
วช.ผนึก3สถาบันฟื้นกล้วยไม้ส่งออก
วช.ผนึก 3 สถาบัน ฟื้นกล้วยไม้ส่งออก ใช้ 'ไบโอรีแอ็กเตอร์' ขยายกล้าพันธุ์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ
การผลิตและการส่งมอบต้นอ่อนกล้วยไม้สกุลหวายให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปลายปี 2554 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3.2 แสนต้น โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)ร่วมกับสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) มหาวิทยาลัยแม่โจ้(มจ.) และมหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) นับเป็นอีกก้าวในการต่อยอดสู่แผนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลก หรือโครงการกล้วยไม้หมื่นล้านของรัฐบาลอีกครั้ง
"ขณะนี้ทางวช.ได้เห็นความสำคัญว่าเรามียุทธศาสตร์กล้วยไม้หมื่นล้าน แต่น้ำท่วมปีที่แล้วทำให้เราต้องถอยหลัง โครงการนี้เสมือนเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องผลักดันและพยายามเดินหน้าต่อไป ซึ่งตลาดโลกได้มองประเทศไทยประเด็นแรก จะต้องพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการส่งออกกล้วยไม้ โดยเฉพาะพันธุ์ตัดดอกเมืองร้อน จำพวกตระกูลหวาย เราจะต้องเป็นอันดับ 1 ประเด็นต่อมาประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ต่างๆ ในเรื่องกล้วยไม้ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนในอีก 3 ปีที่จะเกิดเออีซี เราจะต้องเป็นผู้นำตรงนี้"
อรสา ดิสถาพร ผู้เชี่ยวชาญด้านส่งเสริมและจัดการการผลิตพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับและพืชสมุนไพร กรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวในระหว่างการแถลงข่าว "การผลิตและการส่งมอบต้นอ่อนกล้วยไม้สกุลหวายให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2554" โดยระบุว่าแผนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ในตลาดโลกปี 2554-2559 นั้นประเทศไทยเราตั้งเป้าไว้ว่าจะส่งออกกล้วยไม้ให้ได้หมื่นล้านต้นต่อปี โดยการดำเนินการประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.เพิ่มศักยภาพการส่งออกและการตลาด โดยพยายามผลักดันการส่งออกกล้วยไม้ให้มีปริมาณและมูลค่าให้มากขึ้น ตลาดเก่าก็รักษาไว้ ตลอดใหม่ก็แสวงหาเพิ่ม ภายใต้การบริหารจัดการของคณะกรรมการกล้วยไม้แห่งชาติ หรือบอร์ดกล้วยไม้
2.การผลิตกล้วยไม้ที่มีคุณภาพ โดยสำนักงานมาตรฐานการเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.)ได้สร้างมาตรฐานกล้วยไม้ขึ้นมาใหม่ ส่วนในแง่การส่งเสริม กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรสร้างสวนจีเอพี(GAP) เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต 3.เน้นการสร้างองค์กรเกษตรกรที่เข้มแข็ง เช่นวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์กล้วยไม้ไทย สมาคมผู้ส่งออกกล้วยไม้ไทย สมาคมผู้ปลูกกล้วยไม้ เป็นต้น 4.การแสวงหานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลิตสินค้าให้มีความแตกต่าง และ 5.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากกล้วยไม้
"อย่างเช่นขณะนี้เรามีการจัดโชว์อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เต็มไปด้วยกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ ก็เกิดจากผลงานของบอร์ดกล้วยไม้นี่แหละ ถ้าเราจะเป็นผู้ส่งออกกล้วยไม้รายใหญ่ ประตูที่รับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกก็คือสนามบิน ตอนนี้ก็เกิดแล้ว ที่สวนลุมพินีเรามีออคิดพาร์ค สิ่งต่างๆ เหล่านี้รัฐบาลได้พยายามผลักดันตลอดเวลาเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้"
ขณะที่ ผศ.พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ยอมรับว่า การผลิตกล้ากล้วยไม้ 1 ล้านต้น ภายใน 1 ปีเพื่อส่งมอบให้แก่เกษตรกรชาวสวนกล้วยไม้ที่ประสบอุทกภัย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อพิจารณาถึงองค์ความรู้ ศักยภาพของนักวิจัย ตลอดจนการผนึกร่วมกันของสถาบันการศึกษาแล้วเชื่อว่าคงจะดำเนินการเสร็จสิ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน
"โดยเฉพาะการขยายพันธุ์โดยไบโอรีแอ็กเตอร์ของอาจารย์นพมณี (รศ.ดร.นพมณี โทปุญญานนท์) ได้ศึกษาวิจัยโดยทุนสนับสนุนจากวช. ข้อดีของระบบนี้ก็คือ ผลิตได้ในปริมาณมาก ช่วยย่นระยะเวลา ใช้แรงงานน้อยจาก 20 คนเหลือแค่ 4 คนเท่านั้นเอง ที่จริงมีองค์ความรู้อย่างเดียวก็คงไม่ได้ ถ้าขาดความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจากสถาบันต่างๆ โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะรวบรวมนักวิจัยจาก 3 มหาวิทยาลัยมาทำงานร่วมกัน ถ้าหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งทำก็คงสำเร็จได้ยาก ผมอยากให้โครงการนี้เป็นตัวอย่างของการวิจัยในโครงการต่อๆ ไป" ผศ.พาวินกล่าวทิ้งท้าย
การผนึกร่วมของ 3 สถาบันการศึกษา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.)นับเป็นอีกก้าวในการต่อยอดสู่แผนยุทธศาสตร์การแข่งขันกล้วยไม้ไทยในตลาดโลกหรือโครงการกล้วยไม้หมื่นล้าน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นฮับด้านกล้วยไม้ในเวทีโลกนั่นเอง
--------------------
(วช.ผนึก 3 สถาบัน ฟื้นกล้วยไม้ส่งออก ใช้ 'ไบโอรีแอ็กเตอร์' ขยายกล้าพันธุ์ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



