
ความเร็วสร้างสมาธิให้หนุ่มไฟแรง'โจ้'
ความเร็วสร้างสมาธิให้หนุ่มไฟแรง'โจ้'นิธิ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ภาพ--ธนาชัย ประมาณพาณิชย์
เรื่องของความเร็วกับหนุ่มๆ มักจะเป็นของคู่กันเสมอ โดยเฉพาะหนุ่มรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่สะใจกับความสนุกสนานในการเหยียบคันเร่ง มากกว่าตั้งใจฝึกปรือเพื่อตามล่าถ้วยรางวัลในสนามแข่งขัน เช่นเดียวกับหนุ่มหน้าใสวัย 20 ต้นๆ "โจ้" นิธิ เลิศสุมิตรกุล โปรเจกท์ ดิเวลลอปเมนต์ บริษัท พรีเมียร์ ไดมอนด์ คัทติ้ง จำกัด ดูแลแบรนด์เครื่องประดับน้องใหม่ "พรีเมียร่า-เอ็กซ์ควิสิท จิวเวลรี่" ก็เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่หลงใหลมนต์เสน่ห์ของความเร็วในการขับขี่รถยนต์เช่นกัน โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่ากิจกรรมสุดโปรดนี้ ไม่เพียงเพิ่มสีสันให้ชีวิตแล้ว ยังช่วยปลดปล่อยความเครียดจากการทำงานอีกด้วย ทว่ามิใช่การขับขี่จริงในชีวิตประจำวันตามท้องถนนทั่วไป และวันนี้ทีมงาน "คม ชัด ลึก" มีโอกาสตามติดหนุ่มโจ้ไปท้าทายความเร็วอีกครั้ง ที่สนามแข่งรถแก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี
"ด้วยความที่คุณพ่อเป็นคนชอบรถมาก และตอนเด็กๆ ผมจะอยู่กับครอบครัว ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด คุณพ่อผมจะชอบอ่านหนังสือรถและมีความรู้ด้านเครื่องยนต์เยอะพอตัวทีเดียว เวลานั่งรถไปด้วยกันพ่อท่านมักจะคุยเรื่องรถให้ฟังเสมอ จนผมซึมซับและรู้จักรถค่อนข้างเยอะ อย่างรถคันไหน ยี่ห้อไหนทำมาจากวัสดุอะไรพวกนี้ผมจะรู้หมด ส่วนรถในฝันของผมคือ เบนท์ลีย์ เป็นรถที่ผมเคยมีโอกาสลองขับแล้วด้วย ผมว่ามันเป็นรถที่หรู เร็ว และสบายมากๆ เวลาขับมันเหมือนรถสปอร์ต แต่ข้างในมันนั่งสบายสามารถขับได้ทุกวัน ยิ่งตอนนี้ผมมีปัญหาสุขภาพเรื่องปวดหลังมาสักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการออกกำลังกายด้วยวิธียกน้ำหนัก แต่พอได้ลองขับเบนท์ลีย์แล้ว รู้สึกว่านั่งสบายมากจนไม่รู้สึกว่าปวดหลังเลย" หนุ่มโจ้เริ่มการสนทนาด้วยการเผยสเปกรถที่ชื่นชอบ
ถึงจะชอบและสนใจเรื่องรถยนต์มากแค่ไหน แต่ "ผู้บริหารวัยใส" ยอมรับว่ายังรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ที่จะลงสนามประลองความเร็วในสนามแข่งขัน กระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงมีโอกาสได้เปิดประสบการณ์ซิ่งครั้งแรก ในสนามไทยแลนด์ เซอร์กิต จ.นครปฐม ผ่านการชักชวนของพี่เขย "ก้อง" สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ และเพื่อนๆ ร่วมก๊วนซึ่งพิสมัยการขับขี่ประเภทดังกล่าว
"ที่จริงก่อนหน้านี้ผมก็อยากลองขับรถเร็วๆ บ้างเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนไม่กล้า เพราะกลัวจะเกิดอันตรายจึงยังไม่มีโอกาสได้ลองเลยสักครั้ง จนเมื่อต้นปีไปกับพี่ก้องซึ่งเขาจะมีกลุ่มเพื่อนๆ นัดแนะไปขับด้วยกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นวันอาทิตย์ที่ทุกคนหยุดตรงกัน ประจวบเหมาะพอดีผมว่างพี่ก้องเลยชวนน้องๆ ไปขับเล่นด้วยกัน แค่ขับวนๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มสปีดให้เร็วขึ้น ขับครั้งแรกผ่านไปติดใจเลยครับ สนุกมากๆ ยิ่งได้เพื่อนๆ พี่ก้องที่เขาขับเก่งๆ ช่วยสอนเทคนิคให้ด้วย เริ่มแรกเลยคือ หากเป็นสนามที่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก จะต้องค่อยๆ ขับวนเพื่อทำความคุ้นเคยกับสนามสัก 2-3 รอบก่อน เพื่อวางแผนในการขับ ส่วนเทคนิคก็คือต้องพยายามให้พวงมาลัยตรงมากที่สุด" ทายาทคนเล็กของคุณพ่อสมบัติ และคุณแม่นลินี เลิศสุมิตรกุล แบ่งปันเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อความปลอดภัยให้พอหอมปากหอมคอ
