ไลฟ์สไตล์

แอบถ่าย...ได้มุมมอง'อู'ศิริพงษ์

แอบถ่าย...ได้มุมมอง'อู'ศิริพงษ์

06 ต.ค. 2555

แอบถ่าย...ได้มุมมอง 'อู' ศิริพงษ์ เผอิญโชค : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง : ภาพ /ธนาชัย ประมาณพาณิชย์

             "ผมว่าเรื่องศิลปะแล้วแต่มุมมอง ผมอยากถ่ายเก็บเอาไว้ นานๆ ทีก็มาดูที เหมือนกับเป็นความรู้สึกในเวลานั้นๆ..."

              อย่างที่ใครๆ พูดกัน "กรุงโรม ไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว" และถึงจะเสร็จแล้วก็ใช่ว่าจะย่ำอยู่กับที่ ฉันใดก็ฉันนั้นความสามารถของคนเรา จะให้ดีเด่นจนประสบความสำเร็จล้วนเกิดจากการเรียนรู้มากกว่าหนึ่งหรือสองครั้ง อย่างที่หนุ่มหน้าใสวัยกำลังหิววิชาและค้นหาประสบการณ์ "อู" ศิริพงษ์ เผอิญโชค รายนี้มีชีวิตผูกติดกับการเสาะหาสิ่งใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่เสมอ และกิจกรรมท้าทายอย่างการตระเวนถ่ายภาพตามอารมณ์ศิลป์ก็กำลังคุกรุ่นอยู่ในหัวใจของเขา...

              วันดีคืนดีอาจเห็นหนุ่มร่างสูงโปร่ง พร้อมกล้องดิจิทัลตัวเล็กๆ ขนาดพกพา เดินเตร็ดเตร่อยู่ในย่านชุมนม จังหวะเหมาะเจาะ เขาจะหยิบอุปกรณ์ซุ่มถ่ายภาพออกมาลั่นชัตเตอร์อย่างแผ่วเบา และหนึ่งในเป้าหมายนั้นอาจเป็นคุณก็ได้ ใครจะรู้!!

              "ผมชอบถ่ายภาพครับ แต่ถ่ายเล่นๆ นะไม่ได้ไปเทคคอร์สอะไรซีเรียส ชอบถ่ายคนหรือแนวที่เรียกว่า สตรีทโฟโตกราฟฟี่ คือเน้นจับอารมณ์ของคน เพราะถ้าเป็นต้นไม้ หรือวิวผมว่ามันจืดไป เวลาถ่ายคนเห็นเขามีความสุข เศร้า ดีใจ เสียใจ ฯลฯ แล้วลุ้นดี ชอบสังเกตุอารมณ์มากกว่า ส่วนใหญ่จะศึกษาเองจากอินเทอร์เน็ต ผมไม่ใช่คนที่ถ่ายรูปเก่งที่สุด แต่ก็ถ่ายต่อเนื่องมาประมาณ 2 ปีแล้ว กล้องตัวแรกเป็นแคนนอน จี 12 แล้วค่อยมาเล่นไลก้า ตัวเล็กๆ เหมาะมือดี พกพาสะดวกด้วย ตัวนี้ซื้อมาได้ปีกว่าแล้ว เป็นฟิกเลนส์แบบแฮนด์เมค มีเซ็นเซอร์ใหญ่ ผมชอบประวัติของแบรนด์นี้นะ ภาพที่ออกมาสีจัดมาก ที่สำคัญเวลาถ่ายเสียงเบามากเหมาะกับการแอบถ่าย" หนุ่มอู เล่าไลฟ์สไตล์ส่วนตัวอย่างสบายอารมณ์

              กล้าคิดกล้าทำอย่างคนใจเย็นแบบนี้ ไม่ได้เกิดจากความ "บังเอิญ" หรือ "เผอิญ" อาจเพราะเติบโตมาในครอบครัวคนจีนซึ่งสอนให้รักการเรียนรู้.... "อู" เป็นหลานของ ดร.ปราณี เผอิญโชค ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยรุ่งยูเนียนคาร์ จำกัด (มหาชน) เกิดมาพร้อมครอบครัวที่อบอุ่น โดย ชาตรี เผอิญโชค (เสียชีวิตไปแล้ว) คุณพ่อของเขาเป็นลูกชายคนโตของตระกูลรับช่วงธุรกิจหมื่นล้านภายใต้อาณาจักร "ไทยรุ่ง" เคียงข้างคุณแม่ ศิริมนา เผอิญโชค เขาจึงเป็นเจเนอเรชั่นที่ 3 ตามระบบ "กงสี" ที่ตอนนี้ยังไม่ได้ถูกวางตัวในทำเนียบนักบริหารด้วยเหตุยังอ่อนประสบการณ์

