
'แท็บเล็ตคุณธรรม'ปลูกฝังเด็กทำดี
เปิดวิสัยทัศน์ : 'แท็บเล็ตคุณธรรม' ปลูกฝังเด็กประถมรู้จักทำดี : ผกามาศ ใจฉลาด ... รายงาน
“เหตุผลของคณะกรรมการที่เลือก ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร เป็นผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ หลายด้าน เคยดำรงตำแหน่งอดีตรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และเคยเป็นอดีตรองอธิบดีกรมการศาสนา ถือว่าเป็นผู้มีความรู้ด้านวัฒนธรรม ศาสนา ด้านคุณธรรมเป็นอย่างดี โดยนางฉวีรัตน์จะดำรงตำแหน่งในวาระ 2 ปี” คำกล่าวของ น.ส.นราทิพย์ พุ่มทรัพย์ กรรมการศูนย์คุณธรรม และอดีตผอ.ศูนย์คุณธรรม
แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว 3 ปีแต่วิถีชีวิตของ “ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร” ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรมคนใหม่ถอดด้าม ยังคงทำงานเพื่อสังคม การกุศลอยู่เป็นนิตย์ “เรารักงานนี้ โดยเฉพาะงานส่งเสริมศาสนา คุณธรรมจริยธรรมนั้นถือเป็นงานที่ถนัด และไม่เคยคิดจะทิ้ง เมื่อมีการเปิดรับสมัคร ผอ.ศูนย์คุณธรรม จึงไม่ลังเลใจจะลงสมัครจนได้รับคัดเลือก แต่ก็ถูกประกาศเป็นโมฆะ ก็ไม่เป็นไร แต่เมื่อเปิดรับสมัครครั้งที่ 2 พี่ก็ลงสมัครอีก จนเพื่อนบอกว่าเขาคงไม่เอาเราแล้ว แต่เราก็ยังอยากทำงาน จึงสมัครอีกครั้ง จนได้มาทำงานที่ศูนย์คุณธรรมในที่สุด”
หลายคนอาจมองว่าเป็น “หวยล็อก” เพราะด้วยความรู้ ความสามารถ ทำงานมาโดยตรง โดดเด่น อีกทั้งมี “ผู้ใหญ่” ผลักดัน และกว้างขวางเป็นทุนเดิม แต่อย่าลืมว่างานของ “ศูนย์คุณธรรม” เป็นที่จับจ้องจากหลายฝ่ายหลังปลดแอกจาก สบร. ที่ตั้งขึ้นในสมัย “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี องค์กรที่ถูกมองว่ามีการใช้จ่ายงบประมาณสูงมาก แล้วมาอยู่ในสังกัด วธ. เป็นองค์การมหาชน จะเดินไปในทิศทางใด และมักถูกตีประเด็นงานซ้ำซ้อนกับกรมการศาสนา จนทาง ก.พ.ร. ออกมาประกาศให้เป็น 1 ใน 7 องค์การมหาชน ที่จะต้องถูกยุบ
“เมื่อมีกระแสข่าวออกมาอีกก็จะต้องตั้งรับ มองว่าการจัดตั้งศูนย์คุณธรรม หากภารกิจงานซ้ำซ้อนหน่วยราชการอื่นๆ จริง คงไม่ผ่านการพิจารณาจนออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนได้ และที่ผ่านมามีผลงานมากพอสมควร เป็นที่รู้จักในแวดวงที่ทำงานเครือข่ายโรงเรียน ท้องถิ่น หน่วยงานราชการทั่วประเทศ หากมีการยุบจริงจะต้องมีเหตุผลอย่างเพียงพอในสถานการณ์ที่คนไทยขาดสิ่งเหล่านี้ เรามีหลายหน่วยงานมาช่วยพยุงและยกระดับจิตใจให้คนไทยเข้าถึงคุณธรรมจริยธรรม ประเทศชาติมั่นคงจะดีกว่า”
ผอ.ศูนย์คุณธรรมคนใหม่ ย้ำเป็นครั้งที่หนึ่งร้อยว่า การทำงานคุณธรรมจริยธรรม ไม่ใช่ว่ามีเพียง กรมการศาสนา ศูนย์คุณธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว แต่จะเห็นได้ว่า ขณะนี้ ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง แม้แต่รัฐบาล สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็หันมาให้ความสำคัญ เพราะเราต้องเร่งสร้างให้คนไทยเป็นคนดี ไม่คดโกงบ้านเมือง ควรหาหน่วยงานมาช่วยกันขับเคลื่อนให้คนทำดีให้มากกว่าที่จะมายุบหน่วยงานส่งเสริมคนทำดีมิใช่หรือ
