ไลฟ์สไตล์

ไม่ได้บังคับให้ขายสแตมป์

ไม่ได้บังคับให้ขายสแตมป์

26 ก.ย. 2555

แสตมป์ส่วนตัวนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีกระแสตอบรับดีมากเกินความคาดหมาย มีผู้สั่งซื้อจำนวนมากจนสินค้าขาดตลาด และยังเป็นที่ต้องการของประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เดือนนี้ผลิตเท่าไรก็ไม่รู้ พนักงานนำจ่ายถูกบังคับให้จำหน่ายคนละ 30 ใบ คนอยู่ในท

 ผลิตออกมาไม่คิดว่าจะขายใครแล้วมาบังคับพนักงานให้จำหน่าย มีกำหนด 3 เดือน ถ้าขายไม่หมดก็ต้องซื้อกันเอง
 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กำลังคิดอะไร หารายได้จากการขายของ โดยไม่สนใจหน้าที่ของตนเอง ถูกร้องเรียนตลอด ช่วยสอบถามไปยังผู้บริหารของ ปณท ให้ด้วยว่าทำไมต้องบังคับให้พนักงานขายของทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่  
ลี
ตอบ
 นางปริษา ปานะนนท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ชี้แจงว่า ตามข้อตกลงของการไปรษณีย์ทั่วโลก รวมทั้งบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กำหนดว่า การไปรษณีย์ได้สิทธิ์เพียงหน่วยงานเดียวในการพิมพ์และออกจำหน่ายตราไปรษณียากร หรือแสตมป์ทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการใช้งานไปรษณีย์เป็นหลัก มีหลายชนิดราคาขึ้นอยู่กับน้ำหนักของจดหมาย หรือวัสดุที่จัดส่ง ในปัจจุบันยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไป ทางการไปรษณีย์ต่างๆ ได้มีการปรับตัวในการออกแสตมป์หลายประเภทขึ้น โดยแสตมป์ ตามที่ร้องเรียน จัดอยู่ในประเภทของแสตมป์ส่วนตัว (I-Stamp หรือ Personalised stamp) หากผู้ใช้มีความประสงค์สามารถใช้ฝากส่งทางไปรษณีย์ได้จริง แต่ต้องผนึกคู่กับแสตมป์ภาพธงชาติไทยตามรูปแบบเสมอ
 กรณีตามที่ร้องเรียนเกี่ยวกับการจำหน่ายแสตมป์ส่วนตัว ชุดพิเศษ “ทำเนียบนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 80 ปี (พ.ศ.2475- 2555)”  ซึ่งมีราคาจำหน่ายแผ่นละ 240 บาทนั้น สืบเนื่องมาจากแสตมป์ชุดดังกล่าว ได้มีการออกจำหน่ายในครั้งแรกเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการออกตราไปรษณียากรที่ระลึก 80 ปี สำนักนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่าได้รับความสนใจเกินความคาดหมาย ส่งผลให้มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่สั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสถานศึกษาต่างๆ ซึ่งเล็งเห็นประโยชน์ในการใช้เป็นสื่อเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน ทาง ปณท จึงตัดสินใจให้ผลิตแสตมป์เพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อจำหน่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ ให้แก่ประชาชนที่มีความสนใจและเปิดโอกาสให้สำหรับผู้ที่พลาดการซื้อในครั้งแรก รวมทั้งสถานศึกษาต่างๆ
 ประกอบกับ ปณท มีความปรารถนาดีว่าผู้ที่มีความสนใจหาซื้อแสตมป์ในครั้งที่แล้วแต่ไม่ได้ และไม่ทราบข่าวว่าได้มีการผลิตแสตมป์เพิ่มใหม่ จึงได้ขอความร่วมมือพนักงานช่วยกันจำหน่ายแสตมป์ ซึ่งไม่ได้เป็นการบังคับแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานนำจ่าย ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกบ้าน มีความใกล้ชิดกับประชาชนได้มากกว่า มีความเป็นผู้รู้จริง รู้ใจ จริงใจ และไม่ใช่เฉพาะแค่พนักงานนำจ่ายเท่านั้น ยังรวมไปถึงพนักงาน ปณท ทุกคนทั้งจากส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจำหน่ายแสตมป์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
 ปณท ได้มีมติผลิตแสตมป์เพิ่ม ปณท มิได้นิ่งนอนใจ ได้ขอความร่วมมือในการช่วยจำหน่ายตลอดจนชี้แจงถึงเหตุผลในครั้งนี้กับพนักงาน ปณท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อาจจะมีความผิดพลาดในการสื่อสารทำให้พนักงานเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการบังคับขาย โดยในเบื้องต้นได้แก้ไขปัญหากำชับให้หน่วยงานต้นสังกัดอธิบายทำความเข้าใจแก่พนักงาน ปณท อีกครั้งหนึ่ง
ลุงแจ่ม