ไลฟ์สไตล์

'เพลงพระราชนิพนธ์'เชื่อมไทย-ยุโรป

'เพลงพระราชนิพนธ์'เชื่อมไทย-ยุโรป

17 ต.ค. 2555

บทเพลงพระราชนิพนธ์ ดนตรีเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป : โดย...ชุลีพร อร่ามเนตร

                     ปิดฉากลงเรียบร้อยสำหรับโครงการดนตรีเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา จัดโดยกระทรวงวัฒนธรรรม (วธ.) ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถด้านดนตรีให้เป็นที่ปรากฏในระดับนานาชาติ โดยเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์บรรเลง ในประเทศสหภาพยุโรป ได้แก่ สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม และร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 150 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เยอรมัน ณ ประเทศเยอรมนี

                    การแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์บรรเลงในรูปแบบดนตรีคลาสสิก โดยวงดุริยางค์เครื่องสาย (String Orchestra) วงบางกอก โปร มิวสิก้า ออเคสตร้า จำนวน 17 เพลง นางจันทร์สุดา รักษ์พลเมือง รองปลัดวธ. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ ได้รับความกรุณาจาก พลเรือเอกหม่อมหลวงอัศนี ปราโมช องคมนตรีและศิลปินแห่งชาติ มาเป็นผู้อำนวยเพลง และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากนักดนตรี และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งถือเป็นความร่วมมือร่วมใจที่ทุกคนต้องการเฉลิมพระเกียรติและแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์มาบรรเลง บทเพลงที่มีความหมาย เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับทุกประเทศ

                   "ผู้ชมแสดงชื่นชมยินดีเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่จบการแสดงทุกคนยืนขึ้นปรบมือ โดยเฉพาะคนไทยที่ซาบซึ้งใจ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่าน ที่นอกจากทรงงานหนักแล้ว ยังมีพระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ทรงอุปถัมภ์สนับสนุนการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม และได้พระราชทานแนวความคิดดนตรีเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จนก่อเกิดเป็นโครงการดังกล่าว"

                   สำหรับโครงการต่อไป รองปลัดวธ. กล่าวต่อว่า ยังมีอีกหลายประเทศที่สามารถจะจัดการแสดงได้ ซึ่งต้องมีการวางแผน และจะจัดในวาระสำคัญ โอกาสการครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมเชื่อมความสัมพันธ์ และขยายผลเชื่อมโยงกันในมิติต่างๆ ต่อไป

                   ความปลื้มปีติที่ได้ฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ไกลถึงต่างแดน ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เพียงชาวไทยที่อยู่ไกลบ้านเท่านั้น  ปิ๊ค น.ส.สมรรถยา วาทะวัฒนะ นิสิตปีที่ 4 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศิลป์ตะวันตก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในนักดนตรีเชลโลของวงบางกอก โปร มิวสิก้า ออร์เคสตร้า เล่าว่า รู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจมากที่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้เล่นดนตรีเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ให้แก่ชาวต่างชาติได้รับฟัง ทำให้ชาวต่างชาติรับรู้ว่าพระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงงานเท่านั้น แต่เรื่องของศิลปะ ศิลปิน พระองค์ทรงเป็นเอกอัครศิลปิน

                   "การเดินทางมาครั้งนี้ ทำให้ได้รับประสบการณ์ เปิดมุมมองความคิดต่างๆ มากมาย เพราะทั้ง 4 ประเทศ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และเยอรมนี แม้จะเป็นโซนยุโรปเหมือนกัน แต่แตกต่างกันทั้งด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การสื่อสาร และเราเรียนดนตรีคลาสสิก ทำให้ได้เห็นถึงความเป็นมาของดนตรีคลาสสิก ที่สำคัญได้บรรเลงดนตรีร่วมกับอาจารย์อันดับต้นๆ ของประเทศที่มีความเชี่ยวชาญความสามารถด้านดนตรี ทำให้เราได้แบบอย่าง วิธีการในการเล่น เทคนิคต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะวินัยในการเล่นดนตรี ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และการทำงานเป็นทีม"

                    ตอนนี้เด็กไทยสนใจเรียนดนตรีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสดนตรีบำบัด ที่พ่อแม่ผู้ปกครองส่งลูกเรียนดนตรีเพราะต้องการให้ลูกฉลาด ปิ๊ค เล่าต่อว่า เด็กไทยมีความเป็นศิลปินในตัวเอง หลายคนเรียนดนตรีเพราะชื่นชอบ อยากเรียน แต่ก็มีอีกหลายคนที่เรียนดนตรีเพราะพ่อแม่ ขอฝากพ่อแม่ ผู้ปกครอง การให้ลูกเรียนดนตรีเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรเรียนดนตรีที่ลูกชอบ ไม่ใช่ให้ลูกเรียนดนตรีเพื่ออวดความสามารถของลูกต่อผู้อื่น"

                    เช่นเดียวกับ โตโต้ นายจิรเจต เจษฎาเชษฐ์ นักศึกษาชั้นปี 1 สาขาการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล นักไวโอลิน กล่าวว่า เริ่มเล่นเปียโนเมื่ออายุ 7 ขวบ เพราะพ่อแม่ เนื่องจากเป็นเด็กสมาธิสั้น จนกระทั่งอายุ 9 ขวบเห็นคนสะพายกล่องไวโอลินอยากสะพายบ้าง จึงหันมาเล่นไวโอลิน และชอบ อยากเล่น อยากซ้อม จึงเล่นเรื่อยมา การเล่นดนตรีทำให้มีสมาธิ ผลการเรียนดีขึ้น ไม่ต้องเครียดกับการอ่านหนังสือมาก แต่ได้เกรดเฉลี่ยดีตลอด

                     ตบท้ายด้วย สองหนุ่มหัวใจไวโอลิน "รวย" นายรวยชัย แซ่โง้ว ปี 1 สาขาวิชาดนตรีและศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และ "ซัน" นายโชติ บัวสุวรรณ นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศิลป์ตะวันตก จุฬาฯ ช่วยกันเล่าว่า บทเพลงพระราชนิพนธ์ในระดับเยาวชนอาจเคยได้ยินได้ฟังมาบ้าง แต่ไม่ทราบว่าเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง จึงอยากให้มีการส่งเสริมให้เป็นที่รับรู้ที่ลึกซึ้งและแพร่หลายมากกว่านี้ โดยควรส่งเสริมตั้งแต่ระดับครอบครัว รวมถึงโรงเรียน นอกจากการสอนให้รู้ถึงพระราชกรณียกิจแล้วควรจะได้เรียนรู้พระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านในด้านดนตรีต่างๆ ด้วย

............................................
(บทเพลงพระราชนิพนธ์ ดนตรีเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป : โดย...ชุลีพร  อร่ามเนตร )