ไลฟ์สไตล์

ภัยคุกคามอินเทอร์เน็ต (ตอนจบ)

ภัยคุกคามอินเทอร์เน็ต (ตอนจบ)

21 ต.ค. 2555

ภัยคุกคามอินเทอร์เน็ต จากผู้กำกับเว็บสากล (ตอนจบ)

                  ตอนที่แล้ว ได้ทิ้งท้ายไว้ถึงภัยที่กำลังคุกคามต่อการเติบโต และนวัตกรรมอินเทอร์เน็ต จากการที่คนบางกลุ่มพยายามใช้โอกาส จากวาระทบทวนบทบัญญัติการกำกับโทรคมนาคมสากล ปี 1988 (ไอทีอาร์) ที่จะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ ที่ World Conference on International Telecommunications (WCIT) ผลักดันให้นำอินเทอร์เน็ต และการบริการอินเทอร์เน็ตเข้าไปอยู่ภายใต้ไอทียู ที่กำกับการบริการโทรคมนาคม ที่ค่อนข้างจะล้าสมัย บทบัญญัติการกำกับโทรคมนาคมสากลแต่เดิม เน้นแต่เรื่องบริการเชื่อมโยงโทรศัพท์แบบมีสาย สำหรับอินเทอร์เน็ตนั้น ยังไม่ได้อยู่ภายใต้ไอทีอาร์ จนถึงบัดนี้ ตามความเป็นจริง ได้มีความเห็นชอบในปี 1988 ให้อินเทอร์เน็ตอยู่นอกกำกับของไอทีอาร์เสียด้วยซ้ำ เพื่อให้อินเทอร์เน็ตถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และรูปแบบธุรกิจ ในลักษณะเชิงพาณิชย์อย่างอิสระ แทนที่จะถูกแทรกแซงโดยหน่วยงานกำกับเช่นไอทียู

                   ข้อเสนอที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของ WCIT ในครั้งนี้ มีตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับการควบคุมเส้นทางจราจรของอินเทอร์เน็ต (Routing of Internet Traffic) ภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง โดยหารู้ไม่ว่า จะมีผลต่อการสร้างการแบ่งแยกเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แทนที่จะเชื่อมโยงกัน และคุกคามอิสรภาพของการใช้อินเทอร์เน็ตด้วย มีการเสนอให้กำหนดความหมายใหม่ของโทรคมนาคมว่า ให้ครอบคลุมถึง Computing ด้วย ซึ่งก็หมายถึงการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หรืออินเทอร์เน็ตนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีผู้เสนอให้มีการกำกับการบริการอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ข้อเสนอทั้งหมดนี้ เห็นได้ชัดเจนว่า ไม่เพียงแต่จะคุกคามอินเทอร์เน็ตโดยรวม แต่ยังจะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจระดับประเทศ และระดับโลกด้วย

                    พวกเราต้องให้ความสำคัญที่จะช่วยเฝ้าระวัง เพื่อปกป้องไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางลบต่อภูมิทัศน์ของอินเทอร์เน็ต และการเติบโต ตลอดจนนวัตกรรม และพลวัตของอินเทอร์เน็ต เราต้องสนับสนุนสนธิสัญญาที่มีหลักการระดับสูง อย่างที่ใช้กำกับการบริการโทรคมนาคมแบบเดิม เช่นการแข่งขันโดยเสรี มีกระบวนการกำกับอย่างเปิดเผยและโปร่งใส เป็นผลให้เกิดการสร้างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและบริการอย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของโทรคมนาคม

                   ที่กล่าวมานี้ ไม่ได้หมายความว่า การเติบโตของอินเทอร์เน็ตไม่ได้สร้างปัญหา หรือความท้าทาย หรือโอกาสที่ต้องให้ภาครัฐและเอกชน ทั้งรุ่นเก่าและใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ แต่การรับมือกับความท้าทาย และการแก้ปัญหา ไม่ควรนำแนวความคิด และกติกาแบบเดิมของไอทียู ที่ได้พัฒนาในยุคที่ธุรกิจโทรคมนาคมทั่วทั้งโลก ยังเป็นธุรกิจในกำกับของรัฐ และถือรากมาจากธุรกิจไปรษณีย์ การนำบทบัญญัติที่ล้าสมัยจากครั้งโบราณ ซึ่งถูกออกแบบสำหรับธุรกิจที่หมดยุคแล้ว มาใช้กับอินเทอร์เน็ต ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องนั้น ย่อมจะทำให้การสร้างนวัตกรรมและการลงทุนมีโอกาสหยุดชะงักได้

                   จริงอยู่ อินเทอร์เน็ตได้เริ่มจากสหรัฐอเมริกา แล้วขยายตัวไปสู่ทั่วอเมริกาเหนือ และภาคพื้นยุโรปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ได้กระจายครอบคลุมไปแล้วทั่วโลก ด้วยอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วเกินกว่าจะจินตนาการ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรม

                   การเปลี่ยนแนวทางการกำกับดูแล และรูปแบบธุรกิจของอินเทอร์เน็ต ด้วยรูปแบบที่ใช้กับโทรคมนาคมที่ล้าสมัย ย่อมจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต และเป็นเหตุให้ศักยภาพการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องถดถอยลง และน่าจะเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงมาก

..................................................
(ที่มา http://ictandservices.blogspot.com/2012/10/blog-post.html )