ไลฟ์สไตล์

ศิลป์แห่งแผ่นดิน:เรือนเพราะชำ

ศิลป์แห่งแผ่นดิน:เรือนเพราะชำ

30 ก.ย. 2555

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เรือนเพราะชำ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

                กลับไปเยือนจังหวัดสระแก้วอีกครั้ง เมื่อต้นเดือน ก่อนน้ำจะท่วมสระแก้วอ่วมอรทัย

                ไปร่วมงาน “สระแก้วขึ้นกล้อง” ไปพร้อม ตุ๊ แครี่ออน คนดนตรี ตัวจริง ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง (อย่างเงียบ ๆ)  ไปร่วมขับขานบทเพลงบนเวทีกลางแจ้ง ณ สระแก้วสระขวัญ ตำนานเมือง ยามค่ำฟ้าฉ่ำละอองฝนของวันที่ 2 กันยายน

                ผมกับ “ตุ๊ แครี่ออน”  หรือในนามจริง “สุธน สุขพิทักษ์”     มีโอกาสร่วมเดินทางเดินสายเล่นเพลงกันบ่อย ๆ โดย ตุ๊ แครี่ออน นั้นเป็นคนดนตรีตัวจริง ฝีมือกีตาร์ของเขาอยู่ในขั้นจอมยุทธ์ ส่วนตัวข้าพเจ้า ศักดิ์สิริ นั้น เล่นกีตาร์ได้แค่พอใช้งาน  โดยอาศัยดนตรีเป็นสื่อเพื่อส่งสาร  “คำและความ”

                บนเวทีวันนั้น เราเล่น “คีตสนทนา” กีตาร์สนทนากับขลุ่ยไทย เราบรรเลงร่วมกันบ่อยครั้ง น่าจะเกินสิบ ผ่านเวทีมาแล้วทั้งเวทีเล็ก และเวทีใหญ่ เล่นเวทีข้างถนน บนสนามหญ้า กระทั่งเวทีเป็นงานเป็นการในโรงแรมหรู ที่เล่ามานี่ใช่ว่าจะเชิดชูตัวเอง แต่อยากบอกว่าชีวิตคนดนตรีนั้นมันแสนมีความสุข สุขที่ทำให้คนอื่นมีความสุข

                เล่นตนตรีแบบ “ด้นตั้น” คีตสนทนา ตั้งประเด็นกันก่อนขึ้นเวที บางงานสนทนากันดีๆ กลับกลายเป็นวิวาทในตอนท้าย

                คนเพลงแต่ละคนต่างมีเพลงประจำตัว ยิ่งจอมยุทธ์ระดับเจ้าสำนักยิ่งมีเพลงยุทธ์ล้ำลึก แค่บิดลูกบิดตั้งเสียงก็ไพเราะแล้ว วันนั้น มีวงคาราวาน บรรเลงเป็นวงหลัก น้าหงา ศิลปินแห่งชาติ (นี้และชาติหน้า ทุกชาติไป) ของคอเพลง เพื่อชีวิต ยังคงเปี่ยมพลัง

                กลางลานกว้างไม่ไกลจากเวที มีนิทรรศการภาพถ่าย “สระแก้วขึ้นกล้อง” ฝีมือของเพื่อนพ้องน้องพี่ กลุ่ม สห+ภาพ ซื่งมี พี่จี๊ด จิระนันท์ พิตรปรีชา เป็นประธานกลุ่ม ผมเองก็มีกล้องใช้งานอยุ่ตัวหนึ่ง อาศัยนิ้วมือกดชัตเตอร์สักแต่ว่ากดไปเรื่อย ๆ พอจะมีความรู้อยู่บ้างเรื่ององค์ประกอบศิลป์ แต่เมื่อมาได้ดูชมมือดี ๆ ตัวจริง เขาแสดงผลงานก็มีอันอึ้ง ทึ่ง เป็นล้นพ้น

                การที่ใครคนหนึ่งจะเข้าถึงการเป็น “ตัวจริง” ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ย่อมต้องผ่านการเรียนรู้ ฝึกฝน ทุ่มเทอย่างจริงจัง

                วันรุ่งขึ้น ผมได้ตามกลุ่ม สห+ภาพ และสื่อมวลชลไปเยี่ยมชม “กาสรกสิวิทย์” โรงเรียนควาย

                นับเป็นวาสนาของกวีโดยแท้ ที่ได้ไปดูคนสอนคนเรื่องวิชาควาย ดูคนสอนควาย และควายสอนควายด้วยกันเอง ที่โรงเรียน “กาสรกสิวิทย์” แห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีเกษตรอย่างเป็นระบบ บรรดาช่างถ่ายภาพทั้งหลายได้ควายเป็นนาย , นางแบบ นักเรียนควายรุ่นหนุ่มสาว สำแดงวิชาการไถนา สาธิตให้ผู้มาเยือนได้ดู โดยมี “คนรักควาย” บรรยาย ให้ความรู้และความรู้สึกส่งผ่านถึงหัวใจให้ตระหนักสำนึกรู้คุณควาย สัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ที่อยู่เคียงข้างมนุษย์มายาวนาน จวบจนกระทั่งถึงกาลมีอันรักจางห่างเห วิถีคนกับควายเปลี่ยนไป คนไปทาง ควายไปทาง คนไปหลงระเริงแสงสีเสียง ส่วนควายถูกผลักไสไปโรงฆ่าสัตว์

                “ตั้งแต่นี้ไปจะไม่มีใครเห็นควายอีกแล้ว  เพราะควายเข้าแถวไปโรงฆ่าสัตว์”

                “กาสรกสิวิทย์” โรงเรียนควายแห่งสระแก้ว ที่นี่เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว ที่นี่คือแหล่งเรียนรู้มิใช่เพียง  “วิธี” แต่คือ “วิถี” ที่นี่เป็นแหล่งเพาะจิตสำนึกตระหนัก

                ผมเดินจากแปลงนาสำแดงวิชาควาย ผ่านเรือนเพาะชำ ผมเห็นป้าย “เรือนเพราะชำ” 

                ผมชอบคำ “เรือนเพราะชำ” จังเลย

 

 

--------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เรือนเพราะชำ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)