หลังจากทดสอบความเร็วมาแล้วถึง 3 ครั้งจากรถที่มีสมรรถนะแตกต่างกัน ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หนุ่มโจ้บอกว่า การขับขี่แบบนี้ช่วยให้เราเป็นคนช่างสังเกต และมีสมาธิ ส่งผลให้ระมัดระวังในการขับขี่บนท้องถนนจริงมากขึ้น เพราะทุกครั้งเมื่อเกิดปัญหาในสนามเราจะคิดเสมอว่าหากปัญหานี้เกิดขึ้นในการขับขี่บนท้องถนนจริงจะต้องทำอย่างไร เพราะบางครั้งการที่เราขับรถดีไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุ เพราะเราไม่รู้ว่าคันที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังเขาขับอย่างไร บางครั้งจอดอยู่เฉยๆ ยังถูกคันหลังขับมาชนท้ายก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
"เวลาขับรถในสนามด้วยความเร็วสูง เราต้องมีสมาธิมากๆ ต้องจดจ่ออยู่กับถนนตลอด และคิดวางแผนไปถึงโค้งหน้าว่าต้องขับอย่างไร ผมว่ามันก็เหมือนกับการทำงานที่เราก็ต้องมีสมาธิ จดจ่อกับมัน คอยวางแผนงานต่างๆ ที่เราดูแลอยู่เพราะหากพลาดพลั้งอาจทำให้เกิดผลเสียต่อบริษัทได้ ยิ่งตอนนี้ผมมาดูแลแบรนด์ใหม่แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรกด้วย ก็ยิ่งต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษครับ" หนุ่มนักซิ่งเผย ก่อนจะเปลี่ยนมุมมาเล่าถึงหน้าที่การงานที่เขารับผิดอยู่ตอนนี้
นอกจากนี้ "โจ้" นิธิ ยังบอกอีกว่า หลังจากเรียนจบด้านการตลาดที่มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น บอสตัน สหรัฐอเมริกา ก็มีโอกาสเข้ามาช่วยงานของครอบครัว โดยพี่สาวลูกของป้า "จิ๊บ" อชิรญา วรวงศ์วสุ ดึงตัวมาช่วยงานที่บริษัท พรีเมียร์ ไดมอนด์ ซึ่งกำลังจะขยายงานพอดิบพอดี จึงมีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ทุกกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นการผลิต และล่าสุดเมื่อบริษัทเปิดแบรนด์ใหม่ "พรีเมียร่า-เอ็กซ์ควิสิท จิวเวลรี่" ภายใต้ เดอะ พรีเมียร์ กรุ๊ป กลุ่มบริษัทอัญมณีผู้ผลิต และส่งออก เพชร พลอย และเครื่องประดับแบบครบวงจรระดับแนวหน้าของเมืองไทย จึงเป็นโอกาสให้หนุ่มน้อยมีโอกาสแสดงฝีมือการดูแลและบริหารธุรกิจอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่การวางระบบควบคุมงาน ระบบส่งต่องานให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น การทำบัญชี สต็อกสินค้า และการทำข้อมูลเปเปอร์เวิร์กสำหรับการผลิตครั้งต่อๆ ไป ฯลฯ ซึ่งถึงแม้จะเหนื่อยบ้าง แต่สำหรับหนุ่มโจ้ เขากลับมองว่าเป็นเรื่องที่สนุกสนานและท้าทายไม่น้อย
"ตลอด 2 ปีที่เข้ามาเรียนรู้งานผมทุ่มเทเต็มที่เต็มที่ 1 สัปดาห์ทำงาน 5 วันเต็มครับ เหนื่อยเหมือนกันแต่ก็สนุกดี ผมได้เรียนรู้หลายอย่างจากคนเก่าแก่ที่มีประสบการณ์การทำงานมานานและมีความรู้เยอะ และยังต้องเรียนรู้การติดต่อประสานงานกับพนักงานด้วย ตอนนี้ในส่วนของโรงงานก็ค่อนข้างลงตัวแล้วมีผู้จัดการมาช่วยดูแลอีกแรง ส่วนผมกับพี่จิ๊บกำลังวุ่นอยู่กับร้านใหม่ที่พารากอน ตอนนี้ใกล้เสร็จแล้วคงพร้อมเปิดเร็วๆ นี้ล่ะ ที่นี่แหละครับเป็นที่แรกที่ผมดูแลเองทั้งหมดเรียกว่าทุกขั้นตอนจริงๆ ผมจำได้ที่ผู้ใหญ่เคยสอนตั้งแต่เล็กๆ ว่า "ไม่ว่าจะลงมือทำอะไรก็ตาม เราควรต้องเรียนรู้ทุกอย่างก่อนจะปล่อยให้คนอื่นดูแล" ซึ่งผมก็เชื่ออย่างนั้นและทำตามคำที่ผู้ใหญ่ท่านสอนมาตลอดครับ" นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงทิ้งท้าย ก่อนขอตัวลงสนามปลดปล่อยความเครียดด้วยความเร็วอีกครั้ง
..................................................
(ความเร็วสร้างสมาธิให้หนุ่มไฟแรง'โจ้'นิธิ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง--วันวิสา โรจน์แสงรัตน์/ภาพ--ธนาชัย ประมาณพาณิชย)



