ไลฟ์สไตล์

WHOเร่งหาต้นตอไวรัสคล้ายโรคซาร์ส

WHOเร่งหาต้นตอไวรัสคล้ายโรคซาร์ส

25 ก.ย. 2555

นักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO เร่งไขปริศนาต้นตอเชื้อไวรัสตัวใหม่ที่มีลักษณะคล้าย 'โรคซาร์ส' แต่รุนแรงกว่า ด้านกรมควบคุมโรคถกผู้เชี่ยวชาญประเมินไวรัสกลายพันธุ์

                           25 ก.ย.55 คณะนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก หรือ ดับเบิลยูเอชโอ กำลังพยายามไขปริศนาลับทางการแพทย์ เกี่ยวกับไวรัสชนิดใหม่ในกลุ่ม โคโรนาไวรัส ซึ่งเป็นตระกูลไวรัสขนาดใหญ่ที่มีไวรัสไข้หวัดธรรมดา และไวรัสโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ซึ่ง ซาร์ส ที่แพร่ระบาดเมื่อปี 2545 รวมอยู่ด้วย

                           ปัจจุบัน มีผู้ป่วย 2 คน ที่ถูกระบุว่า กำลังติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ โดยเป็นชายชาวการ์ต้าวัย 49 ปี ที่เพิ่งเดินทางกลับจากซาอุดิอาระเบีย และถูกส่งตัวไปรักษาที่อังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่อาการยังทรุดหนัก กับชายชาวซาอุดิอาระเบีย วัย 60 ปี ที่เข้ารับการรักษาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาและเสียชีวิตไปแล้ว แต่เชื่อว่าทั้งสองคนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด

                           นักวิจัยได้สรุปว่า อาการป่วยของทั้งสองคนเป็นแบบเดียวกัน คือ มีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แบบเดียวกับนิวมอเนีย และยังไตวายอีกด้วย และเมื่อนำตัวอย่างจากผู้ป่วยทั้งสองคนไปทดสอบ ก็พบว่า ทั้งสองคนติดเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน และไวรัสตัวใหม่นี้ ถูกพบและรายงานเป็นครั้งแรกโดย ดร.อาลี โมฮัมเหม็ด ซาคี จากห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยา ของโรงพยาบาล ดร.โซไลมาน ฟาคีห์ ในเมืองเจดดาห์ ของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเขาได้นำตัวอย่างจากปอดของผู้ป่วยชาวซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่เขาจะป่วยหนัก และหลังจากนำไปเปรียบเทียบกับไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดชนิดอื่น ๆ รวมทั้งไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส ก็พบว่า มันเป็นไวรัสชนิดใหม่

                           ดร.ซาคี ได้ส่งตัวอย่างไวรัสไปให้ ดร.รอน ฟูเชียร์ ผู้เชี่ยชาญด้านไวรัส ที่กำลังวิจัยโคโรนาไวรัสอยู่ที่ศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยแพทย์ อีรัสมัส ในเมืองร็อทเทอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์และยังโพสต์ในเว็บไซท์ของโครงการจับตาโรคเกิดใหม่ หรือ โพรเมด เมื่อวันที่ 15 กันยายนด้วย

                           คณะนักวิจัยในสหราชอาณาจักร ได้สกัดไวรัสจากผู้ป่วยจากการ์ต้า และส่งไปที่เนเธอร์แลนด์ด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อเทียบระดับของโมเลกุลแล้ว พบว่า โคโรนาไวรัสตัวใหม่ มีความใกล้เคียงกับไวรัสโรคซาร์สอย่างมาก ซึ่งตอนที่โรคซาร์ส ระบาดช่วงระหว่างปี 2545-2546 ได้ทำให้มีผู้ป่วย 8,000 คน และเสียชีวิต 774 คน

                           ด้าน เกรกอรี่ ฮาร์ติ โฆษกของดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า ไวรัสตัวใหม่ ไม่ได้เหมือนไวรัสที่ทำให้เกิดโรคซาร์สเสียทีเดียว เพราะผู้ป่วยทั้งสองคน ไม่ได้แค่มีปัญหาด้านระบบการหายใจที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังมีอาการไตวาย ซึ่งไม่พบในผู้ป่วยโรคซาร์สแต่อย่างใด ขณะนี้ยังไม่บุคคลากรทางการแพทย์หรือคนใกล้ชิดกับผู้ป่วย ติดเชื้อแต่อย่างใด แต่พวกเขาก็อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดด้วย

                           คณะแพทย์ยังหาบทสรุปเกี่ยวกับที่มาของการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่ได้ และต้องพยายามสืบหาต่อไปว่า ผู้ป่วยเหล่านี้ไปที่ใดมาบ้าง มีการรับประทานอาหารหรือมีพฤติกรรมอื่นๆ ที่อาจช่วยให้หาร่องรอยของไวรัสได้ เมื่อปี 2545 พบว่า การระบาดของโรคซาร์ส เกี่ยวข้องกับสัตว์จำพวกชะมด(civet cat) แต่ปัจจุบัน นักวิจัยเชื่อว่า ต้นตอที่แท้จริงน่าจะมาจากค้างคาวเกือกม้า

