
สกสค.ยุค'สมศักดิ์'ชีวิตครูเราดูแล!
สกสค.ยุค 'สมศักดิ์ ตาไชย' ดูแลครูทั้งชีวิต - หนุนทำดีท่องแดนพุทธภูมิ : กมลทิพย์ ใบเงิน ... รายงาน
..........
"ชีวิตครู เราดูแล"
คำมั่นจากปาก "นายสมศักดิ์ ตาไชย" เลขาธิการคณะกรรมการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน สกสค.) หลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555
"นโยบายดีๆ ของอดีตเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. (เกษม กลั่นยิ่ง) ผมจะสานต่อ แต่ต่อยอดชีวิตครูเราดูแล โดยแบ่งครูออกเป็น 3 กลุ่ม 1.ครูที่เข้าสู่วิชาชีพครูใหม่ๆ จะได้รับการดูแลด้านความก้าวหน้าในวิชาชีพ 2.ครูที่อยู่ในอาชีพมาแล้ว 15 ปีขึ้นไป กำลังสร้างฐานะจะได้รับการดูแลเรื่องเรียนต่อ เรื่องทุนการศึกษา สนับสนุนความมั่นคงของอาชีพและครอบครัว และ 3.ครูที่อยู่ในวิชาชีพเกิน 25 ปี จะได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิดแม้เกษียณ"
สกสค.ในยุค "สมศักดิ์" ยังมุ่งมั่นจะปรับเปลี่ยนทัศนคติที่สังคมไทยมีต่อ "ผู้ประกอบวิชาชีพครู" ไปในทางสร้างสรรค์ ลบภาพลักษณ์เดิมๆ ของครูที่สังคมมองครูว่ามีค่านิยม "ก่อหนี้ท่วมหัว" ด้วยการให้โอกาสครูได้มี "เครดิต" ในการประกอบวิชาชีพเสริมรายได้ เหมือนวิชาชีพอื่นที่ได้รับ "เครดิต" จากสถาบันการเงินหรือแหล่งเงินกู้ต่างๆ
"แนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูนั้น สกสค.อาจจะเสนอการแก้ไขปัญหาในรูปแบบการปล่อยสินเชื่อมั่นคงให้แก่ครู เช่น หากครูรวมตัวกันตั้งสถาบันกวดวิชา หรืออยากสร้างหอพัก ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี ครูสามารถมากู้สินเชื่อตรงนี้ไปลงทุนเพื่อสร้างกำไรในอนาคตได้ แต่รูปแบบนี้เป็นวิธีการหนึ่งเท่านั้น ยังต้องรอการศึกษาจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนว่าวิธีไหนจะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูได้ดีที่สุด" นายสมศักดิ์ กล่าว
ไม่เพียงเท่านั้น "สมศักดิ์" ยังมีแนวคิดจะเปลี่ยนแปลง "หนี้สินครู" ให้เป็น "เครดิต" เพื่อเพิ่มมูลค่าจนกระทั่งสามารถ "ปลดหนี้" ได้ เหนืออื่นใดเขาไม่ต้องการให้สังคมไทยมองภาพลักษณ์ของครูต้องได้รับการสงเคราะห์ ความจริง "ครู" ขอเพียงโอกาสหรือมีแหล่งทุนให้ครูก็เพียงพอแล้ว
"วันนี้เราอาจตกใจช็อกตัวเลขครูเป็นหนี้หลักแสนล้านบาท ความจริงการแก้ไขปัญหาครูขอแค่โอกาสจากรัฐผ่านสถาบันการเงินให้กู้ดอกเบี้ยถูก แถมยืดระยะเวลาการชำระหนี้ให้นาน เพราะหนี้ของครูก่อโดยครู ครูควรจะช่วยเหลือตัวเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีที่มีค่ากว่าคำสอน เพียงรัฐเสริมปัจจัย ครูต้องการโอกาสดังกล่าวเท่านั้นครับ เพราะวิชาชีพครูต้องทำหน้าที่อบรมสั่งสอนลูกหลาน ครูต้องเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณ ยึดหลักคุณธรรมมายึดโยงวิชาชีพ"
ต่อกระแสเชี่ยวกราก "คุณธรรม จริยธรรม" ของครูน่าเป็นห่วงนั้น "สมศักดิ์" บอกว่า จริงจังในเรื่องนี้มาก อยากให้ครูเป็นต้นแบบที่ดีของสังคม ครูเป็นคนสร้างคนให้เป็นคน ครูดีมีคุณธรรม มีจริยธรรม สังคมให้ความนับถือ ครูที่เพียรพยายามอบรมสั่งสอนลูกศิษย์จนได้ดี อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามตามวิถีไทย ครูเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีตลอดชีวิต
"ผมจะค้นหาครูที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการปั้นเด็กและเยาวชนได้เป็นคนดีของสังคม อย่างเช่นครูที่มีลูกศิษย์ได้รางวัลดีเด่น ด้านศาสนา ด้านคุณธรรม ด้านวัฒนธรรม ด้านศิลปะ ด้านดนตรี ฯลฯ ครูเหล่านี้ควรได้รับรางวัลชีวิต ผมมีแนวคิดจะสนับสนุนการเดินทางไปแสวงบุญ ณ ดินแดนพุทธภูมิ (อินเดีย เนปาล) เพราะครั้งหนึ่งในชีวิตหากมีโอกาสไม่ควรพลาด เหมือนพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ เมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย"
