
หนังสือที่เธอถือมา:จองจำอย่าจองใจ
หนังสือที่เธอถือมา : จองจำ อย่าจองใจ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม
...........
1.
วันที่ 13 กันยายน 2555 เป็นครั้งที่สองที่ผมมีโอกาสเข้าไปยังแดน 14 ของเรือนจำบางขวาง หลังเข้าไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2555
แดน 14 คือแดน “ฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจ” แดนนี้มีห้องประชุม ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ สนามฟุตบอล สวนหย่อม มีวิหคนกกา มีหมาแมว มีดอกไม้ใบหญ้าเบ่งบาน ช่วงเช้า-ตอนผมกับ ศักดิ์สิริ มีสมสืบ พูดคุยเรื่องบทกวีและดนตรีกับผู้ต้องขังจำนวน 30 ชีวิตนั้น ในสนามหญ้ากว้างก็มีผู้ต้องขังจำนวนหนึ่งลงสนามเตะฟุตบอลกันอย่างอิสระ เพียงแต่พวกเขาทุกคนที่นั่น รวมทั้งพวกเราที่เข้าไปเป็นกรณีพิเศษ ต่างก็อยู่ในกำแพงของเรือนจำ
ผู้ต้องขัง ใน “โครงการเรื่องเล่าจากแดนประหาร” ครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 2 หลังจากรุ่นที่ 1 ผ่านการอบรมในโครงการ จนมีผลงานหนังสือ “อิสรภาพบนเส้นบรรทัด 13 นักโทษประหาร” ออกมาเผยแพร่
เนื่องจากมิใช่การเข้าไปครั้งแรก ความกลัวหรือตื่นเต้นจึงคลี่คลาย ผู้ต้องขังทุกคนตัดผมสั้น นุ่งกางเกงขาสั้น มองเหมือนนักเรียน บางคนยังต้องลากโซ่ตรวนเคร้งคร้าง ครั้นมองใบหน้าค่าตา พวกเขาก็เหมือนกับเราๆ ท่านๆ นี่แหละ ต่างยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายกัน เมื่อพวกเราพูด พวกเขาก็ตั้งใจฟัง และมีส่วนร่วมในกิจกรรม เสร็จแล้วเข้ามาขอลายเซ็น ถ่ายภาพหมู่ บางคนก็เข้ามาขอคุยเป็นการส่วนตัว
คนหนึ่ง-นำ “ม้าก้านกล้วย” มาให้ลงลายมือชื่อให้ บอกเพื่อนรุ่น 1 ฝากมา เพราะมีผู้มอบหนังสือของผมให้ผู้ต้องขังคนนี้ที่ชอบแต่งกลอน เขาเคยสังกัดชมรมนักกลอน มีสมุดจดกลอนหลายเล่ม
คนหนึ่ง-บอกว่าเขาเคยบวชที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ หลวงพ่อของเขาก็เป็นหลวงพ่อของผม เขาบอกรู้จักชื่อผม ติดตามข่าวผมมาโดยตลอด
คนหนึ่ง-บอกชื่อและนามสกุลจริง พอผมว่าคุ้นๆ นะนามสกุลนี้ เขาก็เล่าให้ฟังอย่างเปิดเผยว่าเป็นใคร เขาเป็นน้องชายของนักกีฬามีชื่อเสียงคนหนึ่ง
คนหนึ่ง-คนนี้เคยเจอกันเมื่อปีก่อน เขาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสัญญาณโทรทัศน์ของแดน อยู่ในเรือนจำมาแล้ว 14 ปี ฟังว่าจะพ้นโทษในปีนี้ เขาเคยบอกผม “เพื่อนๆ และคนในวงการคิดว่าผมตายไปแล้ว มีแต่ลูกเมียเท่านั้นที่รู้ว่าผมอยู่ที่นี่” เขาเป็นอดีตนักดนตรีประจำวงลูกทุ่งชื่อดัง เคยเป็นนักจัดรายการวิทยุ และรู้จักนักแต่งเพลงลูกทุ่งหลายคน ที่เขาเข้ามาเปิดใจกับผม เพราะผมบรรยายเอ่ยชื่อครูเพลงลูกทุ่งบางคน
คนหนึ่ง-นำสมุดบันทึกเนื้อเพลงเล่มใหญ่มาให้ดู พิมพ์ดีดและเข้าเล่มไว้อย่างดี ทั้งยังบอกว่าได้จดลิขสิทธิ์ไว้ครบทุกเพลง เขาเคยอยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งทางภาคเหนือ เคยเป็นนักจัดรายการวิทยุ ร้องเพลงให้ผมฟังเบาๆ ประมาณ 2 เพลง ฟังแล้วรู้สึกไม่ธรรมดา เขาชอบและทำเรื่องนี้ได้มาก่อนต้องขังแล้ว
2.
“เธอด่วนตัดสินก่อนจะได้ยินศาลพิพากษา หากชนะคดีมามีวาสนาได้กลับนะเหรอ เมื่อเศรษฐีทิ้งแล้วจริงๆ อยากสมหน้าเธอ แต่ยังอภัยเสมอ ขออย่างเดียวเธออย่าย้อนกลับมา”
คนหนึ่ง-นำลายมือในสมุดมาให้อ่าน ผมอ่านแล้วมันเป็นเนื้อเพลงได้เลย สี่ท่อนจบ สัมผัสคล้องจองแบบจังหวะเพลง มีเรื่องราวตัดพ้อคนรักที่ “เลี้ยว” หรือ “ลื่น” จากตน ระหว่างต้องคดีรอคำพิพากษา คนรักสลัดสัญญาหนีเขาไปคบหาคนอื่น แล้วเธอกลับถูกคนอื่นทิ้ง เขาจึงเขียน “จองจำ อย่าจองใจ”
เชยๆ แต่โดนใจ เจ็บซ้อนเจ็บเลย คงแต่งตามจังหวะเพลงทั่วไปที่เขาชอบ แต่เนื้อหาเป็นของเขาเอง คนนี้บอกเป็นคนเหนือ เคยไปบวชอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ มีเมียเป็นคนศรีสะเกษ
3.
แต่ละคน-ผมไม่ถามว่าต้องคดีอะไร แต่เป็นที่รู้ นักโทษประหารนั้น ไม่คดียาเสพติด ก็คดีความผิดต่อชีวิต ซึ่งมีหลายอาชีพ หลายสถานะ ทั้งระดับปัญญาชน ชาวบ้าน และชนเผ่า
ยังมีผู้กระซิบบอกผมด้วยว่า นักเรียนพิเศษอย่างพวกเขา ที่มานั่งฟังครูพิเศษอย่างพวกเรานั้น หลายคนเป็นมือปืนรับจ้าง!
--------------------
(หนังสือที่เธอถือมา : จองจำ อย่าจองใจ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)



