ไลฟ์สไตล์

'อาทิตย์'พร้อมดูแล'คุณภาพชีวิตแรงงาน'

'อาทิตย์'พร้อมดูแล'คุณภาพชีวิตแรงงาน'

13 ต.ค. 2555

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมดูแล 'คุณภาพชีวิตแรงงาน' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ นายอาทิตย์ อิสโม รองปลัดกระทรวงแรงงาน

              แม้จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "รองปลัดกระทรวงแรงงาน" ไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา "อาทิตย์ อิสโม" ยังให้ความสนใจคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของแรงงาน ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่ง "อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน" โดยเฉพาะเรื่องปัญหายาเสพติด ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทตามนโยบายรัฐบาล ความปลอดภัยในการทำงาน สวัสดิการต่างๆ หลักประกันความมั่นคงในการทำงาน แรงงานที่รับงานไปทำที่บ้าน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมแรงงานไทยสู่อาเซียน

             นายอาทิตย์ อิสโม ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "คม ชัด ลึก" ไว้เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2555 ถึงงานในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่า ตลอดเวลาที่ทำงานในกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไข และป้องกันปัญหายาเสพติด ที่รัฐบาลกำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” หรือนโยบายให้แรงงานมีรายได้เป็นวันละไม่น้อยกว่า 300 บาท หรือการสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แรงงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้การคุ้มครองแรงงานตามกฎหมาย โดยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในการทำงานและสวัสดิการแรงงาน ดูแลหลักประกันความมั่นคงในการทำงานแก่ผู้ใช้แรงงาน การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2553

               โดยเฉพาะโครงการโรงงานสีขาว เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มผู้ใช้แรงงาน มีสถานประกอบกิจการผ่านเกณฑ์โรงงานสีขาวแล้วจำนวน 37,805 แห่ง ลูกจ้าง 3,745,547 คน ผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการโรงงานสีขาว จำนวน 2,679 แห่ง ลูกจ้าง 260,530 คน ผ่านเกณฑ์ 2,338 แห่ง ลูกจ้าง 223,168 คน นอกจากนี้ยังได้ลงนามเอ็มโอยู กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อยกระดับการดำเนินงานโครงการโรงงานสีขาว สู่นิคมอุตสาหกรรมสีขาว

                 "กรมสวัสดิการมีเป้าหมายการดำเนินการให้นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบทั้งสิ้น 48 นิคม เป็นนิคมอุตสาหกรรมสีขาวทั้งหมดภายในปี 2556 โดยตั้งแต่ปี 2553-สิงหาคม 2555 มีนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มสถานประกอบกิจการเปิดปฏิบัติการมุ่งสู่นิคมอุตสาหกรรม หรือกลุ่มสถานประกอบกิจการ ตลอดจนได้รับการประกาศเกียรติคุณ เชิดชูเกียรติเป็นนิคมอุตสาหกรรม หรือกลุ่มสถานประกอบกิจการสีขาวจำนวน 30 แห่ง โดยมีสถานประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกว่า 2,6000 แห่ง ลูกจ้างได้รับประโยชน์กว่า 568,000 คน"

                   รวมทั้งการคุ้มครองดูแลแรงงานให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องนโยบายการปรับรายได้ ไม่น้อยกว่าวันละ 300 บาท แก่นายจ้างลูกจ้าง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีต่อกันระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ ตลอดจนให้ความสำคัญในการนำระบบแรงงานสัมพันธ์ไปใช้จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น

                  นอกจากนี้ยังคุ้มครองแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบในกลุ่มแรงงานภาคเกษตร และผู้รับงานไปทำที่บ้าน ให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีสภาพการจ้าง และสภาพการทำงานที่ดี ตลอดจนได้รับสวัสดิการที่เหมาะสมอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว มิให้นายจ้างกดขี่ทารุณและจ้างแรงงานหญิงและเด็กอย่างไม่เป็นธรรม จำนวน 2,517,710 คน จากเป้าหมาย 12 เดือน (ตุลาคม 2554 - กันยายน 2555) จำนวน 2,250,000 คน คิดเป็นร้อยละ 111.90

                   นายอาทิตย์ อธิบายว่า กรมสวัสดิฯ ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการ มีระบบบริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมมือกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในการลดอุบัติเหตุจากการทำงาน ตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 ออกมาบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2554 จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านแรงงานสัมพันธ์” ขึ้นในแต่ละภูมิภาค จำนวน 5 ศูนย์ ได้แก่ ลำพูน นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี และภูเก็ต เพื่อเป็นศูนย์กลางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ที่รับผิดชอบให้ยุติได้โดยเร็ว ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาแนะนำแก่นายจ้าง ลูกจ้าง ในสถานประกอบกิจการให้เกิดความร่วมมือในรูปแบบของทวิภาคีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ปรึกษาหารือร่วมกันนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง รวมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นภายในสถานประกอบกิจการให้ยุติลงได้ ก่อนที่จะเกิดความรุนแรง ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ.2555 รอบ 11 เดือน (ตุลาคม 2554-สิงหาคม 2555) ได้ดำเนินการในสถานประกอบกิจการ 11,042 แห่ง
 
                    "การดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานเป็นสิ่งที่จำเป็น กรมสวัสดิฯ ดำเนินการโครงการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบกิจการและชุมชนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 และในปี พ.ศ.2554 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรให้กับลูกจ้าง และสร้างความผูกพันใกล้ชิดระหว่างแม่และลูก ลดปัญหาสังคมในการทอดทิ้งบุตรให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง ปัจจุบันมี 62 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ 10 แห่ง และส่วนภูมิภาค 52 แห่ง มีเด็กเข้ารับการเลี้ยงดู รวมจำนวน 1,839 คน ในปีงบประมาณ พ.ศ.2555 (ตุลาคม 2554-25 กันยายน 2555) มีสถานประกอบกิจการจัดตั้งศูนย์เลี้ยงเด็กจำนวน 6 แห่ง เด็กได้รับการเลี้ยงดู 117 คน"

                    ที่สำคัญเตรียมความพร้อมแก่ภาคีที่เกี่ยวข้องในการให้ความรู้เรื่อง การให้สัตยาบันอนุสัญญา เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของแรงงาน เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดนโยบายและกลยุทธ์ในการปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 ของประเทศไทยให้สัตยาบัน และพัฒนาระบบบริหารแรงงานในองค์กรเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าระหว่างกลุ่มประชาคมอาเซียน

                   "โดยได้จัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การบริหารแรงงานในกลุ่มสมาชิกอาเซียน และร่วมกันกำหนดแนวทางในการส่งเสริมการบริหารแรงงาน เพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน สรุปประเด็นที่ได้ คือ ควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองแรงงานในกลุ่มของแรงงานย้ายถิ่น (Migrant Labour) แต่ละประเทศต้องร่วมมือกันในการดูแลการเข้า-ออกของแรงงาน สิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานที่แรงงานในอาเซียน ควรจะมีอย่างเท่าเทียมกัน และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ เป็นมาตรฐานเดียวกัน สมาชิกอาเซียนมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และเป็นมุมเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการแรงงาน โดยพัฒนาระบบ IT เว็บไซต์ หรือ Facebook เป็นศูนย์กลางนั่นเอง"

............................................
(กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมดูแล 'คุณภาพชีวิตแรงงาน' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ นายอาทิตย์ อิสโม รองปลัดกระทรวงแรงงาน)