ไลฟ์สไตล์

คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร

คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร

23 ก.ย. 2555

หนังสือที่เธอถือมา : คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

..........

 

๑.

“อิสรภาพบนเส้นบรรทัด ๑๓ นักโทษประหาร”...“คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร”

                บ่ายวันพฤหัสบดี ๑๓ กันยายน-ขณะเตรียมตัวออกจากกำแพงเรือนจำบางขวาง ชายผิวเข้ม ร่างใหญ่ ในชุดเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ปรี่เข้ามาทักชื่อผม เราจับมือกันด้วยสัญชาตญาณคุ้นเคย เขาบอกเราเคยพบกันที่ร้านอาหาร PAST TIME ของอาจารย์ท่านหนึ่งที่พิษณุโลก เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ตอนนั้นเขาเรียนอยู่ที่นั่น 

                ผมดูชื่อบนอกเสื้อ ชำนาญ คล้ายหนู-ด้วยเวลาอันจำกัด เขารีบวิ่งไปหอบหนังสือมาให้ผม และคณะประมาณสิบคน นี่ทำให้ผมได้สัมผัสชื่อ ยุทธ บางขวาง และหนังสือ "คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร" โดยบังเอิญ  

                ได้ยินชื่อผู้เขียนและหนังสือเล่มนี้มาก่อนแล้ว เพราะพิมพ์ ๙ ครั้งในรอบสิบปี แต่ไม่เคยมีโอกาสได้อ่าน ในช่วงนี้-นอกจากได้อ่าน "อิสรภาพบนเส้นบรรทัด ๑๓ นักโทษประหาร" ที่เขียนโดยนักโทษประหารแล้ว ยังได้อ่านข้อเขียนของพี่เลี้ยงนักโทษประหาร ผู้อยู่กับนักโทษประหารในวาระสุดท้ายมาแล้วร่วม ๔๐ ชีวิต หลายรายหลายคดีเคยอ่านข่าวหนังสือพิมพ์มาก่อน ยิ่งอ่านบันทึกรายละเอียดของเขาผู้อยู่กับความจริงเฉพาะหน้า ยิ่งทำให้ขนลุกขนพอง บุคคลซึ่งตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามครรลองธรรมชาติ เราอาจเคยผ่านพบและรับรู้ แต่บุคคลซึ่งตายด้วยการประหารชีวิตตามกฎหมายสั่ง  ย่อมเป็นฉากชีวิตที่ไม่ธรรมดา  

                ชีวิตยิ่งกว่านิยาย-สำหรับพี่เลี้ยงนักโทษประหารผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เขาบอกไว้ในบางส่วนประวัติ

                “...เคยถูกขอให้ทำหน้าที่เพชฌฆาตมือสองหลายครั้ง (ยิงเป้า) แต่ได้ปฏิเสธไปทุกครั้ง เนื่องจากบิดา-มารดาได้ขอร้องไว้...”

                นักโทษประหาร และพี่เลี้ยงนักโทษประหาร คือคนธรรมดา นักโทษประหารแม้ก่อกรรมทำเข็ญมาเพียงใด เมื่อได้รับคำสั่งตาย ย่อมอาจห่อเหี่ยว ร้องไห้ วิงวอน ทำใจ ยอมรับกรรมเวร เช่นเดียวกับพี่เลี้ยงของนักโทษประหารที่ต้องทำตามหน้าที่ ก็ต้องทำใจ ไหว้พระ ขออโหสิกรรม หรือพูดปลอบใจให้นักโทษประหารได้คลี่คลายอารมณ์ความรู้สึกก่อนตาย   

                หนังสือเล่มนี้ขายดี ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะเป็นการบันทึกเรื่องจริงที่ผู้คนอยากรู้  ทั้งข้อมูลเชิงข่าว  เรื่องราวเชิงสังคมชีวิต  หลักฐานทางคดีและกฎหมาย รวมทั้งความในใจของผู้คอตกรับคำว่า “ประหาร”

                บางคน-ก็ถือกำเนิด และดำเนินชีวิตตามปกติ แต่จุดเปลี่ยนใด-เขาจึงกลายเป็นนักโทษประหาร?!

 

๒.       

สำหรับ ชำนาญ คล้ายหนู-เขาเป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มนี้ และเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์

                นี่ก็คงเป็นเพราะหนังสือที่เราต่างถือมาแท้ๆ ที่ทำให้เราพบกันโดยบังเอิญอีกครั้ง ด้วยการยื่นหนังสือให้แก่กัน จำได้ว่าเขาชอบกลอน ชอบหนังสือ ในเล่มนี้มีกลอนของเขาเป็นเชิงคำนำด้วย คนรักชอบทางศิลปะหนังสือ ไม่ว่าชีวิตจะพลิกผันไปสู่วิชาสาขาอาชีพได้ ดูเหมือนจะตัดสิ่งที่รักชอบไม่ขาด  

                ความบังเอิญ-ดูเหมือนจะเกิดขึ้นกับคนเราได้ทุกเมื่อเชื่อวัน ที่ผมได้เข้าไปในเรือนจำบางขวางครั้งนี้ เป็นการเข้าไปครั้งที่สอง ในฐานะวิทยากร หรือครูของนักโทษประหารที่สมัครเข้าเป็นนักเรียนรับการอบรมเรื่องการเขียน ในนาม “โครงการเรื่องเล่าจากแดนประหาร”  

                ครั้งแรก-เข้าไปเมื่อต้นปี ๒๕๕๔ ก่อนที่นักโทษประหารจะได้ร่วมกันเขียนหนังสือ “อิสรภาพบนเส้นบรรทัด ๑๓ นักโทษประหาร”  ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ชีวิตที่น่าสนใจ  ยังเป็นหนังสือที่ได้รับรางวัลจากการประกวด และผู้ต้องขังที่พ้นโทษมีโอกาสไปขึ้นเวทีรับรางวัลด้วย

 

๓.

ครั้งนี้-ผมเข้าไปพร้อมกับ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, อรสม สุทธิสาคร, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ฯลฯ ซึ่งมีบางเรื่องราวจะเล่าในโอกาสต่อไป

                ขาออก-นอกจากได้ยินว่าจะมีหนังสือที่เขียนโดยนักโทษประหารออกมาอีกหลายเล่ม ผมยังได้รับหนังสือบางเล่มที่มอบโดยคนเคยพบ ที่ไม่ได้พบมานาน 

                ในดินแดนที่เรียกกันว่า-“คุกบางขวาง” !

 

 

--------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : คำสารภาพสุดท้ายของนักโทษประหาร : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)