
'HOTAP'ไม่บานเตรียมการรับมือ'AEC'
'HOTAP'ไม่บานเตรียมการรับมือ'AEC' : คอลัมน์ คลีนิคคนรักบ้าน
ในการเปิด “เสรีอาเซียน” แบบไร้พรมแดน ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่าการเกิด “AEC” ในปี 2015 ที่อีกไม่นานเกินรอเพียง 3 ปีเท่านั้น จะเป็น “โอกาส” หรือ “วิกฤติ” และจะส่งผลให้ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราจะ “รุ่ง” หรือ “ร่วง” คงต้องจับตาดูกันแบบ “ยกต่อยก” ห้ามกะพริบตาครับ ในทัศนะของผมมองว่าการเกิด “AEC” เป็นทั้งการ “ร่วมมือ” และเป็นการ“แข่งขัน” ไปพร้อมกัน เพราะในสินค้าบางประเภทก็จะปรับภาษีนำเข้าเป็น 0% อีกทั้งยังไม่มีระบบโควตาที่เคยใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกันทาง “การค้าเสรี” (ในระบบ “ทุนนิยม” แบบ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”)
เป็นผลให้ใครก็ตามที่มีฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงแข็งแรงกว่าก็สามารถเข้ามาทุ่มตลาดที่มีฐานทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอกว่าได้ทุกเมื่อ และในขณะเดียวกันก็สามารถส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าใน “AEC” ได้ทุกเมื่อเช่นกัน เพราะเป็น “ตลาดเสรี” หรือ “ตลาดเปิด” ในรูปแบบ “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” หากคนไทยยัง “ไม่ตื่นตัว” และ “ไม่รู้เท่าทัน” ทั้งยัง “เตรียมตัวกันไม่พร้อม” จาก “โอกาส” ก็อาจจะพลิกผันแปรเปลี่ยนเป็น “วิกฤติ” ได้ในฉับพลันทันทีครับ
สำหรับผมแล้ว ในสถานการณ์เปิดพรหมแดนเสรีแบบ “ชักศึกเข้าบ้าน” เช่นนี้ บรรดา SMEs ที่เป็นผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กและขนาดกลางนับหมื่นรายทั่วประเทศต่างก็ตกอยู่ในอาการน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง เพราะสินค้าและการบริการที่หลากหลายรูปแบบของบริษัทข้ามชาติก็จะล้นทะลักเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง (บางประเภทอาจจะด้อยคุณภาพกว่าสินค้าของเรา แต่มีราคาถูกกันกว่าครึ่ง) ทุ่มเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ จนกระทั่ง SMEs ต่างๆ ของเราค่อยๆ ทยอยล่มสลายลงไป
หลังจากที่บรรดาบริษัทข้ามชาติยึดครองตลาดจนเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว ค่อยปรับเพดานราคาขึ้นใหม่ ซึ่งผมยังสงสัยว่าบรรดา SMEs ไทยรู้เท่าทันหรือยัง นอกจากนั้น รู้ตัวหรือยังว่า จะวางตัว วางตำแหน่ง รวมทั้งจะต้องวางยุทธศาสตร์เตรียมการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้กันอย่างไรใน “บ้านหลังใหญ่” ที่บรรดา “บ้านหลังเล็ก” กำลังจะพร้อมใจกันนับถอยหลังเพื่อจะเปิดบ้านในอีกไม่กี่ปีนี้ครับ
นอกจากนี้ เราคงต้องยอมรับกันนะครับว่าในสภาพปัจจุบันที่บรรดาผู้ประกอบการของไทยยังขาดการเตรียมการที่พร้อมในแทบทุก “มิติ” สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากการขาดฐานข้อมูลทั้งในเบื้องหน้า,เบื้องหลัง,เบื้องลึกในทุกด้าน ทำให้เราสูญเสีย “โอกาส” ที่จะเป็น “ผู้นำ” และตกเป็น “ผู้ตาม” ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเปิด “AEC” ยกตัวอย่างเช่น “พม่า” หรือ “เมียนมา” ในปัจจุบันมีสภาวะขาดแคลนเป็นอย่างมาก ในส่วนของที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน,โครงการหมู่บ้านจัดสรร, เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์, โรงแรม, รีสอร์ท, คอนโดมิเนียม ฯลฯ ซึ่งกิจการประเภทนี้คนไทยมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง เพราะได้ “ร้อนผ่านหนาว” ผ่านการฝึกปรือ “วิทยายุทธ” จาก “สนามจริง” กันมายาวนาน
ดังนั้น จึงถือได้ว่าเป็น “โอกาสทอง” ของนักลงทุนไทยอย่างแท้จริงในการขยายฐานการลงทุนธุรกิจประเภทนี้ของตัวเองที่มั่นคงแล้วในประเทศไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอีกไม่นานก็จะเป็นตลาดเดียวกัน เพราะบรรดาบ้านเล็ก บ้านน้อยใน “อาเซียน” กำลังจะรวมตัวกันกลายเป็น “บ้านหลังใหญ่” หลังเดียวกัน ลองหลับตานึกภาพซิครับว่า พอมีการเปิด “AEC” เสรีอาเซียน ในปี 2015 ในชั่วข้ามคืนประเทศน้อยใหญ่ทั้ง 10 ประเทศที่อยู่ในสมาคมประชาชาติอาเซียน (ทั้งยากดีมีจน) ก็จะมีพลเมืองรวมกันกว่า 600 ล้านคน ก็ต้องยอมรับนะครับว่าบ้านเราใหญ่ขึ้น หากพิจารณาแบบผิวเผินดูเหมือนว่าจะทำให้เรามีโอกาสเพิ่มมากขึ้น แต่ใน “โอกาส” ก็มี “วิกฤติ” แทรกเป็นยาดำอยู่เสมอหากไม่เตรียมการรับมืออย่างรู้เท่าทันครับ
สำหรับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ทุกท่านที่สนใจ “ใฝ่รู้” และอยาก “รู้เขารู้เรา” เพื่อที่จะ “รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ก็อยากเรียนเชิญทุกท่านไปร่วมรับฟังการบรรยายครั้งสำคัญของผมในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ ในหัวข้อ “HOTAP” ไม่บาน สไตล์ “อกาลิโก” + “ไฮโซ-โลว์คอสต์” ที่สู้กับวิกฤติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องมีตติ้งรูม1 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'HOTAP'ไม่บานเตรียมการรับมือ'AEC' : คอลัมน์ คลีนิคคนรักบ้าน)



