
กระดานชนวนดิจิตอลเติมสีสันการเรียนรู้
กระดานชนวนดิจิตอล เติมสีสันการเรียนรู้ของเด็กดอย : โดย...0 สุพินดา ณ มหาไชย
เสียงร้องเพลง "เด็กดี" สำเนียงแปร่งๆ สไตล์เด็กดอยดังลั่นห้องเรียนชั้น ป.1 ร.ร.บ้านสันกอง อ.แม่จัน จ.เชียงราย สลับไปกับเสียงเพลงต้นฉบับชัดแจ๋วที่เปิดจากเครื่องแท็บเล็ต เด็กๆ ซึ่ง 90% เป็นชาวเผ่าอาข่า กำลังฝึกฝนภาษาไทยไปกับเพลงที่บรรจุอยู่ในเครื่อง ขณะที่นักเรียนของร.ร.บ้านจะตี อ.แม่ฟ้าหลวง ก็กำลังรอการมาถึงของยุคดิจิตอล
ที่นี่เป็น โรงเรียนบนดอยที่ยากแก่การเข้าถึง ระยะทางจากตีนดอยถึงโรงเรียนแค่ 9 กม. แต่กลับต้องใช้เวลานานนับชั่วโมงไปในเส้นทางลูกรังที่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา ส่วนนักเรียนของ ร.ร.บ้านจะตี ซึ่งทั้ง 100% เป็นชาวเผ่ามูเซอและอาข่าพูดภาษาไทยไม่ได้ เมื่อผนวกกับความกันดารของพื้นที่แล้ว จึงดูเหมือนว่า การใช้ประโยชน์จากแท็บเล็ตให้เต็มที่ จะยังเป็นคำถาม ?
แต่บรรดาคุณครูของที่นี่ก็ร่วมแรงร่วมใจเต็มที่ เพื่อหาทางให้นักเรียนของเขาใช้แท็บเล็ตได้ ขณะที่ กระทรวงไอซีที ก็เต็มที่เช่นกันเพื่อหาทางวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปถึงโรงเรียนบนดอยแห่งนี้ และได้เลือกให้โรงเรียนนี้เป็นต้นแบบของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแบบใหม่ที่เรียกว่า Wi-Net
เด็กๆ ชั้น ป.1 ของ ร.ร.บ้านจะตี มาโรงเรียนในวันสุดท้ายของภาคเรียนด้วยความรู้สึกพิเศษกว่าทุกวัน ทั้งนี้ เพราะหลังเคารพธงชาติเสร็จสิ้นแล้ว พวกเขาทั้ง 27 คน จะได้รับแจกเครื่องแท็บเล็ตตามโครงการ One Taplet Per Child โดยมี นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารเสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ลงทุนปีนดอย ขึ้นไปเป็นสักขีพยานในการแจกแท็บเล็ต ที่นี่ได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนบนดอยแห่งแรกๆ ที่ได้รับแจกเครื่องแท็บเล็ต ทั้งๆ ที่ โรงเรียนนี้เข้าข่ายทุรกันดารอย่างเต็มตัว แถมนักเรียนชั้น ป.1 ก็อยู่ในสภาพที่แทบจะพูดภาษาไทยไม่ได้
อำพร เตชะตน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจะตี บอกว่า โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนทั้งหมด 267 คน(อนุบาลถึงม.3) ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงใกล้ชายแดนพม่า แวดล้อมด้วยชุมชนชาวเผ่ามูเซอและอาข่าล้วนๆ รวม 9 หย่อมบ้าน การเดินทางระหว่างโรงเรียนและหย่อมบ้านต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก นักเรียนจากหย่อมบ้านที่ไกลสุดต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 7-8 กม. ขณะที่บางหย่อมบ้าน ไม่มีไฟฟ้า ถึงแม้มีสายไฟพาดผ่าน แต่ชาวบ้านกว่า 70% ก็ไม่มีเงินต่อไฟเข้าบ้าน โรงเรียนจึงวางแผนจะไม่ให้นักเรียนนำแท็บเล็ตกลับบ้าน เก็บไว้ที่โรงเรียนปลอดภัยกว่า
