
ถอดรหัส(ไม่ลับ) 22/9
ถอดรหัส(ไม่ลับ) 22/9 : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า
เห็นหัวข้อแล้ว หลายๆ คนอาจจินตนาการไปไกลว่า เป็นคำทำนายเกี่ยวกับมหันตภัยวันสิ้นโลก เลยต้องรีบเฉลยก่อนว่า ตัวเลข 22/9 เป็นชื่อโครโมโซมคู่ที่ 9 และ 22 ในร่างกายมนุษย์ทุกคน ที่ถูกนำมาเป็นรหัสกำหนดให้วันที่ 22 เดือน 9 หรือ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันแห่งการรณรงค์โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ (CML)
แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ โครโมโซม 2 คู่นี้ ในร่างกายบางคนอาจ “แฝง” ภัยมรณะ ที่เป็นสมุฏฐานของโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) สำหรับผู้ที่เคราะห์ร้าย โดยบางส่วนของแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 9 ถูกย้ายไป อยู่บนแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 22 และบางส่วนของแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 22 ถูกย้ายไปอยู่บนแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 9 (เราเรียกโครโมโซมคู่ที่ 22 ที่มีส่วนของโครโมโซมคู่ที่ 9 อยู่ด้วยว่า ฟิลาเดลเฟียโครโมโซม)
จากการที่มีโอกาสไปร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยชมรมผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์แห่งประเทศไทย และบริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่า ยังไม่สามารถหาสาเหตุและป้องกันการเกิดโรคนี้ ซึ่งทำให้ร่างกายผู้ป่วยมีความผิดปกติในการสร้างเม็ดเลือดขาว และปัจจุบันทำได้เพียงการใช้ยาที่พัฒนาจากนวัตกรรมล่าสุดในการ “เยียวยา” ให้ใช้ชีวิตปกติอยู่กับโรคนี้ได้อย่างน้อยอีกไม่ต่ำกว่า 25 ปี จากอดีตที่ผ่านมา ซึ่งผู้ป่วยมักตายใน 3-5 ปี
ระหว่างนั่งฟังการบรรยาย ก็ตกใจกับข้อมูลเป็นระยะๆ ทั้งสาเหตุแน่ชัดที่ยังไม่มีใครวิจัยออกมาได้ จนถึงกับมีคำเปรยออกมาว่า “ถ้าใครค้นพบสาเหตุของโรค คงได้รับรางวัลโนเบลแน่นอน” รวมถึงช่วงอายุผู้ป่วยกลุ่มหลักที่อยู่ในวัยกว่า 30-40 ปี ซึ่งถือว่าเป็นวัยทำงาน ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในทางเศรษฐกิจของประเทศ...นี่คือ เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกหัวข้อนี้มาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ แทนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอย่างที่ผ่านมา
แต่ก่อนที่จะรู้สึกสิ้นหวังกับชีวิต (เพราะจิตเตลิดไปว่า “แล้วถ้าเกิดกับตัวเองล่ะ”) เพราะค่ายาที่แพงถึง 1.2-1.8 แสนบาทต่อเดือน ก็รู้สึกมีความหวังกลับมาอีกครั้ง เพราะปัจจุบันมีโรงพยาบาลและแพทย์ไทยได้เข้าร่วมอยู่ในเครือข่ายโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป (GIPAP) และโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติทีแพป (TIPAP) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเงิน และมีโอกาสน้อยในการเข้าถึงระบบเบิกค่ารักษาพยาบาล ให้สามารถเข้าถึงนวัตกรรมยาสำคัญ 2 ตัว ในการรักษาโรคนี้ ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยชาวไทยได้รับความช่วยเหลือจากสองโครงการนี้ไปแล้วมากกว่า 3,000 ราย
นอกจากนี้ ประธานชมรมผู้ป่วย CML ไทย ยังฝากบอกว่า ได้เปิดเว็บไซต์ www.thaicml.com ให้เข้าไปปรึกษาขอความรู้ในการดูแลรักษาอาการ และสนทนากันได้ ถือเป็นการให้ความรู้ และกำลังใจแก่ผู้ป่วยทางอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชมรม และอาจไปได้ข้อมูลที่ล้าหลัง หรือคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับโรคนี้ และการปฏิบัติตัวจากแหล่งอื่นๆ
..................................
(ถอดรหัส(ไม่ลับ) 22/9 : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)



