
"กระดูกพรุน" ภัยเงียบทำกระดูกหัก
การป้องกันโรคกระดูกพรุน คือ การสร้างกระดูกที่แข็งแรงและลดการสลายของกระดูก ถ้าเรามีกระดูกที่แข็งแรงอยู่แล้ว แต่จากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอายุก่อน 35 ปี ควรมีมวลกระดูกอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดโอกาสที่มวลกระดูกจะลดต่ำลง จนถึงจุดที่ทำให้กระดูกเปราะบางและหักง่ายได้
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
เพศหญิง วัยหลังหมดประจำเดือน, หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี และประจำเดือนมาไม่ปกติ
เพศชาย ที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ต่ำ และมีอายุมากกว่า 50 ปี
ผู้ที่มีลักษณะ
- มีรูปร่างผอมหรือมีโครงร่างเล็ก
- มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน มีประวัติกระดูกหักหลังการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เช่น กระดูกข้อมือหักหลังการหกล้ม
- มีภาวะข้ออักเสบ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรือ Iupus
- ได้รับยาที่มีผลลดความแข็งแรงของกระดูก เช่น สเตียรอยด์ ยาต้านชัก ยาฮอร์โมนธัยรอยด์ หรือ Heparin
- ขาดอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม
- สูบบุหรี่
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 2 แก้วต่อวัน
- ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ
ุวิธีที่จะช่วยเพิ่มมวลกระดูก
- เพิ่มปริมาณการบริโภคแคลเซียมและวิตามินดี จากอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม และวิตามินดี หรืออาหารเสริม
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเล่นโยคะ การเดิน ว่ายน้ำ ฯลฯ
ุการป้องกัน
โรคกระดูกพรุนเป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยการตรวจความหนาแน่นของกระดูกและการตรวจเลือด ซึ่งนอกจากจะช่วยประเมินอัตราการสร้างและอัตราการสลายของกระดูกแล้วยังหาสาเหตุร่วมอื่นที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนได้
ุ โภชนาการเพื่อป้องกันและรักษาโรคกระดูกพรุน ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ปลาและกุ้งแห้งตัวเล็ก ปลาซาร์ดีน งาดำ กะปิ งาขาว เนยแข็ง กุ้งแห้ง นมวัว โยเกิร์ต เต้าหู้ขาวอ่อน ผักใบเขียวจำพวกผักคะน้าผัด ผักกระเฉดสุก ส้มเขียวหวาน เป็นต้น
ศูนย์กระดูกและข้อ
โรงพยาบาลธนบุรี โทร. 0-2412-3870



