ไลฟ์สไตล์

'HOTAP+CONDO'แดงแรงฤทธิ์ที่'บ้านฉาง'

'HOTAP+CONDO'แดงแรงฤทธิ์ที่'บ้านฉาง'

27 ต.ค. 2555

'HOTAP+CONDO'แดงแรงฤทธิ์ที่'บ้านฉาง' : คอลัมน์ ตึกแถว-อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว

          คงต้องยอมรับนะครับว่าจากวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะวิกฤติทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรงติดต่อกันหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปีที่แล้วในหลายพื้นที่ในเขตภาคกลางตอนบนและตอนล่าง รวมทั้งบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้บรรดานิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ประสบกับปัญหาน้ำท่วมติดต่อกันนานหลายเดือน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงเป็น “ลูกโซ่” ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างหนักนับล้านๆ บาท ทำให้บรรดาโรงงานน้อยใหญ่หลายพันโรงต่างคิดที่จะขยับขยายย้ายฐานการผลิตไปยังภาคตะวันออกที่มีความพร้อมสูงกว่าและมีความปลอดภัยจากวิกฤติทางธรรมชาติมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่กังวลกับเรื่องภัยน้ำท่วม 
 
          นอกจากนั้น ยังไม่ต้องกังวลกับวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นซ้ำซากและไม่รู้ว่าจะยุติกันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเล่น “กีฬาสี” ที่คนไทยไม่ “รู้รักสามัคคี” ต่างฝ่ายต่างก็ “ถือดี” ว่าตัวเองถูก แต่ลืมไปว่ากำลังใช้เศรษฐกิจประเทศชาติเป็น “ตัวประกัน” อยู่ เอะอะก็จะปิด “กรุงเทพฯ” ปิดสนามบิน “ดอนเมือง” และ “สุวรรณภูมิ” ปิด “ทำเนียบรัฐบาล” ทำให้บรรดานักลงทุนเกิดความเบื่อหน่ายจึงย้ายออฟฟิศฐานการผลิตไปยังภาคตะวันออกที่มีเสถียรภาพมากกว่า 
 
          ผมเคยนั่งวิเคราะห์ว่าทำไมการลงทุนในภาคตะวันออกช่วง 1-2 ปี จึงมีอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดด พอลงลึกเข้าไปในฐานข้อมูลก็ถึงบางอ้อครับ เพราะภาคตะวันออกมีของดีอยู่ 8 ประการ ที่จะหาภาคอื่นๆ ของประเทศที่มีครบถ้วน ประการแรก เป็นแหล่งข้าว แหล่งน้ำ แหล่งผลไม้ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร ประการที่ 2 มีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการประมงที่เข้มแข็ง ประการที่ 3 เป็นศูนย์รวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เช่น บางแสน, ศรีราชา, พัทยา, ชลบุรี, ระยอง  ไปจนถึง ตราด 
 
          ประการที่ 4 เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมการให้บริการในหลากหลายรูปแบบ ประการที่ 5 มีระบบโครงข่าย “โลจิสติกส์” ที่สมบูรณ์ ถึงพร้อมทางทะเลจะเห็นได้ว่ามีท่าเรือน้ำลึกที่สามารถรองรับการขนถ่ายสินค้าทางเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ประการที่ 6 เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศ ถูกขนาบด้วยสนามบินนานาชาติถึง 2 แห่ง คือ “สุวรรณภูมิ” และ “อู่ตะเภา” ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเมื่อสนามบิน “สุวรรณภูมิ” ถูกปิด จากวิกฤติทางการเมือง ก็ยังมีสนามบิน “อู่ตะเภา” ที่ยังสามารถใช้งานได้เป็นปรกติ
 
          ประการที่ 7 เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ จะเห็นได้จากมีมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยบูรพา หรือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมไปถึงบรรดาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยนานาชาติ รวมแล้วกว่า 10 แห่ง และประการสุดท้าย คือ ประการที่ 8 เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตที่ใหญ่ที่สุดใน “อาเซียน” จะเห็นได้จากมีนิคมอุตสาหกรรมน้อยใหญ่มากมายกระจายเต็มพื้นที่ มีการลงทุนนับล้านๆ บาท และขยายตัวขึ้นในทุกๆ ปี ดังนั้น จะเห็นได้ว่าถึงพร้อมโดยครบถ้วนครับ จะหาภูมิภาคใดๆ ของประเทศไทยในชั่วโมงนี้มาเทียบกับภาคตะวันออกได้ยาก เราจึงเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดในทุก “มิติ” และเครื่องชี้วัดที่สำคัญคือ “ราคาที่ดิน” และ “ราคาอสังหาริมทรัพย์” ที่พุ่งพรวดขึ้น จึงมีนักลงทุนน้อยใหญ่จากทั่วทุกสารทิศทั้งชาวไทยและต่างชาติมุ่งหน้ามาสู่ภาคตะวันออก
 
          โดยเฉพาะบริเวณเลียบชายฝั่งทะเลที่เรียกว่า “อีสเทิร์นซีบอร์ด” ก็ถือว่าเป็นโอกาสทองครับ เพราะถนนทุกสายมุ่งสู่ภาคตะวันออกและอีกไม่นานก็จะมี “รถไฟความเร็วสูง” จากกรุงเทพฯ ให้บริการ ซึ่งในความเห็นของผมเชื่อว่า “รถไฟความเร็วสูง” สายตะวันออกนี้จะมีความเป็นไปได้สูงและจะเกิดขึ้นก่อน “รถไฟความเร็วสูง” สายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเหนือ ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หรือสายอีสานระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคาย เพราะสายตะวันออกนอกจากมีระยะทางที่สั้นกว่าแล้ว ยังมีความถึงพร้อมในการหาผู้ลงทุนได้ง่ายกว่าครับ
 
          สำหรับในสัปดาห์นี้พื้นที่หมดก็มาชื่นชมความงามของ “HOTAP” + “CONDO” แดงแรงฤทธิ์ ที่บ้านฉาง ระยอง ในชื่อโครงการ “คชาปุรีศรีบ้านฉาง” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลาย ประกอบไปด้วยอาคารพาณิชย์, โฮมออฟฟิศ, คอนโดมิเนียม, เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์, บูทิคโฮเทล สำหรับท่านที่สนใจก็สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 08-6792-5527 แต่คงต้องรีบหน่อยครับ เพราะการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออกที่กำลังเติบโตนั้นซื้อง่ายขายคล่องแบบ “มาเร็ว เต็มเร็ว” เหลือเกินครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'HOTAP+CONDO'แดงแรงฤทธิ์ที่'บ้านฉาง' : คอลัมน์ ตึกแถว-อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน โดย... อาจารย์เชี่ยว)