ไลฟ์สไตล์

'สวนแนวดิ่ง'สนองคนเมือง

'สวนแนวดิ่ง'สนองคนเมือง

23 ต.ค. 2555

'จัดสวนแนวดิ่ง' สนองคนเมือง ใช้อุปกรณ์ยึด 'กระถางกับผนัง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

          การจัดวางสวนหรือสร้างพื้นที่สีเขียวให้กลมกลืนกับธรรมชาติในบริเวณอาคาร บ้านพัก ที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด มักเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนเมืองในป่าคอนกรีตที่ถวิลหากลิ่นอายธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ทำให้ "ชัชสุดา พัวประดิษฐ์" นิสิตปริญญาโทสถาปัตยกรรม(ภาคอินเตอร์)ปีสุดท้าย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุตรสาว ศ.นพ.วินิต พัวประดิษฐ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้คิดค้นการจัดสวนด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำเองได้ ภายใต้ชื่อ "การจัดสวนในแนวดิ่ง(Vertical garden)ด้วยอุปกรณ์ยึดกระถางฝาผนัง(Pot Holder)" เป็นผลสำเร็จ 

 

          "เป็นแนวคิดของลูกสาวที่อยากจะนำความรู้ที่ร่ำเรียนมาประยุกต์ในสิ่งที่ตัวเองรัก เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดขึ้นมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หลังจบปริญญาตรีสถาปัตย์จากเมืองนอกมาใหม่ๆ เพื่อสนองกลุ่มคนเมืองที่มีพื้นที่จำกัดให้มีโอกาสอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการลงทุนที่ไม่แพงและสามารถลงมือทำด้วยตัวเองได้เลย" ศ.นพ.วินิตเผยที่มาผลงานชิ้นโบแดงของลูกสาว ซึ่งขณะนี้อุปกรณ์ดังกล่าวได้จดสิทธิบัตรในนามมหาวิยาลัยมหิดล เลขที่ 6464 ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          อาจารย์หมอวินิตบอกว่าจุดเด่นของการจัดสวนในแนวดิ่ง นอกจากความสวยงามและช่วยลดพื้นที่ในการเพาะปลูกแล้วยังมีประโยชน์อย่างอื่นตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเพิ่มออกซิเจน ช่วยลดอุณหภูมิและประหยัดพลังงาน ช่วยลดมลพิษทางอากาศ บางกรณีก็ใช้เป็นที่เพาะปลูกพืชผักสวนครัว เปรียบเสมือนผักสวนครัวลอยได้และสามารถนำมาบริโภคได้ในครัวเรือน เป็นการประหยัดเงินในการซื้อพืชผักสวนครัวมาบริโภค อีกทั้งยังปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างอีกด้วย

          นอกจากนั้นแล้วการจัดสวนในลักษณะนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของบ้านที่อยู่อาศัย  ร้านอาหาร รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ตลอดจนนำมาใช้ในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องการความคงทน เนื่องจากมีการออกแบบอุปกรณ์ยึดติดกระถางกับผนังหรือกำแพงมีความแข็งแรงและปลอดภัย โดยไม่ต้องใช้ลวดหรือสายห้อยคล้องที่มองดูแล้วเหมือนกับว่ากระถางลอยได้ เหมาะสำหรับกระถางต้นไม้ที่เป็นพลาสติกและดินเผาที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป

          ส่วนขั้นตอนการทำนั้น อาจารย์หมออธิบายว่าเริ่มจากการยึดอุปกรณ์ A ติดกับผนังให้แน่นด้วยพุกเบ่งหรือพุกพลาสติกและสกรู จากนั้นให้วางขอบกระถางด้านนอกให้ร่องอยู่ในตำแหน่ง A1 เสร็จแล้วก็ให้สอดอุปกรณ์ B ลงในช่องว่างของอุปกรณ์ A ด้านติดกับผนัง โดยปรับตำแหน่ง B1 ให้อยู่บนขอบกระถางพอดีและยึดด้วยสกรู S1 ให้แน่น

          จากนั้นให้ทำการยึดอุปกรณ์ C กับอุปกรณ์ B ด้วยสกรู S2 ให้แน่น โดยปรับตำแหน่ง C1 ให้กระชับกับผนังด้านในของกระถาง แต่เพื่อความปลอดภัยก็ให้ตรวจสอบความแข็งแรงของผนังที่จะใช้ยึดแขวนว่ามีความมั่นคงเพียงพอต่อการยึดพุกหรือสกรูได้มากน้อยแค่ไหนและก่อนการติดตั้งให้ทดสอบการเจาะยึดพุกและสกรูให้มีความมั่นคงแข็งแรงก่อนแขวนน้ำหนัก ขณะนี้เดียวกันก็ห้ามแขวนอุปกรณ์กับผนังที่สูงเกินระดับ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากกระถางที่อาจแตกร่วงหล่นได้

          "กระถางที่เหมาะกับอุปกรณ์นี้จะต้องมีขอบร่องและมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 12 นิ้วหรือน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัมต่อกระถาง ซึ่งรวมดินและต้นไม้แล้ว ส่วนใครที่สนใจอยากจะทดลองทำดู ก็สามารถติดต่อซื้ออุปกรณ์นี้ได้ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ในราคา 150 บาทต่อชุด ราคานี้ไม่รวมกระถางและพืชที่ต้องการปลูกครับ" ศ.นพ.วินิตกล่าวทิ้งท้าย

 

          การจัดสวนแนวดิ่งด้วยอุปกรณ์ยึดกระถางกับผนัง นับเป็นอีกนวัตกรรมเด่น ผลงานสาวปริญญาโทสถาปัตย์ที่ต้องการให้คนใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดด้วยพื้นที่และงบที่มีอยู่อย่างจำกัด

 

 

--------------------

('จัดสวนแนวดิ่ง' สนองคนเมือง ใช้อุปกรณ์ยึด 'กระถางกับผนัง' : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)