แล้วงานหลักของศูนย์คุณธรรมในยุคฉวีรัตน์จะเป็นอย่างไร “อะไรที่ทำมาดี เราก็จะสานงานต่อ แต่ภายใน 2 ปีนี้อยากจะให้ศูนย์เป็นศูนย์ข้อมูลกลางประสานทุกองค์กรเพื่อพัฒนาความรู้ด้านคุณธรรม จัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ วิจัย ค้นคว้าพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมไปถึงการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทางสังคมเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาคุณธรรมความดี เน้นกลุ่มเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มการศึกษา กลุ่มศาสนา กลุ่มชุมชน กลุ่มธุรกิจ และกลุ่มสื่อ ภายใต้งบประมาณ 2556 จำนวน 59 ล้านบาท
“เราอยากจะเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง งานวิจัย ที่หน่วยงานอื่นๆ ทำเอามารวมเป็นศูนย์กลางแล้วนำไปเผยแพร่ผ่านเทคโนโลยี ผู้ที่สนใจสามารถค้นคว้าได้หมด ที่สำคัญได้ประสานไปทาง สพฐ. และ ศธ. เสนอให้นำเอาองค์ความรู้ เนื้อหาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับเด็กประถมไปใส่ไว้ในแท็บเล็ตของนักเรียน เช่น การ์ตูนชุด ดี-เดี๋ยว เป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวันของเด็ก สอนให้เขารู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรควรทำ ไม่ควรทำ สารคดีชุด ดอกไม้บานสื่อสารความดี ขณะนี้รอคำตอบจากทาง สพฐ. ว่าจะนำไปใช้หรือไม่ และขอสนับสนุนหากจะมีการนำวิชาหน้าที่พลเมืองกลับมาสอนในชั้นเรียนพร้อมสอดแทรกเนื้อหาคุณธรรมจริยธรรมเข้าไปด้วย”
แม้การทำงานใน “แนวดิ่ง” นำเสนอแผนความซื่อตรงปี 2555-2559 ของสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติต่อรัฐบาลยังไม่ได้รับการตอบรับใดๆ แต่การทำงานของศูนย์มิได้หยุดตาม ด้วยมีเจ้าหน้าที่น้อยเพียง 26 อัตรา การทำงานต้องเป็นไปใน “แนวราบ” ในลักษณะความร่วมมือเป็นเครือข่าย รวดเร็ว มีคุณภาพ เช่น “สถานศึกษา” ศูนย์คุณธรรม ถือว่าตีบทแตกระดับหนึ่ง โดยให้นักเรียน ครูอาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้กำหนดคุณธรรมประจำสถานศึกษาเอง แต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน จากนั้นก็ร่วมกันสร้างกระบวนการนำไปสู่เป้าหมายผ่าน “โครงการคุณธรรม” ได้สำเร็จ เช่นที่โรงเรียนบางมูลนาก จ.พิจิตร โรงเรียนปิยชาติพัฒนา จ.นครนายก โรงเรียนบ้านม่วงพิทยาคม จ.สกลนคร ต่อไปอาจจะทำงานร่วมกับโรงเรียนวิถีพุทธ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และอาชีวะ
ส่วนการทำงานกับ “ชุมชน” ช่วยกันแก้ปัญหาสังคมไร้ระเบียบ อาชญากรรม ความรุนแรง โดยชุมชนอยากเห็นคุณธรรมด้านความซื่อตรงก่อนเป็นอันดับแรก สุดท้ายการทำงานร่วมกับ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ขณะนี้หลายแห่งหันมาให้ความสนใจงานคุณธรรมมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มบริษัทที่อยากพัฒนาบุคลากรตัวเอง ซึ่ง “ฉวีรัตน์” บอกว่า การจะทำให้คนไทยโกงน้อยลง คงไม่ได้เห็นผลกันเร็วมาก อยากให้ทุกคนต้องช่วยกัน ศูนย์คุณธรรมทำงานหน่วยงานเดียวไม่ได้
“ส่วนตัวมีหลักการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบ พอเพียง การทำงานเพื่อให้ประสบผลสำเร็จจริงๆ แต่ละคนอาจมีมุมมองไม่เหมือนกัน อย่างที่เขาบอกกันว่าคนสมัยนี้พูดว่าโกงบ้างแต่มีผลงาน ไม่เป็นไร สำหรับเราไม่เอา รับไม่ได้ ต้องไม่โกง จะโกงตามน้ำหรืออะไร ต้องไม่เอา ทุกรูปแบบต้องไม่โกงกิน ไม่รับสินบนเด็ดขาด ในชีวิตเราไม่เคยมี”
--------------------
(เปิดวิสัยทัศน์ : 'แท็บเล็ตคุณธรรม' ปลูกฝังเด็กประถมรู้จักทำดี : ผกามาศ ใจฉลาด ... รายงาน)



