ไลฟ์สไตล์

เปิดสถาบันสิริกิติ์โชว์9งานศิลป์

เปิดสถาบันสิริกิติ์โชว์9งานศิลป์

05 ต.ค. 2555

เปิดสถาบันสิริกิติ์ โชว์ 9 งานศิลป์ชิ้นเอก

                            "มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ" ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2519 เพื่อช่วยเหลือราษฎรที่ยากไร้ในชนบท โดยการส่งเสริมอาชีพอื่น เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ตามแนวพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยในปี พ.ศ. 2521 ทรงพระราชทานพื้นที่ส่วนหนึ่งภายในวังสวนจิตรลดาข้างๆ กองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดตั้งแต่ "โรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา" ซึ่งเริ่มจากเพียงเต้นท์เล็กๆ ก่อนจะสร้างเป็นอาคารถาวรในปี พ.ศ. 2523 จวบจนกระทั่งในปี 2553 รัฐบาลได้ประกาศยกสถานะให้เป็น "สถาบันสิริกิติ์" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555

                            ท่านผู้หญิงสุภรณ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพะบรมราชินีนาถ กล่าวถึง "สถาบันสิริกิติ์" หรือ "โรงฝึกศิลปาชีพ สวนจิตรลดา" ว่า สถาบันสิริกิติ์เป็นแหล่งสร้างช่างฝีมือ เป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมศิลปาชีพแก่นักเรียนศิลปาชีพที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับจากครอบครัวชาวนา ชาวไร่ ผู้ยากจน และผลิตผลงานที่มีความงดงาม ขณะเดียวกันทรงรับสั่งว่า ให้ที่นี่เป็นรวบรวมผลงานศิลปะชิ้นเอกจากลูกหลานชาวไร่ชาวนาที่ได้มาเรียนรู้ทักษะ รู้จักสร้างสรรค์ อนุรักษ์และพัฒนาศิลปะของไทย จนสามารถนำมาประกอบอาชีพเลี้ยงตัวได้ ขณะเดียวกันก็สามารถรังสรรค์ผลงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ดังนั้น สถาบันสิริกิติ์จะไม่จำหน่ายผลงานต่างๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมา ทว่าจะเก็บเข้าสู่พิพิธภัณฑ์อนันตสมาคม เป็นสมบัติของประเทศชาติ เพื่อให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้เรียนรู้

                            และในโอกาสเฉลิมฉลองวาระมหามงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในปี 2554 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปี 2555 และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ ในปี 2555 สถาบันสิริกิติ์ จึงได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกจำนวน 9 ชิ้น เพื่อเตรียมจัดแสดงนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี "ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 6" ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในวันที่ 1 ธันวาคมที่จะถึงนี้ ดังนั้นในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ท่านผู้หญิงสุภรภ์เพ็ญ จึงถือโอกาสเปิดสถาบันเป็นครั้งแรกเพื่อพาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมเบื้องหลังการสร้างสรรค์ชิ้นงานอันทรงคุณค่าอันเกิดจากฝีมืองานช่าง เจ้าหน้าที่ และนักเรียนในสถาบันทั้งหมด 23 แผนก จำนวนกว่า 700 คน อาทิ แผนกเครื่องเงินเครื่องทอง แผนกถมทอง แผนกแกะไม้ แผนกลงยาสี แผนกปีแมลงทับ แผนกปัก แผนกย่านลิเภา ฯลฯ

                            "สำหรับผลงานชิ้นเอกทั้ง 9 ชิ้นได้แก่ "ฉากไม้แกะสลัก" เรื่อง สังข์ทอง และ ป่าหิมพานต์ มีความพิเศษของงานชิ้นนี้อยู่ตรงที่การแกะสลักเนื้อไม้ให้โปร่งตามเนื้อหาของวรรณคดีด้านละเรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาฝีมือช่างแกะไม้ขึ้นอีกระดับหนึ่ง ขณะที่ "ฉากผ้าปักไหมน้อย" เรื่อง อิเหนา 18 ตอน บนผ้ายาว 9 เมตร กว้าง 4 เมตร ซึ่งต้องใช้ฝีมือช่างงานปักกว่า 100 คน โดยใช้เวลานานถึง 4 ปี เช่นเดียวกับ "ฉากถมทอง" เรื่องรามเกียรติ์ ประกอบด้วย 3 ฉาก ได้แก่ ตอนทศกัณฐ์ชมสวนเกี้ยวนางสีดา ตอนพระรามตามกวาง และตอนพระลบพระบุตร โดยจุดเด่นของงานถมทองต้องอาศัยฝีมือช่างไม่ต่ำกว่า 5 แผนก อาทิ ช่างสลักดุน ช่างเขียนลายกัดกรด ช่างลงถม ฯลฯ " หัวหน้าคณะทำงานเล่าให้ฟังถึงขั้นตอนการทำงานในระหว่างที่พาชม

                            นอกจากนี้ ท่านผู้หญิงสุภรณ์เพ็ญ กล่าวว่ายังมี เรือพระที่นั่งจำลอง "ศรีประภัศรไชย" และ "มงคลสุบรรณ" ซึ่งกว่าจะสำเร็จเป็นผลงานที่สวยงามได้ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างช่างแผนกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนกเครื่องเงินเครื่องทอง แผนกคร่ำเงินคร่ำทอง แผนกแกะไม้ เช่นเดียวกับชิ้นงานไม้แกะสลัก "บุษบกสามยอด" ที่ครั้งนี้แต่ละยอดได้อัญเชิญตราลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รวมถึง "พระที่นั่งกงคร่ำทอง" , "กลอน ศิลป์แผ่นดิน คร่ำทอง" และ ห้องปีกแมลงทับ ล้วนเป็นงานแฮนด์เมดทั้งสิ้น

                            สามารถร่วมชื่นชมผลงานอันวิจิตรบรรจงของลูกหลานชาวไร่ชาวนาผู้สืบทอดศิลปะช่างฝีมือได้ในนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี "ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 6" ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป