข่าวสายวรรณกรรมหน้าตาดีคนเดิมประจำคอลัมน์นี้  ยินดีปรีดากับนักเขียนที่ได้รับรางวัลถึงกับนั่งน้ำตาซึมเลยทีเดียว และเมื่อสองวันก่อนมีคนเห็นมันนั่งกินต้มแซ่บที่ร้านแถวๆ ตีนสะพานหัวช้าง ทำเป็นนั่งเคลิ้มเหมือนนักเขียนใหญ่เลยล่ะ...)

                ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสได้อ่านผลงานรวมเล่มของพี่ใหญ่อีกคนหนึ่งในวงการนักเขียน โดยเฉพาะนักเขียนนาม ศักดิ์ชัย บำรุงพงศ์ หรือเสนีย์ เสาวพงศ์ เจ้าของผลงานนวนิยายอมตะเรื่อง ปิศาจ นั่นเอง ซึ่งตอนนี้มีผลงานรวมเล่มชุดใหม่ออกมาแล้วภายใต้ชื่อปกว่า "เงาคน-บนเวลาและปฏิมาการ "บทบันทึกจากที่ราบลุ่มภาคกลางผ่านแง่คิดและมุมมองที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างยาวนานจนถึงวัย 85 ปี เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ราคา200บาท...นี่เป็นการบอกเล่าจากอดีตถึงปัจจุบันที่น่าสนใจอย่างยิ่ง...(นักข่าวสายวรรณกรรม(ที่ชอบย้ำว่าหน้าตาดี)คนเดิมบอกว่า...บางเรื่องอ่านแล้วทำให้เห็นภาพวิถีชีวิตผู้คนในอดีตชัดเจนดีเหลือเกิน....จนอยากจะไปเกิดในยุคนั้นจัง...) 

                สำหรับคนนี้ไม่พูดถึงไม่ได้หรอก เพราะผาดโผนในยุทธจักรหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์มาอย่างยาวนาน ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกการ์ตูนนิสต์มือฉมังนาม อรุณ วัชระสวัสดิ์ นั่นแหละ ทุกวันนี้ฝีมือการเขียนการ์ตูนล้อการเมืองของน้าอรุณยังคมและลึกไม่เสื่อมคลาย ตอนนี้ใครที่ชื่นชอบเส้นสายการ์ตูนของน้าอรุณ ต้องไปหาซื้อหนังสือ "อรุณตวัดการเมือง"มาเก็บไว้แล้วล่ะ เพราะอีกหน่อยจะกลายเป็นหนังสือหาอยาก เนื่องจากน้าอรุณไม่ค่อยจะรวมผลงานออกมานั่นแหละ โดยหนังสือเล่มนี้มีรุ่นใหญ่เขียนคำนำให้ถึง 3คนแน่ะ  ทั้งขรรค์ชัย บุนปาน, สุจิตต์ วงษ์เทศ และสุทธิชัย หยุ่น  ดังนั้นใครเป็นแฟนการ์ตูนของน้าอรุณเห็นทีต้องหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านแล้วล่ะ...( ในวันเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ในงานมหกรรมหนังสือที่ศูนย์สิริกิติ์ นักข่าวที่หน้าตาดี๊ดีคล้ายดาราเกาหลีประจำคอลัมน์นี้ ก็ไปยืนด้อมๆ มองๆ กับเค้าด้วย โดยมันกลับมาบอกว่า...หนวดของน้าอรุณยังเข้มเหมือนเดิม มิหนำซ้ำหนวดยังสวยพอๆ กับพี่เล็ก คาราบาวอีกด้วย แต่สวยคนละสไตล์... เอ๊ะ...นักข่าวคนนี้ยังไงเนี่ย  พูดถึงแต่หนวดไม่พูดถึงหนังสือของน้าอรุณเลยนะ) 

                นกเสรีจากมัญจาคีรี "อังคาร จันทาทิพย์ "ตอนนี้กำลังเคร่งเครียดกับการปรับปรุงเนื้อหาในรวมบทกวีชุดใหม่ที่ 'หัวใจห้องที่ห้า' อยู่ โดยจะพิมพ์ซ้ำช่วงปลายปีนี้ ....และนี่จะเป็นหนังสือกวีนิพนธ์อีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ...(ในทัศนะของนักข่าวสายวรรณกรรมรูปหล่อให้ความเห็นว่า...ถ้าจะให้ดีน่าชวนน้าเสี้ยวจันทร์ แรมไพรมาเป็นที่ปรึกษาด้วย และสถานที่ระดมความคิดควรจะเป็นที่ Blue Bar แถวๆ บางลำพู น่าจะเหมาะที่สุด เพราะดนตรีดี เบียร์ไม่แพงด้วย..)

                ไชโย..ภาพยนตร์เรื่องแรกของฟ้า พูลวรลักษณ์ นักเขียนและศิลปินชื่อดัง ลูกชายคนโตของตระกูลพูลวรลักษณ์แห่งโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ แต่เป็นลูกคนเดียวที่ทำงานศิลปะและไม่สนใจธุรกิจ สร้างหนังเรื่องแรกที่เอามาจากเรื่องสั้นของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นทั้งผู้กำกับและเขียนบทเองในวัย 60 ปีพอดี โดยหนังเรื่องนี้ชื่อ เด็กสาว BLOOM เป็นหนังที่สะท้อนแง่มุมเรื่องราวชีวิตของอ้อ แตน น้อย เดือน และ เต๋า สาวน้อย 5 คนที่เติบโตมาด้วยกันท่ามกลางวิถีชีวิตริมสายน้ำ ณ คลองบ้านหว้า บางปะอิน พวกเธอยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เที่ยวเล่น ซุกซนมาด้วยกันและผูกพันมากมายในฐานะ “เพื่อนรัก” ...สสำหรับหนังเรื่องนี้จะฉายเมื่อไหร่นั้นจะแจ้งให้ทราบอีกที...(มาอีกแล้ว..นักข่าวหน้าตาดีประจำคอลัมน์นี้ที่ชอบแอบไปกินต้มแซ่บที่ตีนสะพานหัวช้างเดินมาบอกบอกว่า...หนังเรื่องนี้ของฟ้าดูแล้วเข้าใจง่าย ไม่อยากเหมือนอ่านนิยายของฟ้าหรอก...แล้วพ่อหนุ่มนักข่าวคนเดิมยังย้ำอีกว่า...ไม่จำเป็นต้องพกยาแก้ปวดหัวเข้าโรงหนังด้วย...)

 

--------------------

                ด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)จะจัดสัมมนาเรื่อง" งานแปลด้านวิชาการกับตลาดหนังสือแปล" ในวันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน 55 ณ ห้องประชุม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ วช. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาแนวทางการจัดแปลหนังสือวิชาการของ วช. รับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับงานแปลวิชาการ และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับงานแปลวิชาการระหว่างวิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนา ดังนั้นจึงขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมสัมมนาดังกล่าว โดยส่งแบบตอบรับการเข้าร่วมสัมมนาทางโทรสารที่ 02 561 3049 หรือ 02 579 2285 หรืออีเมล [email protected]

 

--------------------

(คลื่นคนวรรณกรรม : เรื่องสั้นและบทกวีดีเด่น รางวัลสมาคมภาษาและหนังสือฯ : โดย...ก้อนหินริมทาง)