
รถไฟฟ้าจะมาแน่หรือ?
รถไฟฟ้าจะมาแน่หรือ? : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์
ตลอดศตวรรษที่ผ่านมาโลกของรถยนต์ขึ้นอยู่กับสหรัฐอเมริกากับยุโรป เอเชียหรือญี่ปุ่นมีส่วนเข้าไปกินส่วนแบ่งก็ล่วงเอาปลายศตวรรษแล้ว มาวันนี้ศตวรรษที่ 21 มีผู้กล่าวว่า จีนจะเป็นผู้นำโลกของยานยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ถ้ามองกันแต่เพียงผิวเผินอาจจะดูว่าจีนคุยใหญ่คำโต เพราะเทคโนโลยีเรื่องรถยนต์ไฟฟ้าญี่ปุ่น อเมริกา แม้แต่ยุโรปก้าวล้ำหน้าไปกว่าจีน แต่ถ้ามองไปที่องค์ประกอบหลักๆ เราอาจจะพูดว่าเทคโนโลยีนั้นตามทัน(ก๊อบปี้)กันได้ไม่ยากนัก แต่ที่จีนเหนือกว่าเพราะจีนมีสิ่งที่ญี่ปุ่นไม่มี
จีนมีสิ่งที่ยุโรปไม่มีและสิ่งที่จีนมี มากกว่าที่อเมริกามีคือ วัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตรถไฟฟ้าอย่างหนึ่งคือ แร่ลิเธียม อีกอย่างหนึ่งคือออกไซด์ของเหล็ก แน่นอนลิเธียมใช้ผลิตแบตเตอรี่ เฟอรัสออกไซด์เป็นส่วนประกอบของมอเตอร์ไฟฟ้า
โชคร้ายที่ญี่ปุ่นและยุโรปไม่มีธาตุทั้งสองตัวนี้ อเมริกามีบ้างแต่ไม่มากพอและส่วนใหญ่กระจายกันอยู่หลายประเทศในอเมริกาใต้เช่น โบลิเวีย ชิลี อาร์เจนตินา ประเทศเหล่านี้แม้จะดูเหมือนว่าเป็นเขตอิทธิพลของอเมริกา แต่ก็เป็นไม้เบื่อกับอเมริกา ในโลกของรถยนต์ไฟฟ้า ณ วันนี้ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีจากค่ายนิสสันหรือ นิสสันรุ่นลีฟ เป็นที่ยอมรับว่าเหนือกว่าค่ายอื่นๆ แต่โชคร้ายที่ญี่ปุ่นไม่มีลิเธียมและเฟอรัสออกไซด์ ใกล้บ้านที่สุดคือจีน แต่สิ่งที่โชคร้ายที่สุดก็คือจีนมีคำสั่งห้ามส่งออกทั้งลิเธียมและออกไซด์ของเหล็ก นอกจากจะแปรรูปแล้วเท่านั้น
หมายความว่าถ้าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้านอกจีนต้องการใช้ลิเธียมเป็นแบตเตอรี่ก็ต้องซื้อแบตเตอรี่สำเร็จรูปจากจีนต้องการใช้ออกไซด์ของเหล็กเป็นส่วนประกอบหลักของมอเตอร์ไฟฟ้าก็ต้องซื้อมอเตอร์สำเร็จจากจีน ยกเว้นแต่ว่าจะไปหาทางขุดเอามาจากอเมริกาใต้ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของอเมริกา
BYD เป็นบริษัทรถของจีนที่ไม่เกิดขึ้นจากสายการผลิตรถยนต์ แต่เป็นบริษัทเล็กๆ ที่ผลิตแบตเตอรี่จากลิเธียมเพื่อใช้เป็นพลังงานให้แก่เครื่องใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้า BYD เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการผลิตแบตเตอรี่ทุกชนิดจากลิเธียมที่มีรัฐบาลจีนปกป้องอุ้มชูอย่างแข็งแกร่ง และวันนี้ถนนทุกสายของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจึงมุ่งเข้าจีน มุ่งเข้าหา BYD เพื่อให้ได้มาซึ่งลิเธียมและออกไซด์ของเหล็ก แน่นอนว่าไม่ง่ายไม่ว่าจะเป็นนิสสัน, เทสลา หรือแม้แต่กูเกิลหรือวอร์เรน บัฟเฟต ต้องก้มหัวคู้ไหล่ย่อกายเข้าหาBYD ตราบใดที่รถยนต์ไฟฟ้าต้องการแบตเตอรี่ที่ผลิตจากลิเธียม โอกาสที่ค่ายผลิตอื่นจะผลิตออกมาสู้กับBYDนั้นดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยข้อจำกัดนี้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงานจึงได้ออกความเห็นไว้ใน www.captitalandenergy.com ว่ารถไฟฟ้าตายไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าคือทางออกของมนุษยชาติที่จะปกป้องโลกจากมลพิษและจากการร่อยหรอของน้ำมันเชื้อเพลิงจากปิโตรเลียมในยุโรป จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เกลือ(Na-Ion Battery) โดยไม่ต้องพึ่งพาลิเธียม (Li-Ion Battery) แม้วันนี้จะยังไม่ประสบความสำเร็จเหมือนแบตเตอรี่จากลิเธียม แต่ก็อยู่ในขั้นตอนที่ใช้งานได้ อุปสรรคสำคัญของแบตเตอรี่จากเกลือก็คือขั้วบวก(Anode)ของแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นการผลิตที่ยุ่งยากและต้นทุนสูง ในญี่ปุ่นเรียนรู้ถึงปัญหานี้ดี ดร.ชินอิจิ โกมาบะ จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โตเกียว จึงใช้น้ำตาลมาพัฒนาเป็นขั้วบวกของแบตเตอรี่แบบโซเดียม(Sodium-Ion)]
และดูเหมือนว่าน้ำตาลทรายกับเกลือจะไปกันได้ดีกับแบตเตอรี่แบบใช้เกลือ การทดลองประสบความสำเร็จ ในเบื้องต้นการใช้น้ำตาลทรายมาทำเป็นขั้วบวกของแบตเตอรี่เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายผลิตออกมาใช้งานได้จริงราคาของแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าก็จะถูกลงอย่างมากและที่ไหนก็ผลิตได้
วันนี้จึงพูดได้ว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากลิเธียมจึงต้องจำยอมกินน้ำใต้ศอกจาก BYD หรือจากจีนไปพลางๆ รอเวลาจนกว่าจะหาธาตุอย่างอื่นมาแทนลิเธียมได้ รถยนต์ไฟฟ้าแม้วันนี้เทคโนโลยีจะสร้างได้แต่หนทางยังอีกยาวไกลที่จะผลิตเป็นแมสออกขายทั่วโลก
.............................
(รถไฟฟ้าจะมาแน่หรือ ? : คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์)



