ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระ13ตุลาคม2555

คมเลนส์ส่องพระ13ตุลาคม2555

13 ต.ค. 2555

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555 : แล่ม จันท์พิศาโล

              พรุ่งนี้มี งานประกวดพระ ที่อาคาร ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ จัดโดย ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประสานงานโดย ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ รางวัลพระชนะเลิศแต่ละรายการหนังสือ พระชุดเบญจภาคีและพระผง ชุดที่ ๑ จัดทำโดย ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ (ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์) รายการพระที่จัดประกวดครบทุกประเภท จำนวน ๑,๘๘๔ รายการ ค่าส่งพระองค์ละ ๓๐๐ บาท ถ่ายภาพพระชนะการประกวดโดย ทีมงาน ล้ง ท่าพระจันทร์

               คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มที่ หลวงพ่อโสธร เมืองแปดริ้ว พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยทั่วประเทศรู้ประวัติและกิตติศัพท์ของท่านเป็นอย่างดี จึงไม่ต้องนำมาบอกกล่าวกันอีก สำหรับพระเครื่อง หลวงพ่อโสธร มีการสร้างกันมาตั้งแต่ปี ๒๔๖๐ คือ เหรียญรุ่นแรก  ซึ่งเช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไปถึงหลักล้าน ส่วนพระเครื่องที่สร้างในสมัยต่อๆ มาก็ได้รับความศรัทธาเลื่อมใสทุกรุ่น โดยเฉพาะรุ่นปี ๒๕๐๐ ทั้งพระเครื่องพระกริ่งพระบูชาโด่งดังมาก เช่าหากันในราคาสูง วันนี้มีภาพ พระบูชาหลวงพ่อโสธร มาให้ชม ๑ องค์ ขนาดหน้าตัก ๕ นิ้ว หล่อดินไทยแบบโบราณ สวยงามคมชัดมาก พระพักตร์เหมือนกับองค์จริงมาก องค์นี้เป็นพระของ ใหญ่ พนัสนิคม คนหนุ่มรุ่นใหม่ผู้มีสายตาเฉียบขาดในการดูพระได้ทุกประเภท

               พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ศิลปะทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๕ หน้าตักกว้าง ๖ ซม. สูง ๘.๒๐ ซม. เนื้อทองคำ น้ำหนักทอง ๘ ตำลึง ประทับนั่งแบบสมาธิ ข้อพระบาทไขว้กันอย่างหลวมๆ แสดงธยานะมุทรา พระนิรันตราย องค์นี้  กำนันอิน แขวงเมืองปราจีนบุรี และบุตรชายเป็นผู้ขุดพบ และได้นำไปมอบให้ พระเกรียงไกรกระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งต่อมาได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๔) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญ พระพุทธรูปทองคำ องค์นี้ไปรักษาไว้ ณ หอเสถียรธรรมปริตร พร้อมกับ พระกริ่งทองคำ องค์น้อยอีกองค์หนึ่ง ต่อมาเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๓ มีคนร้ายเข้าไปลักเอา พระกริ่งทองคำ องค์น้อยที่ตั้งอยู่คู่กันไป ส่วน พระพุทธรูปทองคำ องค์ใหญ่กลับไม่เอา จึงมีพระราชดำริว่า พระพุทธรูปองค์นี้ได้ประสบเหตุการณ์แคล้วคลาดถึง ๒ ครั้ง คือครั้งแรกผู้ขุดพบมิได้นำไปครอบครองโดยส่วนตัว ครั้งที่ ๒ คนร้ายไม่ลักเอาไปด้วย เป็นที่อัศจรรย์มาก จึงพระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระนิรันตราย” อันมีความหมายว่า ปราศจากอันตราย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในหอพระสุลาลัยพิมาน  ในหมู่พระมหามณเฑียร...ต่อมา ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หล่อ พระนิรันตราย (จำลอง) ด้วยเนื้อทองคำตามพุทธลักษณะเดิม สวมพระพุทธรูปองค์เดิมอีกชั้นหนึ่ง พร้อมทั้งให้หล่อ พระนิรันตราย (จำลอง) ขนาดบูชาอีก ๑๘ องค์เพื่อพระราชทานให้วัดธรรมยุตต่างๆ ซึ่งต่อมาแต่ละวัดได้สร้าง พระนิรันตราย ทั้งแบบบูชา (จำลอง) และแบบพระเครื่องสำหรับติดตัว วัดราชบพิธสถิตสีมาราม เป็นวัดธรรมยุติอีกวัดหนึ่งที่ได้รับพระราชทาน พระนิรันตราย และได้สร้าง พระนิรันตราย (จำลอง) เมื่อปี ๒๕๑๕ ทั้งแบบพระบูชาและพระเครื่องดังที่เห็นในภาพนี้ คือ พระเครื่อง พระนิรันตรายเนื้อทองคำ เป็นพระของ พ.ต.อ.ยสวินท์ หรรษมนตร์ รอง ผบก.ส.๓

               พระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ อีกรุ่นหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากนักสะสมมาโดยตลอด คือ พระพิมพ์สมเด็จ เนื้อทองระฆัง จัดสร้างโดยคณะกรรมการวัดช่องแค มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หลังเรียบ และ พิมพ์หลังยันต์สิบ หลวงพ่อพรหมปลุกเสกในพิธีเสาร์ห้า ปี ๒๕๑๖ จำนวนสร้างพิมพ์ละ ๒,๐๐๐ องค์ เป็นพระปั๊มด้วยเนื้อทองระฆัง ซึ่งเป็นทองผสมหลากหลายชนิดที่หลวงพ่อได้นำมาหล่อระฆัง แต่หล่อไม่สำเร็จ เนื่องจากเป็นระฆังใบใหญ่มากและเนื้อทองผสมไม่เข้ากันดี ทองระฆังจึงเก็บอยู่ที่วัด คณะศิษย์ได้ขออนุญาตนำมาสร้างพระเนื้อทองระฆัง ซึ่งมีหลายพิมพ์หลายรุ่นด้วยกัน...สำหรับ พระพิมพ์สมเด็จ ที่ปั๊มออกมานี้มีบางองค์ที่แตกชำรุด คุณหมอสมสุข คงอุไร ศิษย์คนหนึ่งที่ได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดกับหลวงพ่อมานานปี ได้นำพระสมเด็จที่ชำรุดบางส่วนมาเลื่อยเอาส่วนที่แตกปรินั้นออกไป คงเหลือแต่องค์พระที่สมบูรณ์ บางองค์ที่แตกปริมากต้องเลื่อยจนชิดติดองค์พระก็มี องค์ในภาพนี้เลื่อยส่วนแตกปริออกไปไม่มาก คงเหลือเป็นรูปเหมือนปลายหอก...พระสมเด็จในส่วนนี้ คุณหมอสมสุข ได้นำไปขอเมตตา หลวงพ่อพรหม ปลุกเสกหลายครั้งหลายคราว มากกว่า พระสมเด็จ องค์ที่สมบูรณ์ครบถ้วนเสียอีก จึงทำให้ผู้ที่รู้เรื่องนี้ดีนิยม พระสมเด็จ พิมพ์ต่างๆ ที่มีการเลื่อยส่วนที่ชำรุดแตกปริมากกว่า พระสมเด็จ พิมพ์สมบูรณ์ จนต่อมามีคนหัวใสยอมเอาพระสมเด็จพิมพ์สมบูรณ์ไปเลื่อยให้เป็นพิมพ์ใบหอกก็มี เพื่อให้ได้ราคาที่สูงกว่า ผู้เช่าบูชาจึงต้องดูรอยเลื่อยเป็นหลัก หากเป็นรอยเลื่อยใหม่ก็ต้องว่ากันอีกราคาหนึ่ง แต่สำหรับองค์ในภาพนี้เป็นลักษณะของรอยเลื่อย (รอยตัด) เก่า ราคาเช่าหาจึงสูงกว่าแสนขึ้นไป องค์นี้เป็นพระของ พจ ๙ เทวา คนหนุ่มรุ่นใหม่ผู้ชำนาญพระสายนี้มาเก่าก่อน...พระสมเด็จ รุ่นนี้คุณสมสุขเคยบอกลูกศิษย์ว่า หลวงพ่อพรหม พูดว่า “พระของข้าที่ปลุกเสกให้นี้ คนที่มีตาทิพย์เท่านั้นที่จะแลเห็นรัศมีพวยพุ่งออกมาเจิดจ้าเป็นรัศมีพรหม” ด้วยเหตุนี้ คุณหมอสมสุข จึงได้นำคำพูดนี้มาตั้งเป็นชื่อคณะของท่านว่า คณะศิษย์รัศมีพรหมโพธิโก (คำว่า “โพธิโก” มาจากฉายาของ ครูบาชุ่ม โพธิโก วัดวังมุย จ.ลำพูน ซึ่งเป็นอาจารย์อีกท่านหนึ่งของคุณหมอสมสุข)...ในชั่วโมงนี้ท่านที่ยังไม่มี พระหลวงพ่อพรหม ขอบอกว่ารีบๆ หามาไว้ขึ้นคอสักองค์ ชนิดที่ไม่แพงนักก็ยังพอหาได้ ข้อสำคัญต้องได้จากสายตรงเท่านั้น เพราะมีการรับประกัน พระแท้ ให้ด้วย โดยส่วนตัวผู้เขียนได้สะสมพระสายนี้มาตั้งแต่องค์ละไม่กี่ร้อยกี่พันบาท เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อน เมื่อมาเห็น พระหลวงพ่อพรหม ทุกวันนี้มีราคาสูงขึ้นเช่นนี้ ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ตัวเองได้เดินถูกทางมาก่อน

