
เที่ยวบึงบอระเพ็ด ก่อนน้ำมา
เที่ยวบึงบอระเพ็ด ก่อนน้ำมา : คอลัมน์ชวนเที่ยว
ได้เวลาออกไปเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์อีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ติดรถตู้ของคณะ ซึ่งอาจารย์พาน้องๆ นักศึกษาไปเก็บข้อมูลทำวิจัยในต่างจังหวัด ไปลงรถหน้าแยกจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ตั้งใจอยากมาเที่ยว "บึงบอระเพ็ด" คราวนี้มากับน้องที่รู้จักซึ่งต้องมาสำรวจประชากรนกอ้ายงั่วที่นี่ พี่ๆ ที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ดนำรถออกมารับ ผมประทับใจกับการต้อนรับมาก ครั้งหนึ่งเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ยังจำไม่ลืมกับน้ำใจดีๆ ของหัวหน้าสถานีวิจัยและพี่ๆ ที่นั่น
รอบนี้มาตรงกับช่วงที่สำรวจนกในบึงและรอบบึงพอดี ซึ่งแต่ละเดือนจะสำรวจ 2 ครั้ง คือช่วงต้นเดือนและกลางเดือน วันแรกที่ไปถึงเย็นมากแล้วมีฝนตกนิดหน่อย แต่ก็ยังดื้อออกมาเดินดูนก ถ่ายรูปทุ่งนาเพลินๆ แถวข้างสถานีวิจัยฯ นกตัวเล็กๆ บินวนหากินหนอนแมลงตามยอดข้าว มองผ่านกล้องแล้วก็เพลินตาดี
รุ่งขึ้นผมติดรถไปสำรวจนกรอบนอกของบึง นั่งรถอยู่ท้ายรถกระบะที่วิ่งผ่านหมู่บ้าน ลัดเลาะไปตามพื้นที่ขอบบึงโดยสองข้างทางเป็นทุ่งนาของชาวบ้าน จอดนับนกตามจุดต่างๆ บรรยากาศตอนเช้าๆ ดีมาก อากาศก็ไม่ร้อน นั่งท้ายรถลมพัดเย็นสบายได้ดูนกที่เดินหากินอยู่ในทุ่งนา บ้างก็บินไปมา นกทุ่งตัวเล็กๆ สีสันสวยๆ นกกระติ๊ดแดง นกกระติ๊ดสีอิฐ นกกระจาบอกลาย นกกระจาบทอง หาดูได้ไม่ยากนักที่บึงบอระเพ็ด
พี่ๆ แวะรับประทานข้าวเที่ยงในหมู่บ้านที่เขาพนมเศษ มองเห็นร่องรอยน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 หนักมากครับรอยคราบที่อยู่ตรงเสาไฟฟ้านี่ บ้านบางหลังเหลือแค่หลังคาเลยครับ วิถีชีวิตส่วนใหญ่ของคนที่นี่ก็คือ ทำนา หาปลา แต่การทำเกษตรโดยใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นนั้นส่งผลกระทบโดยตรงกับนก สัตว์ที่หากินแมลงและสัตว์ขนาดเล็กตามทุ่งนา พี่ๆ บอกกับผมว่านกหลายชนิดลดลงจากเมื่อก่อนมาก เช่น นกอีเสือหัวดำ นกยางโทนน้อย นกยอดข้าวหางแพนลาย นกยอดข้าวหางแพนหัวแดง น่ารักๆ ทั้งนั้น การใช้สารเคมีทางการเกษตรเช่นสารกำจัดแมลงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับห่วงโซ่อาหารของสัตว์เล็กๆ ในพื้นที่
โพรงมหัศจรรย์ ภาพนกเค้าจุดในโพรงต้นไม้ซึ่งขึ้นอยู่กลางทุ่งนา ซึ่งโพรงนี้ในรอบปีหนึ่งจะมีนกเข้ามาใช้ประโยชน์จากการสร้างรังถึง 3 ชนิดผลัดเปลี่ยนเวียนกัน คือนกเค้าจุด เป็ดคับแค แล้วก็นกกิ้งโครง เนื่องจากช่วงเวลาที่แตกต่างกันในการทำรังวางไข่ “เกื้อกูลและไม่แก่งแย่ง”