                           ปัจจุบัน ดับเบิลยูเอชโอ ยังไม่ประกาศเตือนหรือจำกัดการเดินทาง คนที่วิตกว่าจะติดเชื้อไวรัสตัวใหม่ สามารถป้องกันตัวเอง ด้วยการหมั่นล้างมือให้สะอาด

 

กรมควบคุมโรคถกผู้เชี่ยวชาญประเมินไวรัสกลายพันธุ์

 

                           นพ.ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 กันยายน นี้ เวลา 9.00 น. ทางกรมควบคุมโรคจะมีการประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังภายหลังจากที่มีการพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการประชุมที่เป็นงานโดยปกติเพื่อติดตามโรค ทั้งนี้ ณ สถานการณ์ขณะนี้เบื้องต้นยังไม่น่ากังวล แต่ในรายละเอียดต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมอยู่ ซึ่งในต่างประเทศมีรายงานพบผู้ป่วย 2 ราย และยังต้องติดตามข้อมูลจากทางองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด

                           นพ.ศุภมิตร กล่าวว่า สำหรับในส่วนของประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยแต่อย่างใด และยังไม่มีการห้ามการเดินทางไปต่างประเทศ ยังคงเดินทางได้ตามปกติ เพียงแต่มีคำแนะนำในการป้องกันและดูแลสุขภาพตน โดยในกรณีผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหากมีไข้ก็ขอให้รีบไปพบแพทย์เท่านั้น

                           "เชื้อโคโรน่าไวรัสจะเป็นคล้ายๆ ไข้หวัดใหญ่ และไม่ใช่เชื้อใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็พบผู้ป่วยไข้หวัดจากเชื้อชนิดนี้อยู่แล้ว แต่ที่เกิดความวิตกกังวล เพราะเชื้อมีการกลายพันธุ์ และพบผู้เสียชีวิต 1 ราย แต่ยังไม่สามารถประเมินความรุนแรงของเชื้อนี้ได้ เพราะยังไม่ทราบจำนวนผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยจากเชื้อนี้ เพียงแต่เป็นการพบเชื้อนี้ในผู้เสียชีวิตเท่านั้น" นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวและว่า ส่วนมีรายงานว่า พบผู้ป่วยในไทย 1 ราย เมื่อปี 2546 นั้น เป็นคนละเรื่องกัน เพราะย้อนหลังปี 2546 เป็นการพบผู้ป่วยจากโรคซาร์ส ซึ่งอาจมีการเชื่อมโยงกัน เพราะซาร์สก็เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ไวรัสโคโรน่านี้

                           นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเตือนหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ และด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ด่านควบคุมโรคตามแนวชายแดน ให้เฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันเช่นโรคโรคปอดบวม และประสานแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตัวใหม่แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อรับทราบ และให้สำนักระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค ติดตามประสานความคืบหน้าข้อมูลของเชื้อชนิดนี้ กับองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด    

                           ทางด้านนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นตระกูลใหญ่ของไวรัส ซึ่งรวมทั้งเชื้อไข้หวัดทั่วไป (Common cold) และโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส (SARS: Severe Acute Respiratory Syndrome) ซึ่งพบการระบาดใน พ.ศ. 2546 ในประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย แต่เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และไม่มีการระบาดในประเทศ การตรวจพบเชื้อครั้งนี้ ถือว่าเป็นความรวดเร็วของระบบการเฝ้าระวัง 

                           จากการประสานงานองค์การอนามัยโลกเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่มีการห้ามการเดินทางระหว่างประเทศแต่อย่างใด ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ขอให้ปฏิบัติตัวดูแลสุขอนามัยตนเอง โดยหมั่นล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ที่มีผู้คนแออัด ไม่คลุกคลีกับคนป่วยเป็นไข้หวัด หากมีอาการไอจาม เป็นหวัดให้ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปติดคนอื่น ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมีอาการป่วยเหมือนไข้หวัด และหลังนอนพัก 2 วันแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น  ไข้ไม่ลดลง ขอให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางแก่แพทย์ด้วย

                           จากการติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั้ง 2 รายนั้น ทั้งญาติที่ใกล้ชิดและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วย ยังไม่มีใครติดเชื้อจากผู้ป่วย  จึงไม่อยากให้คนไทยตื่นตระหนก    อย่างไรก็ดีในวันนี้กรมควบคุมโรคจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์ความร่วมมือควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองโรคที่สนามบิน โดยจะติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นายแพทย์พรเทพกล่าว