
ข้าวกล้องงอก'กาเถอะ'ฝีมือกะเหรี่ยง
ทำนาบนดอยผลิตข้าวกล้องงอก แบรนด์ 'กาเถอะ' ฝีมือกะเหรี่ยง : โดย...ดลมนัส กาเจ
เดิมทีวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง" ใน ต.ห้วยปุลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน จะปลูกข้าวบนดอยพันธุพื้นเมือง" บือโปะโหละ" เพื่อบริโภคเองภายในครัวเรือน ที่เหลืออาจขายบ้างภายในชุมชน แต่หลังจากกระแสการบริโภคข้าวกล้องงอก ทำให้ชาวบ้านป่าปุ๊รวมกลุ่มหันมาทำนาแบบขั้นบันไดตามดอยต่างๆ ในพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ แล้วแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องงอกบรรจุถุง ภายใต้เครื่องหมายการค้า หรือแบรนด์ "กาเถอะ" ในนามของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปุ๊ ต.ผาบ่อง อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดปีละกว่า 30 ตัน
สุรัตน์ เจแฮ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยปุลิง หนึ่งในคณะกรรมการและที่ปรึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปุ๊ บอกว่า ในพื้นที่ ต.ห้วยปุลิง และ ต.ผาบ่อง ส่วนใหญ่จะเป็นชาวปกากะญอ หรือกะเหรี่ยงมีวิถีชีวิตที่ยึดอาชีพการเกษตรปลูกพืชผักตามดอยต่างๆ เนื่องจากมีพื้นที่ราบน้อยมาก ในจำนวนพืชที่ปลูกคือข้าวจะปลูกแทบทุกครัวเรือน เดิมทีจะปลูกในรูปแบบไร่เลื่อนลอย เน้นที่ปลูกข้าวเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน หากบ้านไหนมีข้าวเหลือก็จะขายบ้านภายในชุมชนกันเอง ต่อมามีกระแสการอนุรักษ์ป่า ทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกข้าวในรูปแบบของการทำนาแบบขั้นบันไดเป็นของใครของมัน และมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจึงมีการขายออกมาบ้างในรูปแบบของข้าวเปลือก
"ชาวกะเหรี่ยงจะปลูกข้าวบนดอยมากที่สุดเป็นกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ห้วยปุลิง ซึ่งกลุ่มนี้ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปุ๊ จะทำนาปีละ 1 ครั้งเท่านั้น เพราะต้องอาศัยน้ำฝน ข้าวที่ปลูกเป็นพันธุ์ที่ต้องการน้ำไม่มากนักเป็นข้าวพื้นเมืองเรียกว่าบอโปะโหละ ลักษณะของผลผลิตเป็นข้าวแข็งเมล็ดสั้นคล้ายข้าวญี่ปุ่น มีรสชาติอร่อย เป็นที่ต้องการของตลาดเนื่องจากพบว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงมาคิดว่าทุกวันนี้คนตื่นตัวกับการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เมื่อ 3 ปีก่อนพวกเราจึงมีการตกลงว่าจะปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งหมด เพื่อนำมาแปรรูปเป็นข้าวกล้องงอกอินทรีย์ แทนที่จะขายเป็นข้าวเปลือก" สุรัตน์ กล่าว
นายก อบต.ห้วยปุลิง บอกอีกว่า หลังจากที่ตกลงจะปลูกข้าวอินทรีย์แล้ว มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้เชืยงใหม่มาเป็นพี่เลี้ยงมาแนะนำขั้นตอนในการปลูกข้าวอินทรีย์ทั้งหมด เมื่อเกษตรกรนำไปปฏิบัติแล้ว ก่อนที่จะนำมาสีทำเป็นข้าวกล้องจะมีคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้สมาชิกท่านใดแอบใช้สารเคมี หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบแล้วจึงสามารถสีเป็นข้าวกล้องงอกตรากาเถอะได้
"ที่เราติดเครื่องหมายการค้ากาเถอะนั้น ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่เป็นการยกย่องบรรพบุรุษของชาวกะเหรี่ยงที่เป็นคนแรกนำข้าวพันธุ์นี้มาปลูก ตอนนี้หากคำนวณพื้นที่แล้วการทำนาแบบขั้นบันไดตามดอยต่างๆ เฉพาะกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ห้วยปุลิงไม่ต่ำกว่า 2,000 ไร่ แต่ละไร่จะให้ผลผลิตข้าวราวไร่ละ 500 กก.ถ้ารวมทั้งหมดของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านป่าปุ๊ แต่ละปีจะมีผลผลิตข้าวไม่ต่ำกว่า 50-60 ตัน ในจำนวนนี้เรานำมาผลิตเป็นข้าวกล้องงอก คือแม้จะสีเป็นข้าวสารแล้ว แต่หากไปเพาะก็สามารถงอกได้ เพาะหัวข้าวยังอยู โดยข้าวกล้องงอกเหล่านี้จะนำไปจำหน่ายราว 30-35 ตันต่อปี บรรจุเป็นถุงสุญญากาศขนาดถุงละ 1 กก.ขายในราคา กก.ละ 80 บาท มีเท่าไรขายได้หมด ที่เหลืออาจสีเป็นข้าวขาวและเก็บไว้บริโภค" นายก อบต.ห้วยปุลิง กล่าว
นายก อบต.บอกด้วยว่า ปัจจุบันตลาดข้าวกล้องงอกกาเถอะไม่น่าเป็นห่วง เพราะช่องทางของตลาดไปได้สวยมาก ปัจจุบันเฉพาะขายใน จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ก็หมดแล้ว ล่าสุดได้ตกลงกับนักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ ให้ส่งออกเดือน 1 ตัน แต่เพื่อความหลากหลายและเป็นการกระจายผลิตภัณฑ์ให้กว้างขวางเพื่อเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้น กลุ่มได้มีการเจรจากับห้างสรรพสินค้าดังๆ หลายแห่งเพื่อส่งไปจำหน่ายตามห้างด้วย
ก็นับเป็นกลุ่มผลิตข้าวกล้องอินทรีย์ที่เน้นในด้านคุณภาพอีกกลุ่มหนึ่งจึงทำให้ข้าวกล้องงอก "กาเถอะ" เป็นที่ต้องการของตลาด และโครงการท่องโลกเกษตรกับโต๊ะข่าวเกษตร "คม ชัด ลึก" ที่จะจัดไปยัง จ.เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอนจะนำไปชมขบวนการผลิต ชิม และดื่มน้ำข้าวกล้องงอกจากข้าวกาเถอะด้วย
--------------------
(ทำนาบนดอยผลิตข้าวกล้องงอก แบรนด์ 'กาเถอะ' ฝีมือกะเหรี่ยง : โดย...ดลมนัส กาเจ)