ช่วงบ่ายอากาศเริ่มร้อนแล้ว แต่บรรยากาศสองข้างทางที่สำรวจนกนั้นยังสวยงามอยู่ มีอะไรแปลกตาให้ได้เห็นอยู่ตลอดเวลา ฝูงเป็ดไล่ทุ่งนับพันตัวเดินหากินมองแล้วก็ตาลายน่ารักไปอีกแบบ ขับผ่านบางช่วงชาวบ้านจับปลาโดยสูบน้ำออกจากบ่อ ถือเป็นโอกาสดีของพวกนกยาง และนกปากห่างลงไปเดินหากินปลากินหอยมองดูขาวไปทั่วทั้งบ่อ
รถวิ่งสำรวจมาถึงจุดสุดท้ายที่เราจะมานับนกกัน ภาพ โครงการขนาดการขุดลอกบึง ฝั่งที่ติดกับสำนักงานประมงน้ำจืด อีกหนึ่งโครงการรับมือกับน้ำท่วมซึ่งดูแล้วก็ไม่อยากจะคิดต่อ ขุดจากที่หนึ่งไปถมอีกที่หนึ่ง อีกทั้งยังทำลายแหล่งอาศัยหากินของสัตว์นานาชนิด พี่ๆ บอกว่านักท่องเที่ยวหลายๆ คนที่มาไม่ประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศของบึงแบบนี้เลย อย่างนกแอ่นทุ่งเล็กซึ่งเป็นนกที่พบในปริมาณน้อยแต่หากินอยู่บริเวณเป็นประจำก็หายไปเมื่อเริ่มมีโครงการ
กลับมาพักผ่อนที่สถานีวิจัย หลับสบายเลยคืนนี้สงสัยจะเหนื่อยไปหน่อย เช้าวันอาทิตย์ก่อนกลับพี่ๆ ที่สถานีวิจัยชวนลงเรือไปดูสภาพในบึงหลังน้ำท่วม พี่บอกว่า “ถ้ามาบึงบอระเพ็ดแล้วไม่ได้ลงบึงก็เหมือนมาไม่ถึง” ดีใจมากเนื่องจากท่องเที่ยวแบบนักศึกษาเงินในกระเป๋ามีน้อยนานๆ จะมีโอกาสดีๆ ฟรีไม่เสียเงิน อยากรู้เหมือนกันว่าสภาพในบึงจะเปลี่ยนไปมากไหม ดอกบัวจะยังสวยเหมือนเดิมหรือเปล่า
นั่งเรือหางยาวออกไปกัน 3 คน ตั้งใจว่าจะเก็บภาพสวยๆ กลับมานั่งดูเล่น น้ำแห้งลงไปเยอะเลยจากที่เคยมาเที่ยวในช่วงต้นปี เรือหางยาวลำน้อยค่อยๆ วิ่งลัดเลาะออกมาจากขอบบึง ถ้าหากคนขับเรือไม่ชำนาญก็คงต้องลงไปเข็นเรือที่ติดเลนแน่นอน
วิ่งเรือออกมาถึงกลางบึงแล้ว ความรู้สึกเปลี่ยนไปจากที่คิดไว้มากครับ จะมองไปทางไหนก็เป็นสีชมพู ดอกบัวสายบานทั่วทั้งบึงเลย นกน้ำนานาชนิดเดินหากินกันอย่างมีความสุข บ้างเกาะพักตากปีกตามตอไม้ที่พุดขึ้นจากน้ำที่ลดลง พี่คนขับเรือบอกว่าช่วงนี้ของทุกๆ ปี น้ำในบึงจะลดลงอย่างมากเพราะมีการสูบไปทำนา
บึงบอระเพ็ดมีความสำคัญมากต่อชาวนาในบริเวณนี้ ปกติน้ำจะเหลือน้อยกว่านี้ แต่จากน้ำท่วมใหญ่ครั้งที่ผ่านมาชาวนาบางส่วนไม่กล้าสูบน้ำไปเข้านาอีกรอบ เพราะกลัวว่าปลายปีน้ำจะลงมาท่วมผลผลิตซ้ำเหมือนเมื่อปีที่แล้วอีก แต่ปัญหาการถมบึงเพื่อเอาที่นาก็ยังคงมีอยู่
ระหว่างนั่งเรือดูนก ถ่ายรูปไปสักพักก็เห็นฝูงนกยางและนกกาน้ำหลายร้อยตัวบินวนลงหากิน ตามเรือหาปลากลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 ลำ
