
กลัวถูกยึดรถ
พี่เขยติดแบล็กลิสต์จึงใช้ชื่อของเจ้าของบริษัทซื้อรถให้ วันที่ไปออกรถได้กู้เงินบริษัท 50,000 บาท แต่ไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้กับบริษัท และไม่ได้ทำสัญญาใช้ชื่อซื้อรถ รถคันใหม่ซื้อเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2554
ต่อมาวันที่ 23 พฤษาคม 2555 เจ้าของบริษัทประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต
ผู้ตายมีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน มีบุตรชายหนึ่งคนอายุ 21 ปี และมีบุตรสาวหนึ่งคนอายุ 16 ปี และได้แต่งตั้งบุตรชายของเจ้าของบริษัทเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งพ่อแม่ของผู้ตายได้เซ็นลงชื่อยินยอมแล้วและมีพยานเซ็นลงชื่อรับรู้เหตุการณ์ในวันนั้น
แต่พอวันที่ 16 กรกฎาคม พ่อแม่ของผู้ตายได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอคัดค้านไม่ให้บุตรชายของผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดก โดยให้เหตุผลต่อศาลว่า 1.บุตรชายของผู้ตายมีคดีความเกี่ยวกับยาเสพติด 2.โดนอีกฝ่ายหลอกให้เซ็นลงชื่อยินยอม 3.ขอให้พ่อแม่ของผู้ตายได้ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว
ถ้ารถโดนยึดพี่เขยก็ไม่มีรถใช้เท่ากับผ่อนกุญแจเปล่า แถมยังต้องมาจ่ายเงินกู้อีก และถ้าพ่อแม่ของผู้ตายได้เป็นผู้จัดการมรดก พ่อแม่ของผู้ตายมีสิทธิ์ที่จะยึดรถคันนี้หรือไม่
อัมพร
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชนอาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า พี่เขยคุณไม่มีหลักฐานเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ รอคำพิจารณาของศาลว่าจะให้ใครเป็นผู้จัดการมรดก หรือจะให้ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน
หลังจากนั้นพี่เขยควรเข้าไปเจรจากับผู้จัดการมรดก เพื่อขอทำสัญญาว่าถ้าส่งต่อแล้วจะต้องโอนกลับมาให้หลังจากผ่อนค่ารถหมดแล้ว แต่ความยุ่งยากอยู่ตรงที่ผู้จัดการมรดกจะยอมทำสัญญาให้หรือเปล่า
ถ้ายอมทำให้ หลังจากนั้นก็ติดต่อบริษัทไฟแนนซ์เพื่อแจ้งให้ทราบว่า เจ้าของเดิมเสียชีวิตแล้ว จะต้องเปลี่ยนสัญญาใหม่หรือไม่ก็ขึ้นอยูกับไฟแนนซ์จะตัดสินใจ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้จัดการมรดกก็ไม่มีสิทธิ์เอารถไปขาย เพราะรถยังเป็นของไฟแนนซ์ และสิทธิ์ของผู้จัดการมรดก คือทำหน้าที่จำหน่ายทรัพย์สินที่มีให้แก่ผู้รับมรดก ไม่มีสิทธิ์เอาทรัพย์สินมาเป็นของตัวเอง
เรื่องนี้มีรายละเอียดมาก แนะนำให้ติดต่อมาที่ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชนโดยตรงอีกครั้ง
ลุงแจ่ม



