
ไปคืนของที่ร้านเจอข้อหาบุกรุก
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน รายงานว่า มีนักท่องเที่ยวชาวไทยถูกตำรวจนิวซีแลนด์จับกุมในข้อหาบุกรุกสถานที่ จากการสอบถามทราบว่านักท่องเที่ยวชาวไทย 2 สามีภรรยา เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองควีนส์ทาวน์
ได้ซื้อสินค้าจำพวกเครื่องสำอางและอาหารเสริมจากร้านค้าแห่งหนึ่งโดยรูดบัตรเครดิต ต่อมาทั้ง 2 คนเห็นว่าสินค้าที่ซื้อมาอาจจะทำให้น้ำหนักของกระเป๋าเกินจึงได้กลับไปที่ร้านค้าเพื่อขอคืนสินค้า
ทางร้านค้าก็รับสินค้าคืนแต่โดยดี และเนื่องจากคนไทยทั้ง 2 คนได้ใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าไปและยังต้องการคืนสินค้าทั้งหมด ทางร้านจึงต้องดำเนินการในการยกเลิกยอดเงินที่ได้รูดซื้อสินค้าด้วย ขณะนั้นเป็นเวลา 21.00 น. ซึ่งเกินเวลาที่ร้านค้าปิดบริการไปแล้ว 30 นาที พนักงานในร้านจึงขอให้นักท่องเที่ยวชาวไทยทั้งสองออกจากร้านไปก่อน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมทำตามเนื่องจากการคืนสินค้าและการยกเลิกบัตรเครดิตยังไม่เสร็จสิ้น ทางร้านยังไม่ได้คืนบัตรเครดิตให้ พนักงานจึงได้แจ้งตำรวจมาจับกุมและตั้งข้อหาบุกรุกสถานที่ จากนั้นนำตัวไปยังสถานีตำรวจเพื่อบันทึกปากคำ ถ่ายรูป และแจ้งให้ไปปรากฏตัวที่ศาลในวันรุ่งขึ้น
เจอเข้าไปแบบนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยถึงกับไปไม่เป็น ไม่รู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับตน และประเทศนิวซีแลนด์มีกฎหมายแปลกๆ แบบนี้ จึงได้โทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากสถานทูต ซึ่งสถานทูตก็ได้รีบประสานกับทั้งตำรวจและศาลที่เมืองควีนส์ทาวน์ทันที
วันรุ่งขึ้นศาลเมืองควีนส์ทาวน์ได้พิจารณาว่าคนไทยทั้งสองไม่ได้มีเจตนากระทำความผิดและอาจมีปัญหาด้านการสื่อสารจึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงลงโทษเพียงปรับคนละ 300 เหรียญนิวซีแลนด์ และไม่มีการบันทึกประวัติว่าเคยถูกลงโทษในนิวซีแลนด์ คนไทยทั้งสองก็พอใจกับการตัดสินของศาลและยินยอมจ่ายค่าปรับแต่โดยดี จากนั้นก็เดินทางออกจากเมืองควีนส์ทาวน์และกลับประเทศไทยในอีก 2 วันถัดมา
เรื่องนี้สถานทูตฝากบอกว่า นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความเคร่งครัดในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและปฏิบัติตามระเบียบต่างๆ เช่น การเปิด-ปิด ร้านค้าก็มีกฎหมายกำหนดเวลาไว้ หากไม่ปฏิบัติตามก็อาจถูกดำเนินคดีอย่างกรณีนี้
กรมการกงสุล
กระทรวงการต่างประเทศ



