
สปสช.เพิ่มเงินค่าฟอกไตให้เฉพาะผู้สูงอายุ
สปสช.เพิ่มเงินค่าฟอกไตเฉพาะผู้สูงอายุ ครั้งละ 1,700 บ. เริ่ม มิ.ย.นี้ พร้อมศึกษาแนวทางดึงเอกชนเปิดบริการฟอกไตใน รพ. หวังลดต้นทุนค่าฟอกไต
ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องแผนพัฒนาระบบบริการและผลการดำเนินงานบำบัดทดแทนไตในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
นายวิทยา กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับค่าบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม โดยมี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการพัฒนาสิทธิประโยชน์และระบบบริการได้เสนอแผนพัฒนาระบบบริการและผลการดำเนินงานดังกล่าวนั้นในที่ประชุมมีมติเห็นด้วย ที่จะให้เพิ่มอัตราค่าบริการฟอกไตสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีโรคแทรกซ้อนอื่นร่วมด้วยโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ จากเดิมครั้งละ 1, 500 บาท เป็นครั้งละ 1 , 700 บาท เนื่องจากการให้บริการผู้ป่วยกลุ่มนี้ ต้องมีการเตรียมพร้อมบริการห้องฉุกเฉิน (ไอซียู) ด้วย โดยประชาชนมีส่วนร่วมจ่าย 500 บาทต่อครั้ง เหมือนเดิม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตที่ใช้วิธีการรักษาด้วยการฟอกเลือดประมาณ 6 , 000 คน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 1 ใน 3 หรือ 2 , 000 คน
นายวิทยา กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันทางคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีแนวทางการพัฒนาระบบบริการทดแทนไต โดยเน้นไปที่การล้างไตทางช่องท้องและการปลูกถ่ายไตเป็นหลัก ซึ่งจะมีการขยายบริการและเริ่มต้นที่ล้างไตทางช่องท้องทุกรายที่ไม่มีข้อห้าม ตั้งเป้าหมายภายในปี 2555 ให้มีผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องร้อยละ 50 ของผู้ป่วยทั้งหมด ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้องกว่า 2,300 ราย นับว่าเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มาก จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าภายในปีงบประมาณ 2552 จะมีผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องในระบบ 3,000 ราย แต่เมื่อเข้าสู่ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณก็มีผู้ป่วยกว่า 2,300 ราย สะท้อนว่าจำนวนผู้ป่วยที่จะเข้าสู่ระบบมีจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังได้แจ้ง สปสช.ว่า ทางกระทรวงกำลังตั้งคณะทำงานเพื่อทำการศึกษาโดยดูรูปแบบโรงพยาบาลจังหวัดเชียงรายเพื่อให้บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนในโรงพยาบาลเพื่อเปิดบริการฟอกไต และคิดค่าบริการเพียงครั้งละ 1,500 บาท พร้อมจ่ายค่าตอบแทนให้แพทย์และพยาบาลเป็นพิเศษ ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาเดียวกับ สปสช.กำหนด ซึ่งอนาคตเห็นว่า สปสช.น่าจะร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อให้บริการลักษณะนี้ โดยพื้นที่ในแต่ละโรงพยาบาลมีที่ว่างอยู่ สามารถเปิดให้เอกชนเข้าลงทุนได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย และหากแนวทางได้ผลจะส่งผลให้ต้นทุนลงมา คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าผู้ป่วยโรคไตอาจไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายฟอกไตเอง เพราะค่าใช้จ่ายอาจอยู่เพียง 1,000 บาท ก็คุ้มการลงทุนแล้ว
ด้านนายแพทย์ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการสปสช. กล่าวว่า การเน้นวิธีการล้างไตทางช่องท้องนั้น เป็นวิธีการที่สะดวกที่สุด ผู้ป่วยทำเองได้ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดของรพ. ไม่ต้องมารอคิวฟอกเลือดที่รพ. เหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของระบบสาธารณสุขไทยที่ผู้ให้บริการมีน้อยกว่าผู้รับบริการ ซึ่งจากการประเมินผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับศูนย์ล้างไตผ่านทางช่องท้องในสถานพยาบาลระยะที่ 1 จำนวน 23 แห่ง ระยะที่ 2 จำนวน 52 แห่ง พบว่าอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไตวายเรื้อรังอยู่ที่ประมาณร้อยละ 9 ต่อปี ซึ่งอยู่ในมาตรฐานสากล และถือเป็นอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าสิงคโปร์ที่มีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ10 ต่อปี
“สำหรับแนวทางการพัฒนาระบบบริการทดแทนไตในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น จะให้ดำเนินการบริการทดแทนไต ควบคู่กับการป้องกันโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไตวาย พัฒนาระบบบริการทดแทนไตให้มีมากเพียงพอ ได้มาตรฐาน เป็นธรรมในการเข้าถึง รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ป่วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสังคมมีส่วนร่วมการดำเนินการ ” รองเลขาธิการสปสช. กล่าว
จากปัญหาดังกล่าวในการฟอกเลือดด้วยเครื่องนั้นจากเดิมครั้งละ 1,500 บาท โดย สปสช.ออกค่าใช้จ่ายให้หน่วยบริการที่เข้าร่วมครั้งละ 1,000 บาทผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่ายเอง 500 บาท ขณะที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอที่ราคาครั้งละ 1,700-2,000 บาท และระบบประกันสังคมให้ชดเชยที่ 1,500 บาท/ครั้งโดยรพ.เก็บส่วนเกินเพิ่มจากผู้ป่วยได้ (ทั่วไปเก็บที่ 1,700 บาท/ครั้ง)



