ไลฟ์สไตล์

คมชัดลึกจัดถก'เอไอทีปริญญาเถื่อน'

คมชัดลึกจัดถก'เอไอทีปริญญาเถื่อน'

18 ต.ค. 2555

รายการคม-ชัด-ลึก ตอน : เอไอที ปริญญาเถื่อน

             สถานภาพของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) กำลังเกิดความสั่นคลอนอย่างหนัก หลังจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ปฏิเสธการรับรองปริญญาบัตรของผู้จบการศึกษา โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากสาเหตุที่ "เอไอที" ได้ออกกฎบัตรใหม่ช่วงต้นปี แต่กฎบัตรดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศสัตยาบันในคณะรัฐมนตรี จึงเป็นข้อถกเถียงกันว่า กฎบัตรดังกล่าวอาจทำให้สถาบันไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
 
              รายการคม-ชัด-ลึก ตอน : เอไอที ปริญญาเถื่อน โดยมีผู้ที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), ศ.วิลาศ วูวงศ์ อดีตรองอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, นายภวัต ตรัยพัฒนากุล อดีตประธานนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และนายธานินทร์ บำรุงทรัพย์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (ประเทศไทย)
   
              รศ.นพ.กำจร กล่าวว่า ปัญหาเรื่องของเอไอทีมีผลมาจากกฎบัตรใหม่ที่ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม โดยช่วงเวลานั้นมีนักศึกษาสอบถาม สกอ.ว่า หลังจากนี้ไปสถาบันเอไอทีจะเป็นอย่างไร ซึ่งตอบไปว่า ไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่ากฎหมายนี้จะมีผลอย่างไร ส่วนนักศึกษาที่ยังเรียนอยู่ ขอชี้แจงว่า สามารถเรียนต่อไปได้ ส่วนปัญหาที่จะเกิดจากกฎบัตรใหม่ โดยเฉพาะนักศึกษาที่จะรับเข้ามาใหม่นั้น ได้เรียนไปยังอธิการบดีเอไอทีให้เร่งดำเนินการแก้ไข แต่ยืนยันว่า สกอ.ต้องเข้าไปดูแล เนื่องจากเห็นว่า เด็กที่เรียนไม่มีความผิด แต่เป็นเหยื่อที่อยู่ตรงกลาง     
 
              ศ.วิลาศ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของกฎหมายที่ตีความผิด เนื่องจากกฎบัตรใหม่กับเก่าไม่เชื่อมโยงกันทางกฎหมาย เพราะวัตถุประสงค์ในการดำเนินตามกฎบัตรใหม่ เนื่องจากเอไอทีต้องการเป็นองค์การระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์ โดยให้มีรัฐบาลต่างประเทศรับรองอย่างน้อย 5 ประเทศ ซึ่งการยกระดับดังกล่าวจะสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ดังนั้นถือว่ากฎบัตรใหม่ในตอนนี้ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่สามารถบริหารจัดการเอไอทีได้   
 
              นายธานินทร์ กล่าวว่า จุดประสงค์ที่มีความพยายามจะนำกฎบัตรใหม่มาใช้กับเอไอที เพื่อต้องการให้มีรายได้จากเงินบริจาค หรือเงินช่วยจากต่างประเทศ ซึ่งหลังจากดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงต่างประเทศเข้ามาร่วมบริจาคกลับไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้นจึงเห็นว่า เอไอทีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้กฎบัตรใหม่ อีกทั้งการเขียนกฎบัตรใหม่กับเก่าไม่มีความเชื่อมโยงกัน และไม่มีอะไรเกี่ยวพันกัน 
 
              นายภวัต กล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาเอไอทีกังวลคือ เรื่องการรับรองวุฒิการศึกษา และจากการสำรวจพบนักศึกษาไทยได้รับผลกระทบมากกว่า 300 คน ดังนั้นสิ่งที่อยากจะทราบจากผู้บริหาร คือ วุฒิการศึกษาของนักศึกษาที่เรียนอยู่ตามกฎบัตรใหม่สามารถใช้สมัครงานได้หรือไม่ เรื่องนี้เห็นว่า หากกฎบัตรใหม่มีปัญหาควรจะใช้กฎบัตรเก่าไปก่อน เพื่อไม่เกิดปัญหากระทบไปถึงนักศึกษา