               พระเครื่องที่สร้างความโด่งดังให้กับ พระราชสังวราภิมณฑ์ (หลวงปู่โต๊ะ) วัดประดู่ฉิมพลี ท่าพระ ธนบุรี คือ พระปิดตา และพระปิดตาที่โด่งดังในอันดับต้นๆ ของท่าน คือ พระปิดตารุ่นปลดหนี้ ซึ่งตอนแรกที่สร้างพระปิดตารุ่นนี้เรียกกันว่า พระปิดตารุ่น ๓ ไตรมาส เนื้อผง ปี ๒๕๒๑-๒๕๒๓ โดยหลวงปู่ปลุกเสกนานถึง ๓ ไตรมาส ช่วงเข้าพรรษา ๓ ปีนั้น (เดิมตั้งใจจะปลุกเสกให้ครบ ๕ ไตรมาส แต่หลวงปู่มรณภาพเสียก่อน จึงเหลือ ๓ ไตรมาส) นับเป็นพระปิดตาที่หลวงปู่ปลุกเสกนานที่สุด พระปิดตารุ่นนี้มีหลายพิมพ์หลายเนื้อ ที่นิยมกันมากที่สุดคือ พระปิดตาพิมพ์กลาง ด้านหลังมี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หลังยันต์นะ มีทั้งเนื้อผงเกสรและเนื้อผงใบลาน กับ พิมพ์หลังยันต์ตรีนิสิงเห มีเฉพาะเนื้อผงใบลาน ซึ่งเรียกกันในภายหลังว่า พระปิดตารุ่นปลดหนี้ เนื่องจากผู้ที่ได้รับพระรุ่นนี้ไปใช้แล้วมีประสบการณ์ด้านโชคลาภ จนสามารถปลดหนี้ได้อย่างมหัศจรรย์...พระปิดตารุ่นปลดหนี้ หลังยันต์นะ เนื้อผงเกสร บรรจุตะกรุด ๒ ดอก สร้าง ๓,๐๐๐ องค์ เนื้อผงใบลาน บรรจุตะกรุด ๑ ดอก สร้าง ๒.๒ หมื่นองค์ ด้วยเหตุนี้ พระเนื้อผงเกสร จึงมีราคาเช่าหาแพงกว่า เนื้อผงใบลาน หลายเท่าตัว...สมัยที่หลวงปู่ยังอยู่ท่านได้แจก พระปิดตารุ่นปลดหนี้ นี้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นพระที่ไม่ได้แช่น้ำมนต์ ต่อมาเมื่อท่านมรณภาพแล้ว ทางวัดจึงนำพระปิดตารุ่นนี้ออกมาให้ทำบุญบูชา องค์ละ ๒๐๐ บาท ส่วนใหญ่เป็นพระปิดตาที่แช่น้ำมนต์ องค์ในภาพนี้เป็น พระปิดตารุ่นปลดหนี้ เนื้อผงเกสร เช่าหากันที่หลักแสนขึ้นไป เป็นพระของ แหลม กลิ่นแก้ว สายตรงพระหลวงปู่โต๊ะ...สมัยก่อนนักสะสมพระหลวงปู่โต๊ะนิยม พระปิดตารุ่นปลดหนี้ แช่น้ำมนต์ มากกว่า ไม่แช่น้ำมนต์ แต่ทุกวันนี้กลับกัน คือ นิยม องค์ที่ไม่แช่น้ำมนต์มากกว่าองค์ที่แช่น้ำมนต์ เนื่องจากพระที่มีคราบน้ำมนต์หนาๆ ไม่สามารถเห็นเนื้อแท้ด้านในได้ เกรงว่าจะเป็น พระเนื้อผงใบลานแช่น้ำมนต์ (ซึ่งมีราคาถูกกว่า) ก็ได้ อีกทั้งพระแช่น้ำมนต์สามารถปกปิดร่องรอยชำรุดอุดซ่อมได้ด้วย พระปิดตาปลดหนี้ไม่แช่น้ำมนต์ จึงมีราคาสูงกว่าในทุกวันนี้  สำหรับท่านที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ พระหลวงปู่โต๊ะ ทุกรุ่นทุกพิมพ์ไปปรึกษากับ แหลม ได้ตลอดเวลา บนชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โทร.๐๘-๔๕๔๖-๒๓๙๕ ไม่ซื้อไม่ขายก็ปรึกษาได้

