
หมอนวดไทย หนีเสือปะจระเข้
ตำรวจแขกบุกมาพบท่านกงสุลไทยที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 โดยมิได้มีการนัดหมาย พร้อมกับนำตัวหญิงไทย 2 คนมาด้วย สอบถามได้ความว่า ตำรวจไปจับหญิงไทยทั้ง 2 คน มาจากร้านนวดแห่งหนึ่งและต้องการสอบปากคำแต่สื่อสารกัน
ได้ความว่าหญิงไทยทั้ง 2 คนมีอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทย เดิมได้เดินทางไปทำงานอยู่เกาะมัลดีฟส์ แต่ทำอยู่ได้ไม่นานเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองขึ้นที่นั่น นายจ้างเกรงว่าหญิงไทยทั้ง 2 คน จะไม่ปลอดภัยหวังดีแนะนำหมดนวดไทยทั้งสองไปทำงานที่ร้านนวดในกรุงโคลัมโบที่รู้จักกัน
พอมาถึงกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา นายจ้างคนใหม่ก็มารับที่สนามบินและพาไปที่ร้าน จนวันหนึ่งมีชายสองคนมาใช้บริการในเวลาไล่เลี่ยกัน คนหนึ่งเข้าไปในห้องแล้วก็ดึงเสื้อผ้าของหมอนวดไทยคนหนึ่งจนล่อนจ้อน ระหว่างกำลังตะลึงอยู่นั้นเอง ลูกค้าก็เดินไปเปิดประตูห้องและมีคนเข้ามาถ่ายรูปของเธอตอนกำลังเปลือยไว้ด้วย ในเวลาเดียวกันนั้นเองอีกห้องหนึ่ง หมอนวดไทยอีกรายหนึ่งกำลังบริการลูกค้าอยู่ประมาณ 15 นาที ลูกค้าก็เสนอเงินเพื่อขอใช้บริการทางเพศ แต่หมอนวดไทยปฏิเสธ หลังจากนั้นมีตำรวจประมาณ 10 นายบุกเข้าไปในห้องพร้อมอาวุธปืนและทำการจับกุม
เรื่องนี้มีสิ่งผิดสังเกต ตำรวจตั้งคำถามกับหญิงไทยทั้ง 2 คนว่าต้องการจะเรียกร้องอะไรจากนายจ้างหรือไม่ ท่านกงสุลก็เริ่มพอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ถามเจ้าของร้านบอกว่า ร้านของตนตั้งอยู่ตรงข้ามกับบ้านพักของนายตำรวจใหญ่ ซึ่งอาจมีเรื่องที่ไม่พอใจจึงหาทางกลั่นแกล้ง ทั้งๆ ที่ทางร้านก็เปิดดำเนินการโดยถูกกฎหมายมีใบอนุญาตถูกต้อง ที่แท้เป็นเรื่องของแขกกลั่นแกล้งกันเอง โดยใช้หมอนวดไทยเป็นเครื่องมือ ก็เลยต้องหาทางช่วยคนไทยโดยขั้นแรกได้ขอให้ทนายความช่วยนำหนังสือเดินทางของทั้งสองไปขอต่อวีซ่าเพื่อให้อยู่ในศรีลังกาได้อย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องคดีความนั้นทั้งสองต้องขึ้นศาลอีกหลายครั้ง
อีกหนึ่งชะตากรรมของหมอนวดไทยในต่างแดน โชคยังดีที่เจอนายจ้างดีทั้งสองครั้ง แต่แล้วก็ต้องแพ้ภัยที่ตัวเองไม่ได้ก่อขึ้น หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ นี่ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าศาลท่านจะเอายังไง สถานทูตกำลังติดตามดูแลอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ยังไงก็ไม่ให้คนไทยต้องเดือดร้อนโชคร้ายไปมากกว่านี้
ที่มา : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ



