
ศรัทธาสีทองที่เมืองแพรก
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ศรัทธาสีทองที่เมืองแพรก : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
อดีตย่อมยังปรากฏร่องรอยหลงเหลือในรับรู้ของผู้คน การจัดการเป็นหน้าที่ทั้งอย่างเป็น “ทางราชการ” และ “ทางราษฎร” โดยทั้งสองทางต้องประสานสอดคล้อง
คนรุ่นหลังจะไม่ถูกตัดขาดให้หลุดลอยเคว้งคว้างจากอีต ความผูกพันทางนามธรรมนั้นล้ำลึก หากไม่มีสายใยบางๆ นี้ ผู้คนจะไม่อาจมองเห็น สายตาของบรรพบุรุษที่จ้องมองเราผ่านทางดวงดาว ไม่ได้ยินเสียงของความห่วงใย อาทรในสายลม
เป็นเรื่องน่าตกใจ หรือน่าเศร้ามากกว่าที่ผู้คนจำนวนหนึ่งไม่รู้สึกรู้สา ไม่สามารถรับรู้สื่อสารกับจิตวิญญาณอดีต เห็นต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุรุ่นปู่ ของปู่ ยังไม่รู้ค่าความหมาย คิดได้รู้สึกได้เพียงแค่ว่า ถ้าตัดโค่นมาเลื่อยแปรรูปจะมีมูลค่าเท่าไร
ผมรู้สึกสะเทือนทุกครั้ง ที่เห็นไม้ใหญ่ถูกตัดโค่นล้มครืนลง เศร้ามากนัก เดี๋ยวบางคนจะหมั่นไส้เอาว่าเป็นพวกฟูมฟายอดีต
ทุกวันนี้ลูกหลานจำนวนหนึ่ง มิได้โศกเศร้าลึกซึ้ง อะไรกันแล้ว เมื่อต้องสูญเสียปู่ย่าตายาย
งานศพผู้เฒ่าบางงาน ลูกหลานคิดคำนวณแต่เงินค่าฌาปนกิจ เงินประกันชีวิต และคิด แต่เรื่องพิธีการ พิธีกรรม ไม่มีเวลาด้วยซ้ำที่จะหวนคำนึงถึงกลิ่นหอม แห่งบุปผานาม “อนิจจัง”
เกริ่นมายืดยาว อาจไม่ข้องเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่จะเขียนต่อไป
เมื่อต้นเดือนผมไปหาแม่ ที่ “บ้านเกิด” ปู่ย่าตายายของผมเสียชีวิตไปสิ้นแล้ว แต่ผมยังรู้สึกว่าท่านยังอยู่ ในเรือนหลังเก่า ยังมีภาพถ่ายของท่านติดที่ผนัง สิ่งของเครื่องใช้ของท่านถูกจัดวางไว้ในตู้หลังเดิม ผมชอบเดินตระเวนไปตามหมู่บ้าน ไปที่วัด หลังวัดมีป่ายางนา สูงใหญ่สง่า ตระหง่าน กุฏิไม้ในเขต วัดป่า ศาลาที่ถูกิทิ้งร้างหลงลืม เสารีย์เก็บเถ้ากระดูกบรรพบุรุษ หอระฆังหอกลองที่เลิกใช้การแต่ยงคงก้องกังวานในทรงจำ
ผมขับรถเลาะเลียบลำน้ำเจ้าพระยา ข้ามฝั่งไปสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำน้อย เยือนเมือง “แพรกศรีราชา” อำเภอสรรคบุรี
เที่ยววัด ไหว้พระธาตุ ชมเจดีย์ โบราณสถาน
ในตัวเมืองสรรคบุรี ยังมียางนาใหญ่อายุรุ่นปู่ของปู่ อยู่หลายต้น เฉพาะที่ริมถนนสายที่ผ่านหน้าวัดมหาธาตุฯ วัดพระยาแพรก ไม่ลืมไปชมเจดีย์สมัยอยุธยา ที่วัดพระแก้ว
จากนั้น ผมข้ามไปฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน้อย ไปเที่ยววัด “วิหารทอง”
ขณะข้ามสะพานเล็กๆ ผมเห็นทิวป่า สูงสล้าง ทางวัดได้อนุรักษ์ดงยางนาไว้เป็นที่น่ายินดี ผมเองมีประสบการณ์การสูญเสียแสนเศร้า แต่ก่อน (เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว) วัดแห่งหนึ่งในหมู่บ้านที่ผมอยู่ปัจจุบัน (อ.ชุมแสง) อุดมไปด้วยต้นยางนาขนาดใหญ่ มองจากบ้านผมเห็นตระหว่านสล้างดังภูผาสีเขียวครึ้มแต่แล้วก็ถึงวันอันโหดร้าย สำหรับผมรู้สึกถึงความโหดเหี้ยม ต่ออดีตอย่างเหลือแสน ต้นยางหลายสิบต้นถูกตัดโค่นลง..เสียงเลื่อยยนต์กึกก้อง นกกาแตกตื่นบินพล่าน เสียงไม้ใหญ่ล้มฟาดพื้นดังกึกก้องไปไกล และดังลึกเข้าไปจนทรวงสะท้าน พาลน้ำตาไหล.. น่าเศร้ากว่าเศร้าก็คือหรือว่า มีแต่ผมที่เศร้าอยู่คนเดียว
ที่วัด “วิหารทอง” เมืองแพรกนี้ก็เศร้า... วัดเก่าแก่ สมัยอยุธยาตอนปลาย อุโบสถหลังเก่าฐานโค้งสำเภา ถูก “สีทองแห่งศรัทธา” ทาทับลงไป จนเหลืองอร่ามไปทั้งหลังในนาม “บูรณะ” ภาพฝาผนังเดิมภายในทุกด้าน ถูกระบายกลบทับด้วย “สีทาภายใน” แล้ววาดภาพใหม่ทับภาพเก่า ผมฟัง “พระผู้ใหญ่” เล่าด้วยความเศร้าโดยที่ท่านผู้เล่าเล่าด้วยความภาคภูมิใจ
“รอทางการคงไม่ไหว ช้า และยุ่ง เรื่องมาก”
ปัจจุบัน “วัดวิหารทอง” อร่ามเรืองรองด้วย “ศรัทธาสีทอง” โบสถ์ วิหาร ศาลา อาคารทุกหลัง เปล่งปลั่งอลังการด้วย “สีทาภายนอก” ตะการตาสมนาม “วิหารทอง” โดยแท้
--------------------
(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : ศรัทธาสีทองที่เมืองแพรก : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



