ไลฟ์สไตล์

'รัฐสภา'ผุดร้านขายอาหารสุขภาพ

'รัฐสภา'ผุดร้านขายอาหารสุขภาพ

11 ต.ค. 2555

รัฐสภาเตรียมผุดร้านอาหารสุขภาพต้นแบบบริการ สส.-สว. ด้าน สสส.เผยผลวิจัยพบคนไทยเผชิญปัญหาโรคอ้วนติดอันดับ 5 ของเอเชียแปซิฟิก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 55 นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล นายกสโมสรรัฐสภา ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตัวแทนกรุงเทพมหานคร สมาคมภัตตาคารอาหารไทย และเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวโครงการ "ร้านอาหารรัฐสภาต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ" เพื่อรณรงค์และส่งเสริมการให้ ส.ส. ส.ว.และข้าราชการรัฐสภา ได้มีความรู้ด้านโภชนาการอย่างเหมาะสม และถูกหลักโภชนาการ พร้อมทั้งสร้างค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ 

          นายนิคม กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรในประเทศประสบปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรคอ้วนลงพุง ที่ส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข และคุณภาพของประชาชนในประเทศ ดังนั้น จึงได้มีนโยบายส่งเสริมให้เหล่าสมาชิกวุฒิสภา ตลอดจนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคลากรในรัฐสภา ได้รับความรู้ที่ถูกต้อง เป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพตนเอง โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารและออกกำลังกายอย่างถูกวิธี เหมาะสม และต่อเนื่อง โดยได้มีการดำเนินโครงการ "ร้านอาหารรัฐสภาต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพ" เพื่อรณรงค์ และส่งเสริมให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่ผู้ที่เข้ามารับประทานอาหาร และเพิ่มทางเลือกในการบริโภคอาหารสุขภาพ สะอาด ปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและโรคทางเดินอาหาร โดยใช้ร้านอาหารของรัฐสภาเป็นต้นแบบการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการ ทั้งด้านอาหารปลอดภัย โรงครัวมาตรฐานกรมอนามัย โรงอาหารมาตรฐาน ร้านอาหารสะอาดรสชาติอร่อย เมนูชูสุขภาพ

          ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการ สสส.กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า 3 ใน 10 ของผู้ชายไทย และ 4 ใน 10 ของผู้หญิงไทย อยู่ในเกณฑ์อ้วน ซึ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 10 ส่งผลให้คนไทยอายุ 15 ปี ขึ้นไปเป็นโรคอ้วน ติดอันดับ 5 ของเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และรณรงค์เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการเลือกบริโภคอย่างถูกวิธี โดยคำนึงถึงระบบห่วงโซ่อาหาร เน้นส่งเสริมวัตถุดิบที่มาจากการผลิตและการเพาะปลูกที่ปลอดภัยสนับสนุนเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อให้ได้อาหารที่ดีทั้งต่อสุขภาพของผู้เพาะปลูกไปจนถึงสุขภาพของผู้บริโภค

          "ร้านอาหารต้นแบบที่สโมสรรัฐสภา จะถูกปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการได้รับความรู้ด้านการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ โดยมีป้ายแสดงค่าพลังงานที่ได้รับจากการบริโภคอาหารแต่ละชนิด เปรียบเทียบกับการออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกกิน และวิธีออกกำลังกาย นอกจากนี้ จะมีการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบอาหาร ให้ทราบถึงเมนูที่ถูกหลักโภชนาการ และการจัดสภาพแวดล้อมให้เกิดการบริโภคอาหารปลอดภัยด้วย"

          ด้านนพ.สามารถ ตันอริยกุล รักษาการผอ.สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ "มหานครแห่งสุขภาพ" ปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ทางโภชนาการ ภายใต้หลัก 3 อ. ได้แก่ 1. อาหาร ที่มีประโยชน์ในปริมาณเพียงพอและเหมาะสมกับร่างกาย วัย 2. ออกกำลังกาย ที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอเสริมสร้างร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกัน และ 3. อารมณ์ ที่เน้นทำกิจกรรมสร้างความสุข สดชื่น แจ่มใส ให้จิตใจเข้มแข็ง มีสติและมีสมาธิ ซึ่งจะสร้างสุขภาพกาย ใจ และห่างไกลโรคได้ ส่วน ร้านอาหารส่งเสริมสุขภาพ ในเขตพื้นที่นำร่องของกรุงเทพฯ 4 เขต ได้แก่ เขตบางรัก เขตราชเทวี เขตภาษีเจริญ และเขตหนองแขม ก่อนขยายไปพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