ไลฟ์สไตล์

'พนิตา'1ปีส่งท้ายเพื่อรับความเป็นธรรม

'พนิตา'1ปีส่งท้ายเพื่อรับความเป็นธรรม

08 ต.ค. 2555

'พนิตา กำภู ณ อยุธยา' 1 ปีส่งท้าย เพื่อรับความเป็นธรรม : เรื่อง...สุพินดา ณ มหาไชย / ภาพ...กลุ่มประชาสัมพันธ์ สป.ศธ.

          พนิตา กำภู อยุธยา ปลัดคนใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดใจว่า ตั้งแต่โดนมรสุมชีวิตกระหน่ำจนกระเด็นไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เธอก็เดินเกมขอคืนความเป็นธรรมมาตลอด 4 เดือน 20 วัน หวังอย่างเดียวให้ 1 ปีสุดท้ายของชีวิตราชการ ได้กลับไปเป็นปลัดกระทรวงอีกครั้ง และในที่สุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็คืนความเป็นธรรมด้วยตำแหน่ง "ปลัด ศธ." ท่ามกลางความรู้สึก "เหลือเชื่อ" พนิตา บอกว่า บ้านใหม่นี้มันใหญ่มาก เมื่อเทียบกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งเป็นบ้านเก่าของเธอ 

 

          พนิตา บอกว่า ช่วงที่โดนมรสุมชีวิตนั้น เธอพยายามคิดในแง่บวกเพื่อให้ไม่เครียดกับวิบากกรรมที่เกิดกับตัวเอง แต่ก็ เดินเกม ทุกอย่างตามช่องทางที่กฎหมายเปิดให้ เพื่อให้เรื่องจบภายในกำหนด เพราะถ้าเรื่องไม่จบ การสอบวินัยยืดเยื้อจนเลยเดือนตุลาคม ตัวเองที่เหลืออายุราชการแค่ปีเดียว คงไม่มีโอกาสได้รับคืนความเป็นธรรมด้วยการกลับไปเป็นปลัดกระทรวงตามความตั้งใจ 

          “คุยกับน้องชาย (ประวัฒน์ อุตตะโมต ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย) ว่าเราต้องจับมือทำให้เรื่องมันดังก่อน ถ้าเรายอมรับสภาพอย่างเงียบๆ ผู้ใหญ่ในพรรคก็จะไม่หันมาฟัง ถ้าเราทำให้มันดัง เขาถึงจะยอมรับว่า นี่เป็นปัญหาที่พรรคต้องเข้ามาช่วยแก้ไข แต่ก็ทำอะไรรุนแรงมากไม่ได้ เพราะจะกระทบน้องชาย ยังบอกน้องชายไปว่า ไม่อยากจะเผาบ้านเธอหรอกนะ ถ้าเป็นคนละพรรคพี่ก็อัดแรงเลย ก็เลยจำต้องโอนอ่อนบ้าง แต่จำเป็นต้องจับมือกันแรงไว้ก่อน เมื่อผ่านขั้นตอนของการต่อสู้แล้ว จากนั้นเราก็เข้าสู่ขั้นตอนของการสงบเงียบ หรือ อหิงสา อดทนรอฟังผลการสอบ และรอดูว่า จะมีการคืนความเป็นธรรมให้เรามั้ย ระหว่างรอก็พยายามติดต่อประสานทั้งกรรมการสอบวินัย ทั้ง พม.ให้ส่งหลักฐาน เอกสารต่างๆ ให้กรรมการสอบโดยเร็ว เพราะเมื่อมีหลักฐานครบถ้วนแล้ว กรรมการสอบจะได้พิจารณาได้โดยเร็ว ในที่สุดเมื่อผลการสอบสวนเสร็จสิ้นลง และมีจังหวะ นายกรัฐมนตรีก็คืนความเป็นธรรมให้" 

          เมื่อนายกฯ รับปากจะคืนความเป็นธรรมให้นั้น พนิตา ได้เปิดทางให้นายกฯและเปิดทางให้ตัวเองด้วยการไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ตั้งเงื่อนไขว่า ต้องกลับไปนั่งตำแหน่งปลัด พม.เหมือนเดิม เพราะถ้ากลับไปทำงานที่เดิม อาจเกิดความอึดอัด แม้แต่ สันติ พร้อมพัฒน์ รมว.พัฒนาสังคมฯ เองก็อาจทำงานกับตัวเองไม่สะดวก สุดท้ายการทำงานก็จะไม่ราบรื่น ผลเสียตกกับประชาชน ขณะเดียวกัน ก็ยังมีกระทรวงทางด้านสังคมหลายกระทรวงที่ตนเองน่าจะไปทำงานได้ 

