
โรงเรียนกวีที่ทุ่งสักฯ
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : โรงเรียนกวีที่ทุ่งสักฯ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมเคยประกอบอาชีพ “ครู” อยู่ 15 ปี (เมื่อปี 2521-2535) แล้วลาออกจาก (ข้าราชการ) ครู ประกอบสัมมาสุนทรีอาชีวา ดำรงชีพชีวังสังขาร์ด้วยการเขียน, วาด, และบรรเลง แต่ผมก็ยัง (มีความ) เป็น “ครู” อยู่ ก็คือ ยังทำหน้าที่ “อบรมสั่งสอน” อยู่ในปัจจุบัน
นี่ก็เพิ่งเข้าร่วมเป็น “ครู” สอน “กวี” อยู่ที่ “ทุ่งสักอาศรม” ในโครงการ “โรงเรียนกวี” ของ “ครูกานท์” ศิวกานท์ ปทุมสูติ ผู้เคย (ประกอบอาชีพ) เป็นครูอยู่หลายปี กินเวลา ค่อนชีวิต มีคำถามลอยตามลมว่า กวีสอนกันได้หรือไม่ ว่าถามจริง หรือถามเล่น หากผมจะตอบผมก็คงตอบจริง ผมเคยเรียนกับอาจารย์ จ่าง แซ่ตั้ง ครับ ผมเชื่อเลยว่า โรงเรียนกวีมีจริง ก็ผมนี่ไงครับเป็นศิษย์ของอาจารย์จ่าง อาจารย์จ่างเป็นครูของผม ของคำว่า “ศิษย์” และ คำว่า “ครู” นั้น ต่างคนก็ต่างนิยามกันเองเถิดครับ
ดนตรีสอนได้ไหม ศิลปะสอนได้ไหม ธรรมะล่ะสอนได้ไหม ก็เห็นมี “สำนัก” อยู่ออกดาดดื่น มีเล็ก+กลาง ใหญ่ บางสำนักใหญ่คับฟ้าเชียวครับ
โรงเรียนกวี ที่ทุ่งสักอาศรม เปิดปีละครั้ง ผมมาร่วมเป็น “ครู” สอนศิษย์ ที่สมัครใจเข้าเรียนอยู่หลายปี แต่ปีนี้ เสนอตัวเข้าร่วมอย่างเต็มตัว เต็มใจ ร่วมคิด ร่วมดำเนินกิจกรรมการเรียนโดยที่ “ศิษย์” ทั้ง 12 คนนั้น บางคนก็เป็น “ครู” อยู่โดยอาชีพ บ้างประกอบอาชีพอื่นแตกต่างกันไป มีหนึ่งคนเป็น “นักเรียน” ชั้น ม.4 หนุ่มน้อยผู้แสวงหา
ระยะเวลา 8 วัน ที่ “เปิดสอน” การเรียนรู้ได้เกิดขึ้นตาม “หลักสูตร” ของโรงเรียนกวี ผมยืนยันว่า .. “ได้ผล” ครับ “กวีสอนได้”
“กวีสอนไม่ได้” ไม่ใช่เสียงแย้งแต่เป็นเสียงยืนยันจากความเชื่อ เสียงนี้ผมก็ได้ยิน และยังดังก้องอยู่ภายใน ผมก็เชื่อเช่นนั้นครับ กวีสอนไม่ได้
ผมไม่ได้เล่นลิ้นนะครับ กวีสอนไม่ได้ และก็สอนได้ สอนได้และสอนไม่ได้
สอน “วิธี” ได้ สอน “วิถี” ไม่ได้ แต่ทั้ง “วิธี” และ “วิถี” นั้น เรียนรู้ได้
ที่ผมว่า “โรงเรียนกวี” ที่ทุ่งสักอาศรม “สอนได้ผล” นั้น ก็เพราะผม “เห็นผล” ครับ การประเมินผลของผมหากผิดพลาด ก็ไม่มาก ผมผ่านการเป็นครูมาหลายปี “ครูกานท์” ยิ่งผ่านประสบการณ์มามากกว่าผม ผ่านคำถามคำตอบผ่านการปฏิบัติจริงมายาวนาน กว่าจะริมาเปิดโรงเรียนกวี
คำว่า “ครู” นั้นยิ่งใหญ่เสียจนยิ่งเล็ก คำว่า “ศิษย์” ก็เช่นกัน ยิ่งเล็กเสียจนยิ่งใหญ่ ใครเป็นใครก็พิจารณาเอา จนพบความหมายในตัวเรานั้นแหละครับ จึงหายสงสัย เรื่องอัตตาเรื่องอหังการ์ นั้นไม่ต้องห่วง ในเมื่อในตัวเรานั้นเป็นทั้งศิษย์ เป็นทั้งครู
กวีสอนได้ หรือสอนไม่ได้ ไม่ใช่ประเด็นหรอกครับ เป็นเพียง “ถ้อยคำ” “โรงเรียนกวี” เป็นเพียง “ชื่อ” อาจใช้คำว่า โรงไม่เรียนก็ได้ คำว่า “ครู” คำว่า “ศิษย์” คำว่า “เรียน” คำว่า “สอน” ก็เช่นกัน แม้แต่คำว่า “ฆ่า” ก็ยังเป็นแค่คำ...ศิษย์ทุกคนควรฆ่าครูทิ้งเสีย.. พูดแบบนี้ก็เรียนรู้ได้ใช่ไหมครับ 8 วัน ที่โรงเรียนกวีทุ่งสักฯ “วิธี” และ “เรียนวิถี” ครับ
“วิธี” นั้นจับต้องได้ ส่วน “วิถี” นั้นแม้จะฟุ้งกระจายในอากาศ แต่ก็เป็นอากาศที่เราใช้หายใจครับ
ทั้งศิษย์และครู ใช้ช่วงเวลาน้อยนิดของชีวิต อยู่ร่วมกัน เขียนบทกวีได้คนละหลายๆ บท คำว่า “บทกวี” นี่ก็เป็น “ชื่อ” นะครับ เรียกมันว่า “บทกวี” เหมือนที่ใครๆ เรียก
โรงเรียนชาวนา โรงเรียนดนตรี โรงเรียนควายยังมีเลยครับ (กาสรกสิวิทย์ ที่สระแก้วไง)
ผมเป็นกวีครับ ผมยืนยันว่า “กวีสอนได้ คำว่า กวีก็เป็น “ชื่อ” นะครับ ส่วน “นาม” ความหมายของมัน ไม่มีใครจับต้องได้ และผมก็ยืนยันอีกว่า “กวีสอนไม่ได้”
กวีสอนได้...กวีสอนไม่ได้...ถกเถียงกันได้ มีถ้อยคำมากมายที่สามารถใช้อธิบายเหตุผลของเรา ผมไป “โรงเรียนกวี” ที่ทุ่งสักอาศรม ของครูกานท์ ไปในฐานะครู ฐานะ ศิษย์ ไปสอน ไปเรียน ไปเที่ยว ไปเล่น ไปจริง ไปแสดงอัตตา ไปเทศนา ไปงั้นๆ แหละ ไปเพราะไม่มีอะไรทำ ไปเพราะไม่รู้ จะไปไหน ... ไปเพราะควรไป ไปเพราะต้องไป ไปเพราะเห็นดี เป็นประโยชน์ ไปเพราะอยากไป ไปเพราะไปเพื่อ ไปแล้ว ไปเลย ไปตามกรรม ...ที่กว่ามาล้วนแต่เป็นถ้อยคำ กวีสอนได้ กวีสอนไม่ได้...
--------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : โรงเรียนกวีที่ทุ่งสักฯ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



