ไลฟ์สไตล์

'โตโยต้า'เรียกซ่อมรถ4รุ่น1.6แสนคัน

'โตโยต้า'เรียกซ่อมรถ4รุ่น1.6แสนคัน

11 ต.ค. 2555

โตโยต้า แจงเรียกรถที่ผลิตในไทยตั้งแต่ปี 2549-2551 รวม 4 รุ่น (คัมรี่ / โคโรล่า อัลติส / วีออส / ยาริส) ยอดรวมกว่า 1.6 แสนคัน มาตรวจสอบและแก้ไข เหตุระบบสวิตซ์กระจกไฟฟ้าฝั่งคนขับขัดข้อง เพื่อรับรองมาตรฐานสินค้า

          11 ต.ค. 55  นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ชี้แจงถึงกรณีการเรียกรถยนต์ คัมรี / โคโรลล่า อัลติส / วีออส / ยาริส ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อนำกลับมาตรวจสอบสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับในรถรุ่นดังกล่าว เพื่อแสดงถึงความเอาใจใส่และความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ 

          "จากกรณีการเรียกรถดังกล่าวกลับมาทำการตรวจสอบและแก้ไขนั้น เกิดจากการที่เราได้รับแจ้งจากลูกค้าบางรายว่า สวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับในรถยนต์รุ่นดังกล่าว บางครั้งเกิดความรู้สึกติดขัดในระหว่างการใช้งาน บริษัทฯ จึงได้ทำการตรวจสอบรถยนต์และพบว่ามีอาการฝืดตัวของสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับในบางครั้งตามที่ลูกค้าแจ้ง สาเหตุเกิดจากการที่สารหล่อลื่นพิเศษที่อยู่ภายในสวิตซ์หลักที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าของรถยนต์คันที่พบอาการฝืดตัวนั้น มีปริมาณน้อยเกินไป"

 

          จากการตรวจสอบครั้งนี้ พบว่ารถยนต์โตโยต้าที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย และเข้าข่ายต้องเข้ารับการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวนั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 160,907 คัน ได้แก่ 

 

          1. คัมรี รุ่น 2.0 L จำนวน 830 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ มีนาคม 2549 - ธันวาคม 2551

 

          2. โคโรลล่า อัลติส จำนวน 33,048 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ กันยายน 2550 - ธันวาคม 2551 

 

          3. วีออส จำนวน 87,753 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ ตุลาคม 2549 - ธันวาคม 2551

 

          4. ยาริส จำนวน 39,276 คัน ที่ผลิตตั้งแต่ กุมภาพันธ์ 2549 - ธันวาคม 2551

 

          "กรณีนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในด้านคุณภาพของรถยนต์โตโยต้า บริษัทฯ จะดำเนินการออกจดหมายเรียนเชิญไปยังลูกค้า เพื่อให้นำรถกลับเข้ามาตรวจสอบและแก้ไขโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป ซึ่งการเรียกรถกลับเพื่อมาตรวจสอบในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์อันเป็นมาตรฐานของบริษัทโตโยต้าในการเอาใจใส่ และรับผิดชอบต่อลูกค้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการใช้รถยนต์"