               พ่อท่านอิ้น ปภากโร อายุ ๙๕ ปี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญในเวทวิทยาคมมากท่านหนึ่ง จนได้รับการยกย่องให้เป็นดั่ง “ช้างเผือกในป่าสีแดง” เนื่องจาก อ.เคียนซา ในอดีตเป็นพื้นที่สีแดง เต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ป่าและคอมมิวนิสต์ ท่านได้ใช้คุณธรรมและคาถาอาคมเป็นตัวเชื่อมความศรัทธาให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงทัศนคติ หันกลับมาร่วมมือพัฒนาชาติ จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาจนเป็นผลสำเร็จ ในโอกาสที่ พรเพชร พูลชู ผู้มีความรู้ในพิธีกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานด้านศิลปะ ได้จัดให้มี พิธีบูชาครู ในวันอาทิตย์ที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ โดยมี พ่อท่านอิ้น เจ้าอาวาสวัดทับใหม่พัฒนา อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานพิธี จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพศรัทธาใน พ่อท่านอิ้น เข้าร่วมพิธีบูชาครู และสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลสำหรับชีวิต ปัจจัยจากการบูชาวัตถุมงคลและเงินค่าบูชาครูทั้งหมดจะถวายพ่อท่านโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อสมทบทุนร่วมสร้างอุโบสถวัดทับใหม่พัฒนาให้แล้วเสร็จต่อไป ผู้ร่วมพิธีจะได้รับวัตถุมงคลเป็นที่ระลึกทุกคน สอบถามโทร.๐-๒๗๑๙-๙๕๗๓, ๐๘-๑๘๒๒-๕๐๕๙  พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต