ไลฟ์สไตล์

ฮือค้าน!ไอทียูออกกฏ'คลิกเน็ตเสียเงิน'

ฮือค้าน!ไอทียูออกกฏ'คลิกเน็ตเสียเงิน'

25 ต.ค. 2555

ค้านสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เตรียมออกกติกาออนไลน์จ่ายทุกครั้งที่คลิก หวั่นกระทบธุรกิจรายย่อย-ประชาสัมพันธ์การศึกษา ระบุเปิดช่องล้วงข้อมูลผู้ใช้ละเมิดสิืืทธิส่วนบุึคคล

              วันที่ 25 ต.ค.2555 สำนักข่าวอิศรารายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 9 เรื่อง ‘ITU จะกำกับดูแลอินเทอร์เน็ต:ไทยควรมีท่าทีอย่างไร’ ณ สำนักงานกสทช.

              สืบเนื่องจากวันที่ 3-14 ธ.ค.2555 จะมีการประชุมว่าด้วยการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (World Conference on International Telecommunications :WCIT) ณ ประเทศดูไบ ซึ่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จะพิจารณาหาข้อสรุปการกำกับดูแลการบริการอินเทอร์เน็ตตามบทบัญญัติว่าด้วยสนธิสัญญาการบริหารโทรคมนาคม (ITRs) และมีผู้เสนอให้นำอินเทอร์เน็ต และ IP Networks and Services เข้าอยู่ภายใต้กรอบดังกล่าวด้วย จึงอาจส่งผลกระทบต่อการบริการอินเทอร์เน็ตเชิงธุรกิจและผู้ใช้ต้องจ่ายเงินเสียค่าบริการทุกครั้งที่คลิกก็ได้

              ศ.ดวงทิพย์ โฉมปรางค์ ผู้บริหารอินเตอร์เน็ตโซไซตี้ประเทศไทย ISOC  กล่าวว่า ผลกระทบการแก้ไขสนธิสัญญาจะเกิดขึ้นเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและคลิกเข้าไปยังเนื้อหา  ผู้ใช้งานจะถูกเก็บค่าบริการซึ่งเป็นผลเสียกับผู้ประกอบการธุรกิจที่ประชาสัมพันธ์สินค้า เพราะต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงขึ้น เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษาที่ต้องจ่ายค่านำเสนอข้อมูลบนเว็บไซต์

              น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า  ITU อาสาเข้ามาจัดระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เพราะเห็นว่าไม่มีหน่วยงานใดดูแล จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหมาะสมหรือไม่  เพราะปัญหาที่จะตามมาคือการระบุตัวตนผู้ใช้ โดยจีนกับรัสเซียได้เสนอไว้ ทำให้ผู้ใช้อาจโดนล้วงข้อมูลส่วนตัวได้ ซึ่งคิดว่าเป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล   อย่างไรก็ตามขอเสนอว่า เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อขายสินค้า ก.ไอซีทีควรเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องในภาษาเข้าใจง่ายแก่สาธารณชน  เพื่อจะนำเสียงสะท้อนบรรจุเป็นข้อเสนอแนะของไทย  พร้อมเรียกร้องให้จัดเวทีสัมมนาขึ้นอีกครั้งโดยเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือก่อนจะเข้าประชุมที่ประเทศดูไบธ.ค.นี้

              ดร.พูลผล สื่อเสาวลักษณ์ ม.อัชสัมชัญ (เอแบค) กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตมีความจำเป็นในวงการศึกษามาก โดยเฉพาะการศึกษาผ่านระบบออนไลน์ เช่น เอแบคเปิดภาควิชาศึกษาด้านอินเทอร์เน็ต ประกอบกับนักศึกษาส่วนใหญ่ใช้การเรียนและการสอบผ่านเครือข่าย ฉะนั้นหากมีการบรรจุในสนธิสัญญาให้แสดงตัวตนของผู้เข้าใช้ หวั่นว่าจะโดนผู้อื่นล้วงข้อมูลส่วนตัวได้

              ด้านดร.อาจิณ จิรชีพพัฒนา ผอ.สำนักกิจการระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ก.ไอซีทีได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่อาจขาดประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ อย่างไรก็ตามไม่อยากให้หลายฝ่ายกังวล เพราะความจริงต้องยอมรับว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายโซเซียล ฉะนั้น ITU จะมีสิทธิเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกรณีรถแท็กซี่ให้บริการ ใช้ช่องทางขนส่งยาเสพติด รัฐบาลจึงต้องเข้าไปควบคุม ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าเมื่อการบริการมีปัญหา ITU จึงอยากเข้ามาจัดการ หนึ่งในนั้นคือการพิสูจน์ประวัติผู้เข้าใช้  ซึ่งระบบอินเทอร์เน็ตปัจจุบันไม่มีการป้องกันที่ดีพอ  ส่วนการเก็บเงินใช้บริการนั้น เข้าข่ายเหมือนบริการไปรษณีย์ที่ต้องจ่ายตามอัตราส่วนระยะทางเท่านั้น

              ขณะที่ศ.กาญจนา กาญจนสุต อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวว่า การกำกับดูแลของ ITU อาจทำให้ผู้ดูแลระบบแอบดูข้อมูลของผู้ใช้ได้ ไม่เหมือนกับการส่งของไปรษณีย์ที่เขียนชื่อที่อยู่แปะหน้ากล่อง ผู้จัดส่งไม่มีสิทธิดูของด้านในได้ จนกว่าจะถึงมือผู้รับ

              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเทศไทยได้เตรียมการสำหรับเข้าร่วมประชุม WCIT-12 มาตั้งแต่ปี 54  โดยก.ไอซีที ในฐานะหน่วยงานอำนวยการของไทยได้มีคำสั่งที่ 52/2554 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานเตรียมการสำหรับการประชุมสมัชชาว่าด้วยมาตรฐานโทรคมนาคมโลก ค.ศ.2012 และการประชุมระดับโลกว่าด้วยโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ค.ศ.2012 มีรองปลัดก.ไอซีทีเป็นประธาน

              โดยในการประชุมคณะทำงานเตรียมการฯ ครั้งที่ 1/2555 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเตรียมการสำหรับประชุม WTSA-12 และ2.คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุม WCIT-12 และขอให้สำนักงานกสทช. รับหน้าที่ประธานคณะทำงานเฉพาะกิจทั้ง 2 คณะ และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกินเพื่อพิจารณาแก้ไขข้อบังคับโทรคมนาคมระหว่างประเทศ สำหรับเข้าร่วมประชุมโลกว่าด้วยโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ค.ศ.2012 มีนายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการกสทช. เป็นประธาน 

              คณะทำงานเฉพาะกิจฯ มีอำนาจหน้าที่หลัก ๆ ดังนี้ 1.ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ ITRs  2.เสนอความเห็นหรือแนวทางปฏิบัติเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้คณะทำงานเตรียมการสำหรับการประชุม WTSA-12 และการประชุม WCIT-12 พิจารณา และ 3.พิจารณาจัดทำร่างเอกสารหรือข้อเสนอแนะความคิดเห็นของไทย เพื่อเสนอต่อที่ประชุมระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องตามที่เห็นสมควร

              อย่างไรก็ดีในเวทีเสวนาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของก.ไอซีที และรัฐบาลว่าล่าช้า และไม่แสดงจุดยืนที่แน่นอน อาจส่งผลให้เนื้อหาของสนธิสัญญาที่แก้ไขจาก 15 ข้อ มี 6 ข้อที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเป็นจริงได้ ได้แก่ 1. ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต 2. การใช้ทรัพยากรเลขหมายในทางที่ผิด 3. การกำหนดนิยามเรื่องบริการโทรคมนาคม 4. ระบุตัวตนของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและประวัติการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต 5. คุณภาพบริการ และ 6. ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย ซึ่งหากไทยไม่เห็นด้วยในสนธิสัญญาตาม 100% ของสมาชิก จะต้องถูกบล๊อกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจาก 179 ประเทศทั่วโลก เเต่หาก 25% ไม่เห็นด้วยจะต้องนำมาเเก้ไขใหม่