ไลฟ์สไตล์

อยากมี'ครอบครัว'อุปถัมภ์

อยากมี'ครอบครัว'อุปถัมภ์

22 ก.ย. 2555

อยากมี'ครอบครัว'อุปถัมภ์ ความฝันเด็กสถานสงเคราะห์

                "การได้อยู่กับพ่อแม่ทุกวัน มีพ่อแม่คอยดูแลว่าหนูอยากกินอะไร คอยปลอบใจเวลาหนูร้องไห้ มันเป็นความฝันของเด็กทุกคนในสถานสงเคราะห์ ที่พวกหนูหวังว่าคงจะมีสักวัน แล้ววันหนึ่งหนูก็ได้มาอยู่กับครอบครัวใหม่ ที่พ่อและแม่บุญธรรมรับมาอยู่ด้วยตอนหนู 7 ขวบ ส่วนพี่ๆ ที่เป็นลูกแท้ๆ ของพ่อ ก็โตและทำงานกันหมดแล้ว พ่อแม่ก็ดูแลหนูเรื่องเรียน ช่วยสอนการบ้าน เตรียมตัวสอบ โตขึ้นหนูอยากเป็นพยาบาล จะได้ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า เพื่อตอบแทนพระคุณที่ท่านให้ชีวิตใหม่แก่หนู" ราตรี อายุ 16 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ ร.ร.สันป่ายางวิทยาคม จ.เชียงใหม่ กล่าว

                  ก่อนหน้านี้ ราตรี อยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ จ.เชียงใหม่ ครอบครัวของ วีรเดช เจริญดี กำนันแหนบทอง ต.สะลวง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้รับอุปการะเธอตั้งแต่อายุ 7 ขวบ การได้มาอยู่ในครอบครัวอุปถัมภ์ หลังจากที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ ทำให้รู้สึกถึงความแตกต่าง ระหว่างการมีพ่อแม่ ที่แม้จะไม่ใช่ผู้ให้กำเนิด แต่ก็สามารถเติมเต็มในส่วนที่เธอขาดหายมาก่อนได้

                  เช่นเดียวกับ รุ่งอรุณ อายุ 15 ปี ซึ่งได้ไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ปัจจุบันเรียนอยู่ที่ ร.ร.สะลวงนอก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ก่อนหน้านี้ รุ่งอรุณ อยู่กับตาที่ จ.แพร่ ลำบากมาก เพราะพ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วย จากนั้นถูกส่งมาอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็ก บ้านเวียงพิงค์ จ.เชียงใหม่ จนกระทั่งได้มาอยู่กับครอบครัวอุปการะ เธอ บอกว่า ถ้าเรียนจบแล้วอยากเป็นเชฟเพื่อทำอาหารอร่อยๆ ให้ทุกคนในบ้านกิน และทำเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเองและตอบแทนพ่อแม่อุปการะที่เลี้ยงดูมาด้วย

                "อยากฝากบอกผู้ใหญ่ใจดีให้ช่วยรับน้องๆ ในบ้านเด็กต่างๆ ไปอุปการะด้วย ให้เขาได้มีโอกาสไปอยู่กับครอบครัวใหม่เหมือนหนู พวกหนูคิดว่ามันเป็นโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิต และพวกเราทุกคนต่างเฝ้ารอคอยค่ะ" รุ่งอรุณ กล่าว

                 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีสถานสงเคราะห์ในความดูแล 29แห่ง มีเด็กทั้งหมด 3,035 คน ดูแลเด็กที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่แรกเกิด จากสาเหตุหลายประการ บางรายจากการตั้งครรภ์ไม่พร้อม พ่อแม่หย่าร้าง หรือไม่อยู่ในฐานะที่เลี้ยงดูลูกได้ เช่นเกิดความรุนแรงในครอบครัว พ่อแม่ต้องโทษจำคุก หรือเสียชีวิต ส่งผลให้มีบาดแผลในใจเมื่อโตขึ้น เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว จึงมีโครงการครอบครัวอุปการะ หรือ foster home เพื่อให้เด็กได้สัมผัสถึงความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งจะมีสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าการอยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก

                "ปกรณ์ พันธุ" อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่ 11 ของโครงการ พส.จะอุดหนุนเงินให้ครอบครัวละ 2,000 บาทต่อเดือน พร้อมกับเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อเด็ก เช่น นมผง เสื้อผ้า ค่าเล่าเรียน ค่าเดินทางไปโรงเรียน ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น ช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกาย และใจที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ต้องการอ้อมกอด และการดูแลอย่างใกล้ชิด

                 โดยคัดเลือกครอบครัวอุปการะจากทัศนคติที่มีต่อเด็กเป็นอันดับแรก โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปประเมินครอบครัวที่ยื่นคำร้องว่ามีความพร้อมหรือไม่ เช่น ทัศนคติ หรือสภาพแวดล้อมต่างๆ พร้อมกับการติดตามไปเยี่ยมครอบครัวเดือนละ 2 ครั้ง ทว่า พส.มีงบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอให้แก่ทุกครอบครัวที่รับเด็กไปอุปการะ มีบางรายอาสารับเด็กไปอุปการะ โดยไม่รับเงินสนับสนุน หากครอบครัวใดที่มีความพร้อม ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีฐานะร่ำรวย หรือมีบ้านใหญ่โต ที่พร้อมจะแบ่งปันความรักให้แก่เพื่อนมนุษย์ และสามารถเลี้ยงดูเด็กได้ สามารถติดต่อขอเป็นครอบครัวอุปการะกับ พส. หากผ่านขั้นตอนการพิจารณาจะเป็นครอบครัวที่พลิกชีวิตให้แก่เด็กคนหนึ่งกลายเป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าของประเทศต่อไปในอนาคต สอบถามได้ที่สถานสงเคราะห์เด็กบ้านเวียงพิงค์ จ.เชียงใหม่ โทร.0-5312-1161 หรือที่สายด่วนศูนย์ประชาบดี 1300