ไม่เพียงเท่านั้น 4 ปีในตำแหน่ง "เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค." ยังได้วางนโยบายในการทำงานเอาไว้ 5 ด้าน ได้แก่ 1. การพัฒนาองค์กรให้เข้มแข็ง เพื่อก้าวไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล 2. การเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานเจ้าหน้าที่ เน้นการจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตรครูและครอบครัวอย่างยั่งยืน
3. การยกย่องเชิดชูเกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักในเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพชั้นสูง 4. เน้นสร้างงานวิจัยเพื่อเป็นพื้นฐานข้อมูลในการพัฒนางาน และจัดสวัสดิการและสวัสดิภาพสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา และ 5. พัฒนาองค์การค้าฯ ให้เป็นหน่วยงานเพื่อผลิตสื่อการเรียนการสอนต้นแบบของอาเซียน
"ในอนาคตองค์การค้าฯ จะเป็นหน่วยงานที่ผลิตสื่อการเรียนการสอนต้นแบบของประชาคมอาเซียน เดิมเรามองภาพแค่ผลิตตำราเรียนเพื่อรองรับคนไทย 65 ล้านคน แต่ต่อไปนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านคน ในอาเซียน"
ส่วนนโยบายขยายหอพักครู 4 ภูมิภาค หรือแม้แต่โรงพยาบาลครูประจำ 4 ภูมิภาค ตามที่ครูเรียกร้อง แต่ไม่มีใครสนใจสุขภาพครูนั้น จะถูกนำเสนอบอร์ด สกสค.ก่อนขับเคลื่อนต่อไป
การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ที่มีสมาชิกเกือบล้านคนนั้น ยังเป็นที่พึ่งของครูต่อไป ส่วนจะผุดโครงการเงิน ช.ค.ค.รุ่นต่อไปหรือไม่นั้น ต้องรอลุ้นการพิจารณาจาก "บอร์ด สกสค."
"สกสค.ในยุคผมต้องเป็นองค์กรที่มีระบบการทำงานที่มีคุณภาพ มาตรฐาน เน้นหลักธรรมาภิบาลและการทำงานอย่างโปร่งใสทุกระดับ ซึ่ง สกสค.จะขอตรวจสอบตัวเองเรื่องความโปร่งใสว่าเราพร้อมเป็นองค์กรที่พึ่งของครูได้หรือไม่ พร้อมต่อยอดการเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมีภารกิจดูแลช่วยเหลือและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา" สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
--------------------
'สมศักดิ์ ตาไชย' ลูกหม้อ 'สกสค.'
"สัมศักดิ์ ตาไชย" เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค.คนปัจจุบัน เกิดวันที่ 30 มกราคม พ.ศ.2500 ภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่ สำเร็จการการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาประถมศึกษา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, รัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต และบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ประวัติการทำงาน ปี 2546-2551 รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 จากนั้นปี 2552-2555 รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ผู้กำหนดยุทธศาสตร์สำคัญของการขับเคลื่อนขององค์กร อยู่ในตำแหน่งมากว่า 3 ปี แต่ก่อนหน้านั้น เคยนั่งอยู่ในบอร์ด สกสค.มา 4 ปี ช่วงที่เป็นบอร์ดได้วางโครงสร้างบริหารองค์ร่วมกับ สกสค. 4 ปีแรก จัดได้ว่าเป็นลูกหม้อ สกสค. ทำให้มองภาพ สกสค.ได้ชัดเจนมากขึ้น เมื่อมาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสกสค.ได้นำโครงสร้างมาลงมือวางแผนองค์กร และล่าสุดในตำแหน่ง "เลขาธิการ"
ตามสัญญาจ้าง "สมศักดิ์ ตาไชย" เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี รับเงินเดือน 150,000 บาท แต่ต้องประเมินผลงานปีละครั้ง ยกเว้นปีแรก ประเมิน 6 เดือนครั้ง โดยประเมิน 3 ด้าน คือ ด้านการบริหาร ด้านแผนนโยบาย และด้านคุณลักษณะในการปฏิบัติงาน ต้องได้คะแนนแต่ละด้าน 75% ขึ้นไป ซึ่งบอร์ด สกสค.มีสิทธิยกเลิกการจ้างได้ถ้าตกประเมิน
--------------------
(สกสค.ยุค 'สมศักดิ์ ตาไชย' ดูแลครูทั้งชีวิต - หนุนทำดีท่องแดนพุทธภูมิ : กมลทิพย์ ใบเงิน ... รายงาน)



