ไลฟ์สไตล์

'มาม่า-เนชั่น'จัดติวส่งเด็กสู่มหาวิทยาลัย

'มาม่า-เนชั่น'จัดติวส่งเด็กสู่มหาวิทยาลัย

29 ก.ย. 2555

"มาม่า" ผนึกกำลังเครือเนชั่น จัดติวทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับมาม่า ครั้งที่ 15 ระดมอาจารย์ดังร่วมติวสด 6 วัน พร้อมกันทั่วประเทศ 4 ภาค พร้อมถ่ายทอดสดผ่านบรอดแบนด์ไปยังโรงเรียนอีก 542 แห่ง หวังกระจายโอกาสติวให้เด็กได้ทั่วถึงมากขึ้น คาดมีเด็กร่วมติวกว่า

              เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด โดยผลิตภัณฑ์มาม่า และบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) จัดโครงการทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2555 คาดว่า จะมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.4 แสนคน ใน 4 จุดทั่วประเทศ คือ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(มกค.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.)วิทยาเขตหาดใหญ่

              นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ภายหลังพิธีเปิดโครงการที่ ม.หอการค้าไทย ว่า โครงการทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับมาม่านี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 และยังคงยึดมั่นแนวทางจัดติวสดพร้อมกัน 4 ภาคทั่วประเทศ ได้แก่ ม.หอการค้าไทย รองรับนักเรียนจาก กทม.และภาคกลาง ม.เชียงใหม่ รองรับนักเรียนจากภาคเหนือ ม.ขอนแก่น รองรับนักเรียนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ รองรับนักเรียนจากภาคใต้
   
              ตลอด 6 วันที่จัดติว ได้เชิญอาจารย์และติวเตอร์ดังกว่า 30 คน มาร่วมถ่ายทอดความรู้ครบถ้วนทุกวิชาที่ใช้ในการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยผ่านระบบแอดมิชชั่นส์ ทั้งข้อสอบโอเน็ต ข้อสอบวัดความถนัดทั่วไป (แกต) และข้อสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ (แพต) ทั้ง 7 วิชา เช่น ครูพี่แนน ติวภาษาอังกฤษ ครูเมฆ ติวภาษาไทย ครูพี่โหน่ง สอนฟิสิกส์ ครูติ่ง สอนวิทยาศาสตร์ อาจารย์ปิง จากสถาบันดาวองก์ ติววิชาสังคมศาสตร์ อาจารย์ทุกคนจะหมุนเวียนไปติวสดทั้ง 4 จุด เพราะฉะนั้นไม่ว่าเด็กจะเข้าร่วมโครงการที่จุดใด ก็จะมีโอกาสได้ติวกับติวเตอร์ดังเช่นเดียวกัน
   
              “ปีนี้ได้รับความสนใจจากนักเรียนมากขึ้น มีนักเรียนสมัครร่วมโครงการติวสด 4 จุดกว่า 6 หมื่นคน และเพื่อขยายโอกาสให้เด็กทั่วประเทศได้มีโอกาสติวกับอาจารย์เก่งๆ ด้วย จึงได้ขยายการถ่ายสอดสดการทบทวนความรู้ที่ ม.หอการค้าไทยผ่านบรอดแบนด์ไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งหมด 542 โรงเรียน ใน 77 จังหวัด รวมทั้งหมดแล้ว คาดว่าจะมีนักเรียนเข้าร่วมติวในปีนี้ทั้งหมด 1.4 แสนคน คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งของนักเรียนที่เข้าสอบแอดมิชชั่นส์ประมาณ 3.6 แสนคน ซึ่งก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้โอกาสในการติวเข้ามหาวิทยาลัยแก่นักเรียนอย่างเท่าเทียมกัน" นายเวทิต กล่าว
   
              นายเวทิต กล่าวต่อว่า นอกจากจัดติวแล้ว มาม่ายังต่อยอดโครงการสานฝันสู่มหาวิทยาลัยปีที่ 5 มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการติวทั้ง 4 ภาค จำนวน 40 ทุน ทุนละ 1 หมื่นบาท รวมทั้งสิ้น 4 แสนบาท โดยการพิจาณานักเรียนรับทุนนั้น ต้องเป็นนักเรียนที่สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐได้ มีผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 และต้องมาร่วมทบทวนความรู้กับโครงการทุกวัน ผู้ที่ทำคะแนนสอบโอเน็ตได้สูงสุด 10 อันดับแรกของผู้ขอทุนในแต่ละภาค ก็จะได้รับทุนการศึกษานี้
   