          ตลอดเวลาที่รอการกลับคืนสู่ตำแหน่ง พนิตา บอกว่า ชื่อของตัวเองอยู่ในโผปลัดของหลายกระทรวงทั้งกระทรวงแรงงาน วัฒนธรรม หรือกระทรวงไอซีที "พอข่าวออกไปว่า ต้องไปเป็นปลัดกระทรวงไอซีที ยังคิดว่า จะใช้เวลาที่เหลืออีก 2 เดือนไปลงเรียนคอมพิวเตอร์ก่อน แต่พอมีการแต่งตั้งปลัดไอซีทีก็สบายใจว่า ไม่ต้องไปทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ส่วนตำแหน่งปลัด ศธ.นั้น รู้ล่วงหน้าก่อน 1 เดือน ตอนที่ทราบข่าว ยังรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะกระทรวงศึกษาธิการนั้น ใหญ่มาก แม้ว่าจะแบ่งแยกเป็นองค์กรหลักต่างๆ แล้ว แต่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีงบประมาณกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท มากกว่างบประมาณของกระทรวง พม.ถึงเกือบ 5 เท่า มีข้าราชการ ครูอยู่ภายในการดูแลกว่า 5 แสนคน มากกว่า พม.เป็นร้อยเท่า ถึงจะแปลกใจ แต่ก็ยินดีกับตำแหน่งนี้ เพราะโดยส่วนตัว ก็เป็นคนที่ชอบทำงานท้าทายอยู่แล้ว" 

          แม้ยินดีกับตำแหน่งใหม่ แต่ พนิตา บอกว่า มีความกดดันเช่นเดียวกัน เพราะสื่อบางฉบับอาจเขียนเชียร์ แต่ฉบับอื่นๆ หรือแม้แต่ในฉบับที่เขียนชม ก็ยังมีอีกส่วนที่เขียน เหน็บแนม ว่า ใช้คนผิดงาน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่า แม้จะไม่ได้เป็นครูในระบบโรงเรียนมาก่อน แต่เธอก็เคยมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่ครู “อยู่ พม.ก็ทำงานพัฒนาชุมชน ต้องลงไปสอนชาวบ้านในทุกเรื่อง เช่น เรื่องการรวมกลุ่ม การมีส่วนร่วม การจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การพัฒนาอาชีพ แม้กระทั่งสอนชาวบ้านตัดเย็บเสื้อผ้าก็เคยสอนเองมาแล้ว พอเติบโตเป็นผู้บริหาร ก็ยังคอยสอนลูกน้อง เติมเต็มให้เขาทำงานเป็น ถ้าสอนเองไม่ได้ ก็จะจัดหาคนอื่นมาสอนให้ ขณะเดียวกัน ตลอด 1 เดือนก่อนมารับตำแหน่งนั้น ก็พยายามคิดว่า จะใช้ประสบการณ์อะไรบ้างมาช่วยในการทำงาน" 

          พนิตา บอกว่า นายกฯ ได้ฝากใบสั่งมาให้เธอทำงานใน 3 เรื่อง ประเด็นแรก ฝากเรื่องการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่สำคัญ ถัดมาให้ช่วยต่อยอดยกระดับการผลิตสินค้าโอท็อป และสุดท้ายขอให้ช่วยเรื่องกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อย่างไรก็ตาม งานที่ตนสนใจทำมากที่สุด คือ การพัฒนาครู เพราะเชื่อว่า การแก้ปัญหาที่ต้นทางนี้โดยการสร้างครูที่มีคุณภาพ จะนำไปสู่การสร้างเด็กไทยให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ให้เด็กไทยคิดเป็น เพราะจากประสบการณ์ในการทำงานนั้น เธอสังเกตว่าเด็กไทยคิดไม่ค่อยเป็นทำไม่ค่อยเป็น แม้แต่บัณฑิตที่จบปริญญาตรีมา เมื่อรับเข้ามาทำงานก็ยังทำงานไม่เป็น ต้องเติมเต็มให้อีกหลายเรื่อง

          แม้เคยมีประสบการณ์ ไม่สวยงาม ในการทำงานร่วมกับ รัฐมนตรี มาก่อน แต่เธอมั่นใจว่า จะสามารถทำงานกับ สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ได้ “พี่เป็นคนที่ทำงานกับทุกคนได้ แต่สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นที่ พม.นั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็ยังจะทำอย่างเดิม เพราะเรื่องที่ รมต.สั่งให้ทำนั้น มันผิดระเบียบและกฎหมาย จึงทำให้ไม่ได้ แต่สิ่งที่ขัดกันนั้น ก็ไม่ได้โกรธเคืองท่าน และไม่ได้คิดว่า ท่านจะโกรธเคืองพี่เช่นกัน เพียงแต่สิ่งที่ท่านสั่งให้ทำนั้น พี่ทำให้ท่านไม่ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับ รมว.ศึกษาธิการ จากที่เคยได้คุยกับท่าน ไม่คิดว่า ท่านจะสั่งให้พี่ทำในสิ่งที่ผิดระเบียบหรือกฎหมาย เพราะฉะนั้น คิดว่า น่าจะทำงานด้วยกันได้ ยืนยันให้ คนใน ศธ.สบายใจว่า หลักการในการทำงานของตัวเองนั้น จะทำทุกอย่างตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนดให้"

 

 

---------------------

('พนิตา กำภู ณ อยุธยา' 1 ปีส่งท้าย เพื่อรับความเป็นธรรม : เรื่อง...สุพินดา ณ มหาไชย / ภาพ...กลุ่มประชาสัมพันธ์ สป.ศธ.)