ไลฟ์สไตล์

มหันตภัยใกล้ตัว'คนเลี้ยงสัตว์'

มหันตภัยใกล้ตัว'คนเลี้ยงสัตว์'

22 ต.ค. 2555

เฝ้าระวังช่วงปลายฝนต้นหนาว มหันตภัยใกล้ตัว 'คนเลี้ยงสัตว์' : โดย...ธานี กุลแพทย์

          ช่วงปลายฝนต้นหนาวของทุกๆ ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์มักประสบปัญหาสัตว์ที่เลี้ยงเจอโรคระบาดรุมเร้า และหนักขึ้นเมื่อเจ้าของละเลยปล่อยให้ต้องเผชิญสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้สัตว์ล้มป่วยและตายลงได้ ทั้งจากโรคปากและเท้าเปื่อย ไข้หวัดนก โรคนิวคาสเซิล โดยเฉพาะเกษตรกรที่ไม่มีการเตรียมพร้อมอาจต้องประสบปัญหาก็เป็นได้ ดังนั้นกรมปศุสัตว์จึงประกาศเตือนเกษตรกร อีกทั้งประสานท้องถิ่นร่วมกันเฝ้าระวังใกล้ชิด พร้อมเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องทุกข์ 24 ชั่วโมง เพื่อการช่วยเหลือจะได้ทันท่วงที

          นสพ.ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ด้วยสภาพภูมิอากาศในบ้านเราแปรปรวนและช่วงนี้มีอุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงในหลายพื้นที่ ประกอบกับมีฝนตกในบางพื้นที่ด้วย ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้จะส่งผลให้สัตว์เลี้ยงเกิดความเครียด ภูมิคุ้มกันโรคลดลง ทำให้สัตว์ป่วยได้ง่าย จึงขอให้เกษตรกรระวังโรคสัตว์ของตนเองและสัตว์ในหมู่บ้านในฤดูหนาวที่กำลังมาถึง 

          โดยโรคระบาดในโค-กระบือที่ควรระวัง ได้แก่ โรคคอบวม หรือโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย เป็นโรคที่มีความรุนแรงในกระบือ สัตว์จะหายใจหอบ มีเสียงดัง คอ หรือหน้าบวมแข็งตายอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอบวม 

          อีกทั้ง โรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งติดต่อและแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วในสัตว์กีบคู่ทุกชนิด จากการที่สัตว์กินเอาเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่กับอาหารและน้ำหรือหญ้า หรือหายใจเอาเชื้อที่ปะปนอยู่กับอากาศในบริเวณที่มีสัตว์ป่วยเข้าไป สัตว์จะแสดงอาการมีไข้สูง เบื่ออาหาร น้ำลายไหล มีแผลที่ลิ้น เหงือก และร่องกีบ บางรายอาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม เชื้อเข้าสู่กระแสโลหิต อาจทำให้สัตว์ตายได้ ทว่าทั้งโรคคอบวมและปากเท้าเปื่อย กรมปศุสัตว์มีวัคซีนให้บริการตลอดเวลา 

          ขณะที่โรคในสุกร ให้ระวังโรคปากและเท้าเปื่อยเช่นเดียวกับในโค- กระบือและโรคที่อาจพบการระบาดได้ในช่วงนี้ คือโรค PRRS ซึ่งเป็นโรคในสุกรไม่ติดต่อถึงคน แต่เชื้ออาจจะแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว 

          "สุกรที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้ หอบ ไอ ผิวหนังเป็นปื้นแดง ไม่มีแรง หากสุกรท้องจะแท้ง หรือลูกตายแรกคลอด หรืออ่อนแอ โตช้า จึงขอให้ผู้เลี้ยงเข้มงวดการป้องกันโรคเข้าสถานที่เลี้ยง โดยแยกเลี้ยงสุกรใหม่เพื่อดูอาการก่อนนำเข้ารวมฝูงอย่างน้อย 1 เดือน ต้องทำลายเชื้อโรคที่อาจติดมากับพาหนะและคนก่อนเข้าสถานที่เลี้ยง ด้วยการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง และช่วงที่มีโรคนี้ระบาดในพื้นที่ ควรงดนำสุกรเข้าเลี้ยงใหม่ และให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อย่างใกล้ชิด" อธิบดีกรมปศุสัตว์ แจง

          สำหรับผู้เลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง ไก่ชน และไก่พื้นเมือง ควรเฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด ให้สัตว์ปีกนอนในที่แห้งหรือในเล้าหรือโรงเรือนที่มีหลังคาและผนังป้องกันลม ฝนได้ รวมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันโรคจะช่วยให้สัตว์ปีกแข็งแรงต้านทานโรคได้เป็นอย่างดี 

          "ทางกรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในทุกจังหวัด ในทุกพื้นที่ ออกตรวจเยี่ยมเกษตรกรอย่างใกล้ชิดพร้อมทำความสะอาด และฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครัวเรือนที่เลี้ยงสัตว์ปีก และลงพื้นที่ให้ความรู้แก่เกษตรกร และประชาชนในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคที่ถูกต้อง" อธิบดี กล่าว

          เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันในการเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ช่วงปลายฝนต้นหนาว นสพ.ทฤษดี บอกว่า กรมปศุสัตว์ได้ประสานขอความร่วมมือหน่วยงานที่เป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรค ทั้งอาสาปศุสัตว์ อาสาสมัครสาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์การบริหารงานส่วนตำบล (อบต.) ให้คำแนะนำประชาชน เกษตรกร และวัดที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีก

          อีกทั้งหากพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ ไม่ทราบสาเหตุ อย่านำสัตว์ปีกไปประกอบอาหาร ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และหน่วยงานที่เป็นเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคต่างๆ เพื่อดำเนินการควบคุมป้องกันโรคมิให้แพร่ระบาดได้ทันท่วงที ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกร และวัดที่มีการเลี้ยงสัตว์ปีกแบบหลังบ้าน หรือให้นอนบนต้นไม้ ให้มีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับสัตว์นอนในตอนกลางคืน สามารถป้องกันแดด ฝน ลมและพาหะนำโรคระบาดสัตว์ และง่ายต่อการดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอีกด้วย 

          "ขอให้เกษตรกรเร่งนำสัตว์เลี้ยงโค-กระบือ ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคให้ครอบคลุมที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงด้วย และแนะนำให้เกษตรกรหมั่นทำความสะอาดคอกหรือโรงเรือน ไม่ให้ชื้นแฉะเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคระบาดสัตว์ที่อาจจะเกิดขึ้น"

          ทว่าอย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรท่านใดต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาโรคระบาดเหล่านี้ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.dld.go.th/dcontrol หรือท่านที่ประสบปัญหาสัตว์เลี้ยงมีอาการเหมือนโรคดังกล่าว สามารถโทรแจ้งสายด่วนกรมปศุสัตว์ได้เลยที่เบอร์ 08-5660-9906 เปิดสายบริการ 24 ชั่วโมง

 

 

--------------------

(เฝ้าระวังช่วงปลายฝนต้นหนาว มหันตภัยใกล้ตัว 'คนเลี้ยงสัตว์' : โดย...ธานี กุลแพทย์)