              ด้านนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการอำนวยการ บมจ.เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า โครงการทบทวนความรู้กับมาม่าครั้งนี้ ได้เพิ่มการถ่ายทอดสดผ่านบรอดแบนด์จากจำนวน 300 โรงในปีที่ผ่านมา เป็น 542 โรงในปีนี้ และยังมีการจัดติวเจาะลึกข้อสอบรับตรงอีกด้วย เพราะปัจจุบัน การสอบรับตรงทวีความสำคัญมากขึ้น มีนักเรียนจำนวนมากสมัครสอบรับตรงโดยจะมีการจัดทั้งหมด 5 จุดทั่วประเทศ เน้นจังหวัดใหญ่เพื่อให้นักเรียนเดินทางมาติวสะดวก โดยได้จัดไปแล้ว 2 จุดในเดือนกันยายน คือ ที่ จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน และ จ.พิษณุโลก ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน ที่เหลืออีก 3 จุด จะจัดภายในเดือนตุลาคมนี้ คาดว่าจะเป็นที่ จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม จ.นครราชสีมา และ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่ง 2 แห่งนั้น ยังไม่ได้กำหนดวัน
   
              นางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า นอกจากตั้งใจติวเพื่อทบทวนความรู้แล้ว ขอแนะนำให้นักเรียนศึกษาด้วยว่า สถาบันอุดมศึกษานั้นๆ เปิดรับแอดมิชชั่นส์ในสาขาที่ต้องการเข้าหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมแอดมิชชั่นส์มีกว่า 150 แห่ง จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ดีกว่า แต่ละแห่งเปิดรับแอดมิชชั่นส์ในสาขาคณะใดบ้าง หลายคนตั้งใจทบทวนความรู้จนสามารถทำคะแนนโอเน็ต คะแนนแกตได้ดี แต่ขาดข้อมูลที่ครบถ้วนพอ จึงต้องพลาดโอกาสเข้าคณะที่ต้องการ ทั้งๆ ที่มีความสามารถ
   
              นายอนิรุทธ์ มาลัย นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนโยธินบูรณะ ที่มาร่วมตัววิชาภาษาอังกฤษ กล่าวว่า โครงการทบทวนความรู้กับมาม่านี้มีประโยชน์มาก เพราะการติวสามารถช่วยทบทวนความรู้ก่อนสอบได้เป็นอย่างดี
  
           รศ.วรวุธ วิสุทธิ์เมธางกูล รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า เห็นนักเรียนให้ความสนใจที่จะไขว่คว้าหาความรู้เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี ก็รู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง

              นายวราวุฒิ ไชยภูมิ นักเรียนชัน ม.6/4 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จ.สงขลา กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่ามาม่าจัดติวเข้มก็รีบสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทันที

              นางสาวพัสตราภรณ์ อินทะโณ นักเรียนชั้น ม.6/3 โรงเรียนสตูลวิทยา จ.สตูล กล่าวว่า มาร่วมกิจกรรมครั้งแรก และมาเพียงคนเดียว โดยได้ทราบข่าวจากทางสื่อโทรทัศน์และกลุ่มเพื่อนๆบอกมา
  
           นายพลศิริ ลิขิตพงศ์ไพบูลย์ นักเรียนชั้น ม.5/7 โรงเรียนคณะราษฎรบำรุง จ.ยะลา กล่าวว่า วันนี้เดินทางกันมา 5 คน เพื่อมาติวความรู้และเก็บเกี่ยวความรู้จากที่นี่กลับไปให้ได้มากที่สุด

              ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มข. กล่าวว่า เป็นโอกาสอันดีที่นักเรียนภาคอีสานได้โอกาสกอบโกยรวมรวมความรู้ในการเรียนทบทวนครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด

              นายนิกร จันพรม บก.ข่าวอาวุโส บ.เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า นับเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง
 
            น.ส.ชัยลดา ตันติเวชกุล ผช.ผจก.ฝ่ายผลิตภัณฑ์2 บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ดีใจที่เห็นเยาวชนให้ความสำคัญการศึกษาและเข้าร่วมโครงการและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ฃ
 
             ที่บริเวณสโมสรพนักงาน บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) ต.โพสะ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนภาษาอังกฤษในจังหวัดอ่างทอง” ขึ้นโดยมีนายปัญญา งานเลิศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธี โดยโครงการดังกล่าวมีนายพนา จันทรวิโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการเนชั่นกรุ๊ป เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเนชั่น มิสเตอร์เอช.เค.อกาวาลย์ เป็นตัวแทนของมูลนิธิอทิตยาเบอร์ล่าเพื่อการสร้างสรรค์ชุมชน นอกจากนั้น ยังมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอีก 4 ตำบล ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว   

              ด้านนางศิริพร แซ่หว่อง อายุ 49 ปี ครูประจำศูนย์เด็กเล็กของ อบต.จำปาหล่อ กล่าวว่า สำหรับตนนั้นเป็นบุคลากรในศูนย์เด็กเล็ก อยากเข้าร่วมในโครงการนี้เพราะว่าอยากรู้ในเรื่องของศัพท์ สำเนียง คำพูด การสนทนาเพื่อนำไปสื่อกับเด็ก ๆ