              นั่นเองฉุดให้เเจ้าตัวต้องสั่งสมความรู้และประสบการณ์ชีวิต ก่อนสวมบทนักธุรกิจสานต่อกิจการหมื่นล้านในวันข้างหน้า ซึ่งชั่วโมงนี้อาณาจักรไทยรุ่งฯ แตกไลน์ขยายกิ่งก้านสาขามากกว่าบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติไทยรายแรกของประเทศ  

               "ตอนนี้ไทยรุ่งฯ มีอยู่ 26 บริษัทในเครือ มีรถเช่า พร็อพเพอร์ตี้ แล้วก็โรงงาน พ่อผมเสียไปแม่ก็มาดูต่อ แล้วก็มีญาติๆ อีก 16 คน เพราะธุรกิจที่บ้านเป็นกงสี สืบทอดกันแล้วก็ช่วยกันดู มีรีสอร์ทด้วยอีกหลายแห่ง สำหรับผมยังไม่เข้าไปช่วยอย่างจริงจังเท่าไหร่ เพราะยังเรียนอยู่ เลยอยู่ที่คุณแม่ว่าอยากจะให้ดูด้านไหน แต่ผมสนใจด้านพร็อพเพอร์ตี้ ก็ช่วยคุณแม่ด้านการตลาด เวลามีอีเว้นท์ก็ช่วยคิดคอนเซ็ปต์ ผมชอบเรื่องไลฟ์สไตล์อยู่แล้วก็คิดว่าน่าจะไปกันได้

               จริงๆ ผมจบคอร์สด้านการออกแบบมาจาก เดอะคิง สคูล ที่ซิดนี ออสเตรเลีย ก่อนจะมาเสริมความรู้ต่อที่สถาบันออกแบบราฟเฟิล แล้วกำลังจะเข้าจุฬาฯ อยากเรียนนิเทศศาสตร์ ตอนนี้กำลังค้นหาตัวเองอยากเรียนสิ่งที่ชอบ การสานต่อธุรกิจรีสอร์ทหรืออสังหาฯ ของครอบครัวในมุมมองของผมไม่จำเป็นต้องเรียนด้านนั้นโดยตรง แม่ผมหรือญาติๆ บางคนก็ไม่ได้เรียนมาด้านนี้ ผมกะว่าจะไปฝึกงานแล้วเรียนรู้ขึ้นไปเรื่อยๆ แม่ก็ไม่ว่าอะไร แล้วค่อยมาเรียนรู้เอาที่บ้าน" ว่าที่นักบริหารหัวใจศิลป์ กล่าว

               ระหว่างพักเรื่องแผนในอนาคต วันนี้เขามีนัดกับผู้คนมากหน้าหลายตาภายในสวนรถไฟ จตุจักร บ่อยครั้งที่สังเกตเห็นสีหน้าหนุ่มคนนี้มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ยกกล้องคู่กายออกมากดแชะๆ เวลาเดินผ่านคน โดยเจ้าตัวสารภาพว่า ถึงจะชอบถ่ายภาพแต่ก็ยังไม่มีช่างภาพในดวงใจ ออกแนวชอบทุกคนที่ถ่ายแนวสตรีทโฟโต้

              "เวลาถ่ายก็มีเทคนิคนิดหน่อย คล้องคอระดับหน้าท้องแล้วตั้งโฟโต้แมนนวลโฟกัส แล้วกะเอาใช้ความเคยชินด้วย กดรัวด้วยเผื่อพลาด เคยถ่ายใกล้สุดประมาณ 1 ฟุตเขาสะดุ้งเลย ผมก็บอกว่าผมกำลังกำโปรเจ็คอยู่ แล้วยิ้มให้เขา ก็ไม่มีอะไร ก็ขอบคุณเขา เขาคงเข้าใจ (ขำๆ) เพราะเราไม่มีอะไรปิดบัง ถ่ายเสร็จก็เอาไปแต่งแล้วใส่อัลบั้มเก็บไว้ เท่าที่มีและภูมิใจประมาณ 20 รูป ผมเป็นพวกประมาณโปรเฟสชั่นนิส อันนี้ไม่ดี อันนี้ไม่สวย ลบทิ้งๆ ต้องให้เพอร์เฟกท์ที่สุดถึงจะเก็บ บ้านผมเป็นแบบนี้กันหมดเลย (หัวเราะ)" ช่างภาพหน้าใสผู้รักการออกแบบเป็นชีวิตจิตใจ บอก

               และด้วยเหตุที่ไม่ชอบถ่ายภาพใครตรงๆ จึงอย่าได้ถามเชียวว่าคงมีภาพคนที่บ้านเก็บไว้มากมาย เพราะหนุ่มอู เซย์โน!! เน้นเฉพาะถ่ายทอดอารมณ์คนที่เป็นธรรมชาติ เพื่อจะได้ภาพที่ออกมาเป็นธรรมชาติที่สุด

              "ผมอยากโฟกัสคนที่ขี่จักรยานก็จะเปิดหน้ากล้องให้แคบหน่อยเพื่อโฟกัสคน  บางทีก็ได้ผลนะ บางทีก็พลาด นานๆ ที่ให้ช่างภาพที่รู้จักช่วยดูรูปบ้าง ติมาก็ฟัง ส่วนใหญ่จะชมมากกว่า ผมว่าเรื่องศิลปะ แล้วแต่มุมมอง ผมอยากถ่ายเก็บเอาไว้ นานๆ ทีก็มาดูทีเหมือนกับเป็นความรู้สึกในเวลานั้นๆ เวลาเปิดออกมาดูจะรู้ว่าภาพนี้เราถ่ายตอนไหน ถ่ายใคร อารมณ์เขาเป็นยังไง มีความสุขดี" ว่าพลางเล็งไปที่เป้าหมายอย่างแผ่วเบาพร้อมลันชัตเตอร์  

              ช่างภาพมือสมัครเล่นบอกกับเราด้วยว่า กิจกรรมถ่ายภาพตามสไตล์ของเขาที่ดูผิวเผินไม่มีอะไร แท้จริงแล้วเป็นการฝึกเรื่องการออกแบบและตัดสินใจ ตั้งแต่ยกกล้องขึ้นมา ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ไม่อย่างนั้นจะพลาดโอกาสสำคัญไป ซึ่งอาจสามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนและการทำงานได้ และแม้วันหนึ่งที่ต้องทำงานประจำเต็มตัว หากมีเวลาว่างก็ยังอยากถ่ายภาพอยู่ แต่คงไม่ถ่ายสเกลงานที่ใหญ่ขึ้น ยังชอบถ่ายผู้คนเช่นเดิม แล้ววันดีคืนดีถ้ารวบรวมผลงานได้มากพอก็อาจจะจัดแสดงหรือรวมเล่มไว้เป็นที่ระลึกด้วย

              "ไทยรุ่งมาจากภาษาจีน ว่า "ไท้ ฮง" แปลว่า "ไทยรุ่ง" สมัยก่อนรถมีน้อยเวลาต้องการขนคนเยอะๆ ในรถคนเดียวเขาจะชอบใช้รถตู้กัน แต่รถตู้ตอนนั้นมันแพง อากงผมเลยคิดว่าจะเอารถกะบะมาแล้วทำแคบนั่งได้หลายๆ คน ออกแนวรถแวน บ้านผมเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใกล้ชิดกันมาก เจอกันบ่อย พี่น้องรักกัน หลานๆ รวมผมด้วยมีอยู่ 7 คน ทุกคนน่าจะสืบทอดกิจการต่อไป ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดในครอบครัวผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อเดียวของเมืองไทย ที่บ้านเขาก็สั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก มีธรรมนูญของครอบครัวออกมาว่า ทุกคนควรจะมีหลักการคิดอย่างไร ทำตัวยังไง เน้นเรื่องจริยธรรม เป็นคนดีไม่โอ้อวด ใช้ชีวิต ใช้เงินพอเพียง" ชายหนุ่มผู้ไม่รอเผอิญโชคชะตา กล่าวทิ้งท้ายก่อนขอปลีกตัวเงียบๆ ไปแอบถ่ายตามอำเภอใจ...

...........................................
(แอบถ่าย...ได้มุมมอง 'อู' ศิริพงษ์ เผอิญโชค : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง : ภาพ /ธนาชัย ประมาณพาณิชย์)