ไลฟ์สไตล์

แพทย์แนะทางเลือกผิวสวย

แพทย์แนะทางเลือกผิวสวย

16 ต.ค. 2555

แพทย์แนะทางเลือกผิวสวย

                           ช่วงนี้กระแสของ "สเต็มเซลล์" กำลังมาแรง ทั้งมีการโฆษณากล่าวอ้างในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลากหลายยี่ห้อว่ามีส่วนผสมของสเต็มเซลล์ที่จะช่วยให้ผิวหน้าใส เต่งตึง เหมือนผิวทารก จนหน่วยงานราชการต้องออกประกาศเตือน ห้ามหลงเชื่อโฆษณา เพราะอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตหากรับเข้าสู่ร่างกาย ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาความรู้ผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ อาวียองซ์ อะคาเดมี จึงมาไขความกระจ่างว่า สเต็มเซลล์คืออะไร และสามารถดูแลปรนนิบัติผิวพรรณได้จริงหรือไม่ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทำความเข้าใจและรู้ทันโฆษณาเกินจริง

                           ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อธิบายว่า สเต็มเซลล์ คือเซลล์ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ในพืชและสัตว์ และความอัศจรรย์ของเซลล์ต้นกำเนิดนี้ คือ การสามารถเติบโต แบ่งตัว และแปรเปลี่ยนสร้างเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ เป็นเนื้อเยื่อของอวัยวะอื่นๆ ที่มีหน้าที่เฉพาะเจาะจงได้หลากหลาย นักวิจัยจึงเริ่มคิดค้นวิธีการเก็บสเต็มเซลล์นี้จากคนหรือสิ่งมีชีวิตต่างๆ โดยหวังว่าจะสามารถเพาะเลี้ยงเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่อต่างๆ ได้ หรือการนำมารักษาให้แก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติ แต่ปัจจุบันมีเพียงโรคเลือดบางชนิดเท่านั้นที่สามารถใช้เทคโนโลยีสเต็มเซลล์ในการรักษาได้

                           "ในแวดวงความงาม ความอัศจรรย์ของสเต็มเซลล์มีความหวังที่จะนำมาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง โดยอ้างว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์ผิวหนังใหม่คล้ายผิวทารก แต่แท้จริงเล้วการเลี้ยงเซลล์ต้นกำเนิดต้องใช้อาหารเพาะเลี้ยงชนิดพิเศษ ควบคุมอุณหภูมิ ความเป็นกรดด่างอย่างดี ดังนั้นเซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ในเครื่องสำอางจึงไม่สามารถมีชีวิตและเติบโตแบ่งตัวได้ ยิ่งถ้าเป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากรกสัตว์ แกะ วัว หรือทารก ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคปนเปื้อนแพ้ระคายเคืองเป็นอันตรายได้ ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า แม้ไม่สามารถนำสเต็มเซลล์ที่มีชีวิตมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางได้ แต่การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากพืชโดยใช้อาหารเพาะเลี้ยงพิเศษสามารถช่วยให้สเต็มเซลล์ที่เลี้ยงในห้องทดลองสามารถผลิตสารสำคัญที่มีประโยชน์ออกมาได้ แล้วจึงสกัดสารมาใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ซึ่งผลที่ได้นับว่าได้ผลและปลอดภัย" ผู้เชี่ยวชาญเผย

                           นอกจากนี้ ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า จากงานวิจัยล่าสุดยังพบว่า สารสกัดจากสเต็มเซลล์จากส่วนใบของมะเขือเทศสายพันธุ์ลีโคเปอร์ไซคอน เอสคูเลนทั่ม อุดมไปด้วยสารสำคัญมากยิ่งกว่าที่พบในผลมะเขือเทศ โดยมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและไฟโตคีเลทินส์ สารจากพืชที่มีฤทธิ์ต้านโลหะหนักมีพิษในมลภาวะ จึงป้องกันสาเหตุหลักของการทำร้ายเซลล์ผิว ดีเอ็นเอ และคอลลาเจนในผิว ทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างโปรตีนยืดอายุเซลล์ผิวด้วย