ภาพที่สวยงามนี้อาจจะหาดูได้ยากนัก แต่เบื้องหลังคือ เรือช็อตปลา ที่ทำลายล้างปลาลูกปลาขนาดเล็กอย่างมหาศาล ตักเอาแค่ปลาใหญ่ ลูกปลาตัวเล็กๆ ลอยตายเต็มไปหมด เคราะห์ร้ายบางครั้งสัตว์อื่นเช่นนกน้ำบางชนิดที่หากินอยู่บริเวณนั้นก็ตายไปไม่น้อย การกระทำที่ผิดกฎหมายและเอาเปรียบธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรของส่วนรวมอย่างนี้เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย ฝากผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเรื่องนี้หน่อยน่ะครับได้ข่าวมาว่ากฎหมายช่วงหลังนี้เปิดช่องทางให้แก่กลุ่มคนเหล่านี้มากกว่า แต่ก่อนจากที่เจ้าหน้าที่สามารถจับแล้วก็ยึดเรือพร้อมอุปกรณ์กลายเป็นว่าจับแล้วก็ไปเสียค่าปรับที่โรงพักเพียง 500 บาทก็เป็นอันเสร็จสิ้น นำอุปกรณ์กลับมาช็อตกันได้อีกในวันต่อมา
พักเรื่องหดหู่ใจหันหน้าหนีมาชมความน่ารักของน้ำที่เดินหากินตามกอบัว วิ่งเรือเข้าไปแล้วดับเครื่องยนต์ลอยเรือไว้ริมขอบบึง นั่งกินขนมที่เตรียมมามีลมพัดเย็นๆ ช่วงสายๆ อากาศและแสงแดดวันนี้เป็นใจอีกตามเคย นั่งมองดูนกช้อนหอยดำเหลือบเดินหากินแบบสบายๆ ถือว่าเป็นดาราดังของบึงบอระเพ็ดสำหรับนักดูนกหลายๆ คน
เพลิดเพลินกับการส่องกล้องมองไปรอบตัวเองได้เห็นอะไรสิ่งใหม่ๆ เยอะเลย ใกล้เที่ยงแล้วอากาศเริ่มร้อนแล้วเรือก็ไม่มีหลังคา กลับกันเลยดีกว่าระหว่างวิ่งเรือกลับมองดูสองฝั่งของบึง ทุ่งดอกบัวสีชมพูตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวมองดูแล้วสบายตาจนไม่อยากให้ถึงฝั่งเลย
ขึ้นฝั่งมาก็แวะกินอาหารเที่ยงตรงท่าเรือที่เขตห้ามล่าฯ แม่ค้าก็ใจดีตักข้าวเหนียวให้เยอะมากกินกันจนอิ่ม ก่อนจะเก็บของล่ำลาพี่ๆ เดินทางกลับตอนบ่ายวันอาทิตย์มารอขึ้นรถตู้ของคณะ ที่กลับมาจากห้วยขาแข้งเข้ากรุงเทพฯ ที่แยกจิรประวัติ ฟรีเกือบตลอดงานเลยอย่างนี้แหละครับชีวิตนักศึกษาเงินน้อยก็ต้องเที่ยวแบบประหยัด
ระหว่างนั่งรถกลับผมมานั่งนึกย้อนกลับไปดูภาพบึงบอระเพ็ดจากเมื่อก่อนที่เคยมาเที่ยวและจากคำบอกเล่าของพี่ๆ ที่ทำงานอยู่ที่นี่
ไม่ว่าจะเจอภัยธรรมชาติน้ำจะท่วมไปกี่รอบ ความสวยงามของบึงบอระเพ็ดก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ธรรมชาติยังคงดีเหมือนเดิม แต่สิ่งที่มาเปลี่ยนความสวยงามและระบบนิเวศของบึงกลับเป็นนโยบาย-แนวทางการพัฒนาต่างหาก บางจุดของบึงถูกถม อีกมุมถูกขุด ดูแล้วก็สับสน ฝากทรัพยากรธรรมชาติของประเทศซึ่งเป็นสมบัติของทุกๆ คน อย่าให้ถูกทำลายลงไปมากกว่านี้เลย
...............................
(เที่ยวบึงบอระเพ็ด ก่อนน้ำมา : คอลัมน์ชวนเที่ยว)



