
ชิมรสไทยๆ ในโรงแรม
ชิมรสไทยๆ ในโรงแรม : คอลัมน์ชวนชิม
หลายครั้งหลายหนที่เรื่องใกล้ตัวกลายเป็นเรื่องไกลตา ยกตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ อาหารไทยพื้นๆ หากเอ่ยชื่อออกมาเชื่อว่าทั้งนักชิมและไม่ใช่นักชิมต้องรู้จักดี และก็เชื่ออีกด้วยซ้ำว่าต้องเคยผ่านรสสัมผัสกันมาบ้างแล้ว ตามร้านข้าวแกงทั่วๆ ไป ทว่าในทางตรงข้ามอาหารเหล่านี้กลับไม่ค่อยได้เห็นปรากฏอยู่ในเมนูในโรงแรมสักเท่าไหร่ ดังนั้นเพื่อเอาใจนักชิมหัวใจไทย สองพี่น้อง สุนทรี-มนตรี ริโรจน์เวชภัณฑ์ เจ้าของร้านอาหาร "เดอะ ฟู้ดดี้ บาย กาญจน์ณิชา คิทเช่น" เอามาเปิดบริการในโรงแรม "โกลว์ ตรีนิตี้" ย่านสีลม
ชื่อ...เดอะ ฟู้ดดี้ฯ....มีที่มา สุนทรี เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นร้านนี้ ในรุ่นคุณแม่ตั้งแต่ปี 2539 เคยเปิดบริการอาหารไทยแท้แต่โบราณในนาม "กาญจน์ณิชา" ในย่านสุขุมวิท จวบจนปี 2547 เมื่อทำเลทองหมดสัญญาจึงเลิกราไป แล้วมาก่อร่างสร้างขึ้นใหม่ด้วยชื่อใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติเดิมๆ เพราะได้ฝีมือปลายจวักจากแม่ครัวชาววังคนเดิม ซึ่งเน้นเป็นนักเป็นหนาว่ารสชาติของอาหารทุกจานต้องจัดครบรสทั้งเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เผ็ด
ในห้องอาหารสีขาว เน้นการตกแต่งแบบโล่งโปร่งสบายตา แต่ก็ไม่ลืมจัดพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วนด้วยห้องกระจก จานแรกถูกเสิร์ฟมาให้ทานคู่กับข้าว 3 สีมีส่วนดีต่อสุขภาพ เริ่มจาก "พะโล้ไข่เค็ม" ที่เจ้าของการันตีว่าสูตรนี้มีหนึ่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้หน้าตาจะแสนธรรมด๊า ธรรมดา ทว่ารสชาติละมุนลิ้นยิ่งนัก โดยเฉพาะหมูสามชั้นเจ้าของบอกว่าจะเลือกใช้หมูรุ่นกลางไม่ให้แก่เพราะหนังจะเหนียวเมื่อถูกเคี่ยวนานๆ หรืออ่อนจนเกินไปเนื่องจากเนื้อจะเละนั่นเอง อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ไข่เค็ม ซึ่งถูกนำมาใช้แทนไข่เป็ด แม้ไม่ถึงขึ้นลงมือดองไข่เองแต่ก็เลือกซื้อไข่เค็มเล็กน้อย เพื่อให้ลงตัวดีกับรสหวานๆ กับน้ำพะโล
ต่อด้วยเรื่องไข่อีกซักจานนั่นคือ "ยำเห็ดไข่ต้ม" จานนี้มีดีตรงที่น้ำยำเพราะมีเห็ดโคนญี่ปุ่นดองเค็มด้วยฝีมือแม่ครัวของร้านเป็นส่วนประกอบหลัก ดังนั้นนักชิมจึงมั่นใจได้ว่าสะอาดปลอดภัย ส่วนรสชาติก็จัดจ้านตามแบบฉบับรสน้ำยำไม่มีการออมเครื่องออมมือกันล่ะ ถัดมาเป็น "มะระผัดไข่" ไม่ต้องเสียเวลากังวลถึงเรื่องรสชาติขมๆ ด้วยว่าแม่ครัวชาววังสรรหากลเม็ดเคล็ดลับมาใช้มิยอมให้เสียชื่อ
เปลี่ยนรสมาชิมอาหารจานเผ็ดๆ กันบ้างกับ "พริกขิงปลาดุกฟู" ดูแต่ตาถ้าไม่ลองชิมอาจจะแอบกลัวว่ารสชาติจัดจ้าน เพราะจากสีสันบ่งบอกไปในแนวนั้น ครั้นพอได้ตักคลุกข้าวใส่เข้าปากสักคำหนึ่งแล้ว ต้องมีคำที่สองที่สามตามมาติดๆ...ทั้งหลายทั้งปวงเจ้าของร้านเฝ้าให้เครดิตแม่ครัวไม่ได้ขาดปากว่า เพราะความพิถีพิถันในการปรุงตั้งแต่ขั้นการลงมือโขลกพริกแกงเองทุกครก ผลปรากฏว่า ลูกค้าเรียกร้องให้จำหน่ายแบบแพ็กใส่ถุง เพราะจะได้นำกลับไปกินต่อที่บ้าน...!!!
ตามธรรมเนียมการกินอาหารเสร็พสรรพจาก "เครื่องคาว" ก็ต้องตบท้ายด้วย "ของหวาน" ในส่วนนี้ที่นี่มีให้นักชิมได้ลิ้มรสมากมายหลายถ้วยทั้งตามตำรับชาววังและชาวบ้าน อาทิ ลูกตาลลอยแก้ว สละลอยแก้ว อาจจะไม่ถึงขั้นแกะสลัก แคะคว้านให้เป็นรูปเป็นร่างต่างๆ แต่ด้านรสมือไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน นอกเหนือจากข้าวปลาอาหาร ในส่วนของน้ำท่า ทางร้านก็หามาปรนนิบัติพัดวีอีกหลากหลายสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ชนิดไหนแบบใดมีให้เหลือจิบเลือกดื่มด่ำกันอีกเพียบ
"เดอะ ฟู้ดดี้ บาย กาญจน์ณิชา คิทเช่น" เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้าในรูปแบบของบุปเฟ่ต์ และต่อด้วยอาหารตามสั่งอีกกว่า 900 กว่ารายการเรื่อยไปจนถึงเวลา 5 ทุ่ม ไม่เว้นวันหยุดราชการ นักชิมหลายคนอาจจะกังวลเรื่องสนนราคาเพราะเห็นว่าทำเลอยู่กลางสีลมก็เบาใจได้เพราะเขาจำหน่ายในราคาเริ่มต้นจานละ 60 ค่อยๆ ขยับไปถึง 150 บาทเท่านั้น...
.................................
(ชิมรสไทยๆ ในโรงแรม : คอลัมน์ชวนชิม)