อย่างไรก็ตาม นักเรียนของที่นี่ทั้งหมดเป็นชาวเผ่า พูดภาษาถิ่นของตัวเองมาตั้งแต่เกิด พูดภาษาไทยไม่ได้ เพราะฉะนั้น เพื่อรองรับการใช้แท็บเล็ตแล้ว ห้องเรียนชั้น ป.1 ของ ร.ร.บ้านจะตี ต้องใช้ครูถึง 3 คน เป็นครูประจำชั้น 1 คน ครูคอมพิวเตอร์ 1 คน และครูภูมิปัญญาที่ทำหน้าที่เป็นล่ามสื่อสารภาษาถิ่นกับเด็ก
วันแรกที่เด็ก ร.ร.บ้านจะตี เริ่มใช้แท็บเล็ตนั้น ครูประจำชั้นวางแผนแก้ปัญหาด้วยการนำโปรเจกเตอร์มาขึ้นภาพเดสก์ท็อปของแท็บเล็ต เพื่ออธิบายให้เด็กๆ ซึ่งยังอ่านภาษาไทยไม่ออก ได้รู้จักเมนูคำสั่งต่างๆ ไล่ตั้งแต่คำสั่งเปิดปิดเครื่อง และคำสั่งใช้งานโปรแกรมต่างๆ
แม้เด็กๆ ของที่นี่ยังใช้ประโยชน์จากแท็บเล็ตไม่ได้เต็มที่ในทันที แต่ อำพร บอกว่า จะเน้นใช้แท็บเล็ตมาพัฒนาทักษะภาษาไทยให้แก่เด็ก เพราะที่นี่ไม่มีครูภาษาไทย ทั้งๆ ที่การเรียนวิชานี้เป็นพื้นฐานสำคัญไปสู่การประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาอื่นๆ และคิดว่า ชุดการเรียนภาษาไทยที่อยู่ในเครื่องแท็บเล็ตนั้น มีประโยชน์อย่างมาก ช่วยให้ครูวิชาอื่นๆ สอนภาษาไทยได้
“จริงๆ แล้ว ไม่มีแท็บเล็ตเด็กๆ ก็เรียนรู้ได้ แต่แท็บเล็ตเป็นเหมือนสิ่งเร้าให้เด็กสนใจเรียนมากขึ้น โปรแกรมต่างๆ ในเครื่องก็ล่อใจให้เด็กสนใจเรียนรู้มากกว่าการสอนด้วยปากเปล่า ความแปลกใหม่ของอุปกรณ์ดิจิตอลชิ้นนี้ น่าจะทำให้ผลการเรียนของนักเรียนดีขึ้น" อำพร กล่าว
นอกจากเครื่องแท็บเล็ต อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ สำหรับโรงเรียนบนดอยนั้นการลากสายเคเบิลใยแก้วความเร็วสูงทำได้ยาก ส่วนการใช้สัญญาณผ่านจานดาวเทียม หรือไอพีสตาร์ ก็มีความเร็วน้อยเกินไป กระทรวงไอซีทีจึงเซ็ตระบบใหม่ขึ้นและนำมาทดลองใช้ที่ ร.ร.บ้านจะตี เป็นแห่งแรก
อนุดิษฐ์ บอกว่า ไอซีทีได้นำอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สายในระบบ Wi-Net มาใช้ที่นี่เป็นแห่งแรก ระบบนี้ใช้วิธียิงสัญญาณตรงจากชุมสายแม่สลองมาที่โรงเรียนโดยตรง เพียงตั้งเสารับสัญญาณแค่ 1 จุด จึงมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าประมาณ 3 หมื่นบาท และได้ความเร็วที่ 10 เมกะบิต แม้จะไม่เร็วเท่าระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง แต่ก็เพียงพอสำหรับการเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดเล็ก และเหมาะสมกับโรงเรียนที่อยู่บนดอยซึ่งเข้าถึงได้ยาก มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา ป่าเขา ซึ่งการลากสายเคเบิลทำได้ยากและค่าใช้จ่ายสูง
ทั้งนี้ ระบบ Wi-Net ที่นำมาใช้ที่ ร.ร.บ้านจะตีนั้น เป็นการนำร่อง ถ้าประสบความสำเร็จก็จะขยายผลไปใช้กับโรงเรียนที่อยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน โดยทางกระทรวงไอซีทีได้เตรียมงบประมาณรองรับไว้แล้ว และตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2555 นี้ โรงเรียนทุกแห่ง จะต้องเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่จะใช้รูปแบบใดนั้น ขึ้นอยู่ความเหมาะของพื้นที่ที่โรงเรียนตั้งอยู่
....................................
(กระดานชนวนดิจิตอล เติมสีสันการเรียนรู้ของเด็กดอย : โดย...0 สุพินดา ณ มหาไชย )



