ไลฟ์สไตล์

สัมมนา'HOTAP'ไม่บานสไตล์'ไฮโซ-โลว์คอสต์'

สัมมนา'HOTAP'ไม่บานสไตล์'ไฮโซ-โลว์คอสต์'

29 ก.ย. 2555

สัมมนา'HOTAP'ไม่บานสไตล์'ไฮโซ-โลว์คอสต์' : คอลัมน์ บ้านไม่บ้าน โดย... อาจารย์เชี่ยว

          สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “บ้านไม่บาน” อีกไม่นานแล้วครับ ก็จะถึงวันสำคัญของหมู่เฮาชาว “คนรักบ้าน” ที่นานทีปีหนจะได้มาพบปะเจอะเจอกันถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตัวเป็นๆ ใครมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนในทุกมิติก็นำมาปรึกษาหารือกัน ว่าจะทำดีหรือไม่ทำดี รวมทั้งจะทำอย่างไรให้ดี ในปีนี้ผมจะจัดการสัมมนาขึ้นในวันอังคารที่ 23 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้องมีตติ้งรูม 1 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ในหัวข้อ “HOTAP” ไม่บาน สไตล์ “ไฮโซ-โลว์คอสต์” ที่สู้กับวิกฤติ
 
          บางท่านอาจจะสงสัยในความหมายของ “HOTAP” ว่าหมายถึงอะไร ซึ่งคำว่า “HOTAP” นี้ เป็นคำที่ผมบัญญัติศัพท์ขึ้นมาเอง เพื่อใช้เรียกให้สามารถจดจำได้ง่ายๆ สำหรับ นักลงทุน สถาปนิก วิศวกร ฯลฯ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรากมาจากคำว่า “HOTEL+APARTMENT” หมายถึงอาคารประเภท “ไฮบริด” เป็นอาคารประเภทลูกผสมระหว่าง “ที่พักอาศัย+สำนักงาน+ที่ประกอบกิจการค้า+เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์+โรงแรมประเภทบูทีค” จะเห็นได้ว่าเป็นอาคารประเภท 5 in 1 ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายอย่างน้อย 5 ประเภทในอาคารเดียวกัน อาคารลักษณะนี้แหละครับ จากประสบการณ์กว่า 25 ปี ของผมที่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบอาคารบ้านเรือนน้อยใหญ่มาหลายร้อยโครงการ ทำให้ผมเชื่อว่าจะเป็นอาคารที่มี “ภูมิคุ้มกัน” ที่จะช่วยให้เรา “อยู่รอดปลอดภัย” จากหลากหลายวิกฤติที่จะนำมาซึ่งภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต
 
          ส่วนความหมายคำว่า “วิกฤติ” ของผมจะครอบคลุมไปทั้งหมด 4 ประการด้วยกัน วิกฤติประการที่ 1 คือ วิกฤติที่เกิดจากภัยพิบัติทางเศรษฐกิจ ซึ่งคงต้องยอมรับนะครับว่าในปัจจุบันมีความไม่แน่นอนเป็นอย่างยิ่งกับ “สภาวะเศรษฐกิจของโลก” อันมีปัญหามาจากเศรษฐกิจของ “อเมริกา” ที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนักและถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาเศรษฐกิจของ “ยุโรป” ที่ลุกลามบานปลายออกไป โดยเริ่มจาก “กรีซ” ไปสู่ “สเปน”, ลามไป “โปรตุเกส” และกำลังลุกลามไปที่ “ฝรั่งเศส” แบบ “โดมิโน” ไม่แน่นะครับ วิกฤติครั้งนี้อาจจะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวอีกครั้งหลังจากวิกฤติ “ซับไพรม์”
 
          นี่ยังไม่รวมการรุกคืบของ “ทุนใหญ่” จาก “จีน” (มหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอันดับ 2) รวมไปถึงความไม่พร้อมของ “ไทย” ในการเปิด “เสรีอาเซียน”  ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งในความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่าจะก่อให้เกิด “ผลเสีย” มากกว่า “ผลดี” เพราะเราคงต้องเสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม ที่มีความพร้อมกว่า ผลคือผู้ประกอบการขนาดเล็ก สัญชาติไทยก็อาจจะต้องล้มละลายนับหมื่นรายก็เป็นไปได้ หากเตรียมตัวไม่พร้อม จะเห็นได้ว่าแค่วิกฤติประการที่ 1 ที่เกี่ยวกับ “เศรษฐกิจ” ก็หนักหนาแสนสาหัส ดังนั้น หากคิดทำการใดก็ขอให้เตรียมตัวให้พร้อม ต้อง “รู้เขารู้เรา” เปิดทางหนีทีไล่ รวมถึงทาง “ถอย” โดยไม่ประมาทเป็นอันขาด 
 
          วิกฤติประการที่ 2 คือ วิกฤติทาง “สังคม” ซึ่งจะมองข้ามไม่ได้โดยเด็ดขาด ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ โครงสร้างของสังคมไทยที่เปลี่ยนไปทำให้มีแรงงานไทยเข้าสู่ “อุตสาหกรรมการก่อสร้าง” น้อยลงจนเข้าขั้นวิกฤติ เพราะคงต้องยอมรับนะครับว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมอย่างรุนแรง เป็นผลให้ แรงงานไทยส่วนใหญ่ถูกดึงเข้าสู่ “อุตสาหกรรมการผลิต” และ “อุตสาหกรรมการบริการ” 
 
          รวมทั้งก่อให้เกิดค่านิยมในด้านลบที่จะทำงานใน “อุตสาหกรรมการก่อสร้าง” ผลคือ นอกจากแรงงานไทยจะมีราคาแพงเมื่อเทียบกับแรงงานต่างชาติ เช่น พม่า, มอญ, เขมร, ลาว แล้ว ก็ยังไม่ “หนักเอา เบาสู้” เหมือนเช่นที่เคย อาจเป็นเพราะทำงานในโรงงานสบายกว่าและได้ค่าแรงสูงกว่า รวมทั้งได้รับการยอมรับจากสังคมมากกว่า เป็นผลให้มีแรงงานต่างชาติทั้งที่ถูกและไม่ถูกกฎหมายกว่า 6 ล้านคน ไหลทะลักเข้ามาแทนที่แรงงานไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน “อุตสาหกรรมการก่อสร้าง” ซึ่งแรงงานต่างชาติเหล่านี้กระจายอยู่เต็มพื้นที่แทบทุกโครงการที่มีการก่อสร้าง  ส่งผลกระทบเป็น “ลูกโซ่” ทั้งในแง่วิถีการดำรงชีวิต  และความปลอดภัยในทรัพย์สินของคน “ไทย” (เพราะมีแรงงานต่างชาติอยู่เต็มเมืองไปหมด) 
 
          ยิ่งเมื่อมีการเปิด “เสรีอาเซียน” ซึ่งจะส่งผลให้มีการเปิดพรมแดนติดต่อกันอย่างเสรี และผมเชื่อว่าจากเดิมที่มีแรงงานต่างชาติอยู่ราว 6 ล้านคน ก็อาจจะมียอดแรงงานต่างชาติสูงถึง 10 ล้านคน ซึ่งก็ไม่อยากคิดนะครับว่าเวลานั้นโครงสร้างสังคมจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน แต่ผมเชื่อว่าจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีครับ
 
          สัปดาห์นี้พื้นที่หมดเอาไว้ต่อในอีก 2 สัปดาห์หน้า สำหรับวิกฤติอีก 2 ประการ คือ “วิกฤติจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ธาราลิมปิก” คือ “น้ำท่วม” ซ้ำซาก นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นและมาถี่มากขึ้น และประการสุดท้ายคือ วิกฤติการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กีฬาสี” ที่คนไทยไม่ “รู้รักสามัคคี” แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นกัน มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม รวมถึงปัญหาความไม่สงบของชายแดนภาคใต้ที่ยังคงคุกรุ่น วิกฤติต่างๆ เหล่านี้แหละครับอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคต
 
          ชาว “คนรักบ้าน” ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวังนะครับ ไปหาคำตอบกันในการสัมมนาของผมในหัวข้อ “HOTAP”  ไม่บาน สไตล์ “ไฮโซ-โลว์คอสต์” ที่สู้กับวิกฤติ จะจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ พลาดไม่ได้โดยเด็ดขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่กำลังคิดจะลงทุนในอาคารประเภท “ที่พักอาศัย+สำนักงาน+ที่ประกอบกิจการค้า+เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์+โรงแรมประเภทบูทีค” สำรองจองที่นั่งด่วนที่ 0-2245-1399 และ 0-2644-1478 หรือดูรายละเอียดการจองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์  www.homeloverthai.com แล้วผมจะรอพบกับทุกท่านครับ
.......................................
(หมายเหตุ สัมมนา'HOTAP'ไม่บานสไตล์'ไฮโซ-โลว์คอสต์' : คอลัมน์ บ้านไม่บ้าน โดย... อาจารย์เชี่ยว)